ข่าว

'มาร์ค'กร้าวไม่รับข้อเสนอยุบสภา30วัน

'มาร์ค'กร้าวไม่รับข้อเสนอยุบสภา30วัน

24 เม.ย. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" กร้าวไม่รับข้อเสนอยุบสภา 30 วันของเสื้อแดง บอกสังคมเริ่มมองเห็นว่ายุบสภาไม่ใช่ทางออกสุดท้าย ปัดตอบเรื่อง “กอร์ปศักดิ์” ทวิตเปลี่ยนคนเจรจาเสื้อแดง

(24เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีวันนี้เก็บตัวในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยล่าสุดเมื่อเวลา 15.45 น.เจ้าหน้าที่ได้ประสานมายังนักข่าวว่า นายกฯเชิญช่างภาพไปถ่ายรูปนายกฯและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก(ผบ.ทบ.)เพื่ออัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ร่วมกัน

 จากนั้นเมื่อเวลา 17.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โพสข้อความในเว็บไซด์ทวิตเตอร์ ว่ารัฐบาลเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะไปเจรจากับกลุ่มนปช. ว่าการเจรจาใน 2 รอบที่ผ่านมายุติตั้งแต่กลุ่มนปช.ปฏิเสธการเจรจา หลังจากนั้นมีกลุ่มต่าง ๆ อาสาเป็นคนกลางในการพูดคุย ซึ่งเคยมีการพูดคุยกับบุคคลหลายคนในรัฐบาล ซึ่งขณะนี้นายกอร์ปศักดิ์ได้ยุติการพูดคุย ส่วนการหาคำตอบทางการเมืองเราไม่ได้หยุดในเรื่องนี้ เรามีความจำเป็นที่ต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ว่าคิดอย่างไรกับทางออกที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีกลุ่มภาคประชาสังคมเข้ามาพบในเรื่องการปฏิรูปสังคม ปฏิรูปประเทศไทย และในวันนี้ (24 เมษายน) กลุ่มของนายโคทม อารียา เข้ามาพบ ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่การยุบสภาแต่อย่างใด ต้องแก้ไขปัญหาเรื่องสื่อ เรื่องปฏิรูปทางการเมือง สิ่งที่เราทำภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นปัญหาการก่อการร้าย การชุมนุมต้องแก้ไขไป คำตอบทางการเมืองก็ว่าไป แต่ถ้าจะเอาการใช้กำลังความรุนแรง เหตุการณ์ มาข่มขู่คุกคามเพื่อให้ได้คำตอบทางการเมือง อันนี้รัฐบาลไม่ยอมรับ

 เมื่อถามว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลาออกจากประธานคณะกรรมการประสานกับแกนนำนปช.เองหรือนายกฯเปลี่ยนคนประสานงาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีลาออกอะไรครับไม่มี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่จะเข้ามาแทนในการเจรจาครั้งต่อไปเป็นใคร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีแต่การพูดคุย เพราะมีหลายกลุ่มที่เข้ามาพูดคุยด้วย จะเห็นว่าหลายองค์กรเขาไปพบปะกับอดีตนายกฯ ก็มีการขอความเห็นกันไปมา แต่ถ้าจะมาพูดในลักษณะยื่นคำขาด 30 วัน มันไม่ใช่ประเด็น

 เมื่อถามว่า รัฐบาลประมวลความเห็นจากนักวิชาการที่เข้าพบไปมากน้อยเพียงใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประมวลอยู่ตลอดเวลา ตนคิดว่าสังคมต้องการเห็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เช่น การยุบสภา โดยยึดเอาประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ

 เมื่อถามว่า ภาพที่นายกฯจะไปนั่งคุยกับแกนนำนปช.จะไม่มีแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีใครมองเห็นว่าการเจรจาในรูปแบบที่เคยทำมา 2 รอบ จะบรรลุข้อตกลงได้

 ส่วนที่แสดงว่าจะเป็นการเจรจาในทางลับเพื่อให้ได้ข้อยุติใช่หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ควรเป็นเรื่องของการพูดคุยที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่าย สิ่งที่นปช.พยายามพูดในวันนี้คงเป็นความพยายามที่จะหวังผลในเรื่องกับภาพของต่างประเทศเสียมากกว่า เพราะความจริงข้อเสนอเรื่อง 15 วัน หรือ 30 วัน ตนว่ามันได้พูดกันไปชัดเจนแล้วว่า 15 วัน หรือ 30 วัน เป็นคำตอบสำหรับสังคมได้อย่างไร แล้วยังพูดภายใต้คำพูดที่บอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้จะยกระดับการชุมนุม อันนี้ไม่สามารถนำมาใช้ในการที่จะให้รัฐบาลได้พิจารณาได้เลย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลต้องชี้แจงกับตัวแทนทูตที่กลุ่มนปช.เชิญไปรับฟังหรือไม่ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ทางสถานทูตได้ส่งเจ้าหน้าที่จะเป็นระดับที่ปรึกษาทางการเมือง ซึ่งเขาต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมือง และรัฐบาลทำความเข้าใจกับทุกกลุ่มคนอยู่แล้ว และกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการต่าง ๆ ในการทำความเข้าใจ ตนเชื่อว่าเขาเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ดี

