
"ผีแดง"ถล่ม"สเปอร์ส"3-1ขึ้นจ่าฝูงอีกครั้ง
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูงพรีเมียร์ชิพอีกครั้ง ไรอัน กิ๊กส์ ยิง 2 จุดโทษให้ทีมพิชิต "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 3-1 ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 24 เม.ย.
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 24 เมษายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โดยเกมนี้เจ้าถิ่นไม่มี เวย์น รูนีย์ ทั้งในรายชื่อตัวจริงและตัวสำรอง ทำให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ยืนเป็นหัวหอกเพียงคนเดียว ขณะที่ทีมเยือนใช้ชุดใหญ่ลงสนามทั้งชุด
เกมครึ่งแรกแม้แมนฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลทำเกมรุกมากกว่า แต่ยังมีปัญหาเรื่องจังหวะสุดท้ายทำให้ โกเมส นายทวารทีมเยือนยังไม่ต้องออกแรงเซฟแม้แต่ครั้งเดียว จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าครึ่งหลังเจ้าถิ่นเร่งเกมมากขึ้นจนนาทีที่ 58 ก็ได้ประตูนำเมื่อ เบอนัวต์ เอก็อตโต้ ไปเสียบ ปาทริซ เอวรา ในกรอบเขตโทษ และไรอัน กิ๊กส์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปเป็น 1-0 แต่สเปอร์สมาตีเสมอได้ในนาทีที่ 70 เมื่อ เลดลีย์ คิง โหม่งบอลจากลูกเตะมุมเข้าไปเป็น 1-1
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมาได้ประตูนำอีกครั้งนาทีที่ 81 เมื่อ เฟเดริโก้ มาเคด้า จ่ายทะลุให้ นานี หลุดไปยิงข้ามตัว โกเมส เข้าไปเป็น 2-1 ก่อนจะมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตูนาทีที่ 86 เมื่อมาได้จุดโทษอีกครั้งหลังจาก นานี ถูกทำฟาวล์ และกิ๊กส์ ยิงไม่พลาดเหมือนเดิม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 3-1 มีเพิ่มเป็น 79 แต้มขึ้นมานำจ่าฝูงอีกครั้ง
ขณะที่เกมวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน เวลา 22.00 น. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ มีปัญหาในการจัดทัพเมื่อจะไม่สามารถใช้งานนักเตะได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมและปราการหลังตัวสำคัญที่ติดโทษแบนรวมไปถึง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ กับ จอห์น โอบี มิเกล ที่เจ็บ, เปาโล แฟร์ไรรา ที่ยังไม่สมบูรณ์หลังจากมีอาการป่วย ทำให้อาจปรับเอา บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังสารพัดประโยชน์ที่เล่นเกมรับได้ทุกตำแหน่งมายืนแทนเทอร์รี แต่แบ็กซ้าย แอชลีย์ โคล ที่กลับมาสมบูรณ์เต็มที่น่าจะได้ลงเป็นตัวจริง
ด้านทีมเยือนของกุนซือ โทนี พูลิส ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ ตัวหลักๆ อย่าง ดีน ไวท์เฮด, ตุนกาย ซานลี, พอล คิตสัน สามารถลงสนามได้หมด
ส่วนการเตะเวลา 21.00 น. "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะยกพลออกไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ ของเบิร์นลีย์ เกมนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้ง 2 ทีม โดยเจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีการตกชั้น ขณะที่ลิเวอร์พูล ก็ต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นเล็กๆ สำหรับการได้อันดับ 4 ซึ่งหมายถึงโควตาการไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าขณะที่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ได้เล่นในกูดิสัน ปาร์ค พบ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่มและเวลา 18.00 น. "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า เปิดศึกมิดแลนด์ดาร์บี้แมทช์กับ "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม



