
นปช.อ้างรักษาชีวิตคนเหตุเปลี่ยนยุทธศาสตร์
ณัฐวุฒิ อ้างเหตุผลเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เพราะไม่ต้องการให้คนเจ็บคนตายเพิ่ม จี้ นายกฯ นปช. นับหนึ่งแล้ว รัฐบาลจะนับสองหรือไม่ หากไม่ได้คำตอบวันนี้พร้อมสู้ไม่ถอย จี้ "หมอพรทิพย์" ใช้จิตวิญาณตรวจสอบเหตุระเบิดสีลม พร้อมตอกลิ่มความขัดแย้ง ตำรวจ ทหาร
(24เม.ย.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า การเปลี่ยนข้อเรียกร้องของนปช.ให้ยุบสภาภายใน 30 วัน เรื่องนี้แกนนำ นปช. คุยกันโดยละเอียด ใช้เวลาในการปรึกษาค่อนข้างนาน เราอภิปรายรอบคอบ หากพูดตรงไปตรงมาทันทีที่เราประกาศมติ พี่น้องเราก็ไม่สบายใจและรู้สึกคับแค้นน้อยใจ บางคนมาต่อว่าแกนนำว่ายอมเขาได้อย่างไร มีหลายเรื่องที่เราต้องอธิบาย พวกตนถูกต่อว่าด่าทอ มองด้วยสายตาไม่เข้าใจจากพี่น้องของตน ซึ่งเรื่องนี้ก็คิดก่อนรู้ก่อนแล้ว แต่ก็กัดฟันทำลงไป พวกตนเจ็บปวด แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะไม่ต้องการให้สูญเสียอีกต่อไป ไม่ต้องการให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ไม่ใช่เรากลัวอำมาตย์ หรืออาวุธสงคราม แต่เรากล้าปกป้องชีวิต เพื่อแลกการไม่ให้สูญเสียอีก จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิตัดสินใจร่วมกัน คืนความปลอดภัยให้ทุกสีเสื้อ และคืนอำนาจให้เขาตัดสินใจ วันนี้เรานับหนึ่งแล้ว อภิสิทธิ์จะนับต่อหรือไม่ เรารอคำตอบจากนายอภิสิทธิ์หากตกลงใจนับสองเราก็พร้อมจะพูดคุยว่าในหนึ่งเดือน เราจะทำไรกัน เรามีมาตรการอะไรร่วมกัน
วันนี้ตนได้รับรายงานว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งการให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบัญชาการทุกภาค ภาคละสามกองร้อย รวมกว่าห้าพันนายเข้ามากทม. จริงหรือไม่ และจะใช้ตำรวจสลายการชุมนุมใช่หรือไม่ แต่อย่าลืมว่าห้าพันกว่านายมีตำรวจมะเขือเทศอยู่เท่าไหร่ หากไม่มีตำรวจมะเขือเทศวันนั้นนายอริสมันต์ พงษ์เรือง จะหนีมาจากโรงแรมได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรอคำตอบจากรัฐบาลเมื่อไหร่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้นายกฯควรมีคำตอบได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพิจารณานาน สถานการณ์ไม่ต้องรอแล้ว เมื่อถามย้ำว่า ศอฉ.จะสลายการชุมนุมแต่รอจังหวะเวลา นายณัฐวุฒิ กล่าว่า ผู้ชุมนุมพร้อมรับการสลายและเราจัดกำลังพร้อมรับ ซึ่งหากมีการสลายจริงแสดงว่ารัฐปฏิเสธเจรจา หากเจรจาไม่ต้องโทรทัศน์อีกก็ได้ แต่รัฐบาลต้องเป็นคนนับสอง เพราะเรานับหนึ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามปกติการแถลงของนายณัฐวุฒิ หรือแกนนำคนอื่นๆ จะมีเสียงปรบมือ โห่ร้องสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อนายณัฐวุฒิ อธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนข้อเสนอให้ยุบสภาใน 30 วันนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศกลับเงียบลงไม่มีเสียงโห่ร้อง หรือเสียงเท้าตบจากผู้ชุมนุมเช่นที่ผ่านมา แต่เมื่อ นายณัฐวุฒิ กลับมาแถลงในเรื่องอื่นบรรยากาศก็เข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเหตุยิงระเบิดที่สีลมว่า กรณีนี้เมื่อวานตนแถลงข่าวยืนยันข้อเท็จจริงว่าไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อแดงและคนที่ไปดูที่เกิดเหตุเช่น มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ซึ่งไปเยี่ยมที่เกิดเหตุก็พูดเลยว่า น่าจะยิงจากที่สูง แม้แต่คนออกมาต้านเราอย่างพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ก็บอกว่าน่ายิงจากที่สูงซึ่งไม่ใช่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ตนจึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับและให้หน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน และกรรมการที่ตั้งโดย ศอฉ.เช่น พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ใช้จิตวิญญานในการเปิดเผยความจริงต่อสังคม
เมื่อวาน(23 เม.ย.) ตนนำข้อความในทวิตเตอร์น.ส.ฐปนีย์ เอียดสีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าวสามมิติ มาเปิดเผยและกลายเป็นประเด็นวิพากษ์ โดยเมื่อคืนตนได้คุยกับน.ส.ฐปนีย์ และอธิบายเจตนาซึ่งน.ส.ฐปนีย์ก็ระบุว่าได้อธิบายตามสิ่งที่พบ ไม่ได้ขยายความตามความเห็นแต่อย่างใด ตนเห็นว่าเป็นความจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ เพื่ออธิบายว่าคืนวันนั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งขณะนี้การโพสต์ข้อความของ น.ส.ฐปนีย ก็ตรงกับคลิบวิดีโอที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ยูทูปโดย ตำรวจ ที่ถูกปืนจ่อหัวชื่อ พ.ต.ท.ไกรสีห์ สุวรรณงาม รอง ผกก.ป. สน.พระขโนง ถูกทหารใช้พกปืนพกสั้นมาจ่อศรีษะ ตนอยากถามนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ว่าจะเป็นนายกฯในบ้านเมืองที่มีสภาพแบบนี้ใช่หรือไม่ และขณะนี้สถานการณ์กำลังกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง ตำรวจกับทหาร ตำรวจเขามีรุ่นมีสถาบันเหมือนทหาร นายตำรวจกลุ่มหนึ่งได้สื่อสารทางตนว่าจะยอมกันไม่ได้ หากทำอย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นอธิบายอย่างเดียวว่าทหารรู้เห็นเป็นใจกับชายฉกรรจ์ที่มายั่วยุ มีการพูดกันว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นมวลชนทหาร
“วันนี้มีความขัดแย้งระหว่างสีเขียวกับสีกากี เมื่อตำรวจที่ถูกปืนจ่อเปิดตัวแล้ว ทหารที่เอาปืนจ่อจะเปิดชื่อไหม กรณีแบบนี้ ศอฉ.แถลงได้ไหม นี่เป็นพฤติการณ์ก่อการร้ายหรือไม่ ทหารกับผู้ก่อการร้ายเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ตำรวจอำนาจและมีเกียรติเพียงพอจะเข้าไปปฏิบัติงานในที่ที่มีทหารอยู่หรือไม่" นายณัฐวุฒิ กล่าว