 เมื่อถามว่า แนวทางในการเจรจาควรเป็นอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้จริงๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหามันซ้อนกันหลายส่วน ตนเห็นว่าหลายคนในสังคมเริ่มมองเห็นว่าการยุบสภามันอาจจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย ของฝ่ายที่เรียกร้องต่าง ๆ เพราะมันมีซ้อนกันอยู่หลายกลุ่ม บางกลุ่มมีผลประโยชน์ของตัวเอง บางกลุ่มมีเป้าหมายที่ไปไกลกว่าที่ผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมทราบ มันจึงไม่ใช่ประเด็นว่าการยุบสภามาผูกพันอยู่กับตรงนี้ การยุบสภาควรเป็นการยุบสภาในเวลาที่เหมาะสมสำหรับประเทศ ซึ่งตนเคยพูดชัดเจนว่ามีเงื่อนไขทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ งบประมาณ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การสร้างบรรยากาศที่ดี ซึ่งทั้งหมดคือปัจจัยที่ต้องพิจารณา ถ้าเรากำหนดสิ่งที่ต้องทำในสังคม แล้วคำตอบออกมาเป็นกี่เดือนหรือกี่ปีก็เอาตามนั้น

 ต่อข้อถามที่ว่า คิดว่าจะต้องทำเรื่องใดก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องไหนที่ทำเรื่องเดียวแล้วแก้ไขปัญหาได้ เรื่องเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ตนคิดว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะมองเห็นว่าการดำเนินการตามปฏิทินงบประมาณตามปกติสำคัญ ไม่ควรให้มีการชะงักอะไรอีก ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญก็อยู่ที่พรรคการเมืองที่ต้องตกลงกัน นอกจากนั้นเป็นการสะสางเรื่องที่เกิดขึ้น พอมีการทำผิดกฎหมายมันต้องสะสางคดีด้วย

 ต่อข้อถามว่า ที่นายกฯระบุว่าได้รับฉันทามติจากพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะไปพบพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคฯนัดคุยกันหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังเพราะทุกคนเข้าใจดีว่าเรื่องเร่งด่วนคือสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีอยู่และการคลี่คลายปัญหาของการชมนุมเคลื่อนไหวและปัญหาของความมั่นคง ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเป็นส่วนที่เป็นคำตอบที่ตามมาทีหลัง

 ถามว่า แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละวันพรรคร่วมรัฐบาลได้มีส่วนรับรู้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รับรู้เพราะการประชุมครม.และการปรึกษาหารือระหว่างพรรคในกรอบต่าง ๆ ทั้งในส่วนของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและแกนนำพรรคได้มีการติดต่อสื่อสารกันต่อตลอด นายสุเทพทำหน้าที่นี้อยู่ตลอด

 ต่อข้อถามที่ว่า แต่ภาพที่ออกมามีแต่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวที่ดำเนินการแก้ปัญหาขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันความรับผิดชอบโดยตรง เพราะนายสุเทพรับผิดชอบเรื่องความมั่นคคง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.มาดูแลเรื่องของสื่อ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากจะมีการเจรจานายกฯจะมองก้าวข้ามปัญหาเรื่องการยุบสภาไปเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องการหาคำตอบให้กับคนทั้งประเทศไม่ได้ให้คำตอบโดยบอกว่ารัฐบาลกับคนเสื้อแดงตกลงอะไรกันแล้วไม่สนใจคนทั้งประเทศคิดอย่างไร และจะไปกระทบอนาคตของบ้านเมืองอย่างไร ดังนั้นเราต้องได้คำตอบตรงนั้น

 เมื่อถามว่า แปลว่าการเจรจาที่จะมีขึ้นไม่ใช่จะเกิดเฉพาะคน 2 กลุ่มแค่รัฐบาลกับคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องการหาคำตอบให้กับคนทุกคน แน่นอนคนเสื้อแดงเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีสิทธิ์เสนอความคิดเห็น

 ถามว่า แต่วันนี้คู่กรณีคือรัฐบาลกับคนเสื้อแดง ถ้ารับฟังหลายฝ่ายแต่ไม่ได้มานั่งคุยกันกับเสื้อแดงแล้วปัญหาจะแก้ไขได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ถามว่าถ้าเราไปคิดอย่างนั้นและมาตกลงอะไรกันและวันข้างหน้าจะเกิดคู่กรณีใหม่หรือไม่ ดังนั้นตนว่าวันนี่เราต้องรับรู้ว่าคนส่วนใหญ่ของสังคมเขาบอกชัดเจนว่าสำคัญที่สุดขณะนี้คือการทำให้บ้านเมืองมีกฎหมายรักษากฎหมาย แตการปฏิบัติต่อประชาชนผู้ชุมนุมเขาก็มองเห็นว่าประชาชนที่มาชุมนุมเขามีความเดือดร้อนก็ควรแก้ไขความเดือดร้อน แต่ใครทำผิดฎหมายต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราก็ทุ่มเทกำลังเวลา พรุ่งนี้(25 เม.ย.)ตนก็ออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยก็เชิญพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบมา คงจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าเราคิดอะไรทำอะไร

 ส่วน การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทหารในพื้นที่มีความขัดแย้งกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันมีเหตุการณ์อยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการแยกผู้ชุมนุมที่ถนนสีลม ให้ถอยกลับไปตามแนวถนนสีลมและมีการปฏิบัติซึ่งอาจจะมีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยได้มีการทำความเข้าใจกันแล้ว ขณะนี้การทำงานร่วมกันจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็ได้เริ่มมีการทำความเขาใจว่าภารกิจต่อไปว่าจะปฏิบัติร่วมกันชัดเจน
 ต่อข้อถามว่า นายกฯไม่รับเงื่อนไขยุบสภาภายใน 30 วันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่รับครับ"

 เมื่อถามย้ำว่าทางออกของประเทศวันนี้ไม่ใช่การต้องการของกลุ่มนปช.อย่างเดียวใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่อยู่แล้วและไม่เคยเป็นอยู่แล้ว ทางออกของประเทศต้องเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่

 เมื่อถามว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างใดในเมื่อไม่ยุบสภาและไม่มีการเจรจา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาการเมืองก็ต้องแก้ไขด้วยการเมือง ปัญหาความมั่นคงก็ต้องแก้ไขด้วยความมั่นคง ในเรื่องการเมืองต้องถามสังคมส่วนใหญ่ว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ไม่ใช่แค่ถามกลุ่มเสื้อแดง แต่เราต้องรับผิดชอบประชาชนทั้งประเทศ เพื่ออนาคตของประเทศและระบบประชาธิปไตย ส่วนเรื่องความมั่นคงเรากำลังทำอยู่และทำได้ดีด้วย ตนคิดว่าเราทำได้ดีโดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการใช้กำลังเราจทำภายใต้กฎหมายเท่านั้น และเราก็พร้อมปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล มีวิธีการชัดเจนตามหลักสากลว่ามีวิธีใดบ้างที่ทำได้

 ถามว่าในเรื่องการเจรจาต่อรองที่ผ่านมารัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอของแกนนำนปช.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอของแกนนำนปช.จะเป็นข้อเสนอที่จริงจังมากน้อยแค่ไหน และเชื่อว่าข้อเสนอของแกนนำนปช.ไม่ใช่คำตอบของประเทศ ตนเคยบอกว่าก่อนหน้านี้ว่าการยุบสภาต้องเป็นเรื่องที่รัฐบาลเต็มใจทำหรือการยุบสภาจะเกิดขึ้นได้เมื่อเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการประท้วง แต่อย่างไรก็ตามพวกเราเชื่อในกฎที่ว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อเวลาเหมาะสม และคนส่วนใหญ่คิดว่าการยุบสภาภายใน 30 วันจะแก้ไขอะไรได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเวลาไหนที่ถือว่าเหมาะสมที่สุดที่นายกฯจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ นายกฯกล่าวว่า ตนเคยเสนอไปแล้วเมื่อการเจรจาครั้งที่แล้วคือจะยุบสภาหลังจากนี้อีก 9 เดือนเพราะต้องมีการแก้ไขกฎกติกาก่อน และยังเปิดให้ทบทวนเรื่องนี้อยู่ ซึ่งหากจำได้เสื้อแดงปฏิเสธและยุติการเจรจาเอง และอยู่ดี ๆ มาก็เสนอข้อเรียกร้องใหม่ ตนคิดว่าพวกเขาต้องการสร้างภาพลักษณ์และภาพพจน์ใหม่ให้กับนานาประเทศเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ความรุนแรงเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจึงเชื่อว่าเป็นการต้องการสร้างภาพเท่านั้น