
ปชป.จี้กลุ่มเสื้อแดงให้เบาะแสก่อการร้าย
24 เม.ย. 2553
ปชป.จี้ นปช.ให้เบาะแสก่อการร้ายพิสูจน์ความบริสุทธ์ใจ ชี้คำสารภาพ เมธี ตอกย้ำ 10 เม.ย.เสื้อแดงแบ่งงานกันทำ จี้แกนนำ นปช.รับผิดชอบเสื้อแดงขวางลำเลียงคนเจ็บส่งรพ.จุฬา
(24เม.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพบุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจารอบ 3 ระหว่างรัฐบาลกับแกนนำกลุ่ม นปช.ว่า พรรคเปิดกว้างเพื่อให้มีการเจรจามาโดยตลอด แต่แกนนำกลุ่ม นปช.มักจะยุติการเจรจาเมื่อเหตุการณ์กำลังเข้าสู่ความสงบ และมักจะออกมาเรียกร้องให้มีการเจรจาเมื่อเกิดความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ภารกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลในขณะนี้คือ การคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยต้องเร่งจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเมื่อวันที่ 10 และวันที่ 22 เม.ย.มาลงโทษให้ได้ ดังนั้นหากแกนนำกลุ่ม นปช.มีความบริสุทธิ์ใจที่จะร่วมกันหาทางออกให้กับบ้านเมืองจริงก็ขอให้กลุ่ม นปช.ร่วมมือในการให้เบาะแสรวมทั้งขยายผลจากการจับกุมผู้ที่ร่วมก่อการร้ายด้วย
นพ.บุรณัชย์ กล่าวถึงการจับกุมนายเมธี อมรวุฒิกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยว่า เป็นการยืนยันในข้อสงสัยของสังคมว่า มีการแบ่งงานกันทำในกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. และไม่ใช่การกระทำของมือที่ 3 อย่างที่กลุ่ม นปช.พยายามกล่าวอ้าง ทั้งนี้พรรคสนับสนุนให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นผู้เข้ามาสืบหาข้อเท็จจริงและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 และ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งขอให้ทุกฝ่ายยุติการบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่มีข้อสังเกตคือ เมื่อมีการแย่งอาวุธและใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่ม นปช.มักจะปฏิเสธโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง และตะแบงว่าเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดงที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปช.เสมอ ตรงนี้ถือว่าฟังไม่ขึ้น
นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่แยกศาลาแดงจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บด้วยว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายที่พยายามบิดเบือนข้อมูลทั้งๆที่ยังไม่ปรากฎชัดว่าเป็นฝีมือของใคร แต่มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ยืนยันว่า เห็นลูกไฟวิ่งมาจากไกลเข้ามาใกล้จากฝั่งลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 มาที่บริเวณแยกศาลาแดง ซึ่งสอดรับกับวิถีกระสุนที่ระบุว่ามีการยิงมาจากฝั่งเหนือของถนนพระราม 4 แสดงให้เห็นว่าเป็นการจงใจกระทำต่อประชาชนที่ชุมนุมโดยบริสุทธิ์และไม่มีอาวุธร้ายแรง นอกจากนี้ จากการสอบถามหน่วยลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น คนเสื้อแดงได้รุมล้อมรถลำเลียงผู้ป่วยไม่ให้เข้าไปที่ห้องฉุกเฉินจากทางด้านถนนราชดำริ ทำให้ต้องขับวนไปเข้าประตูทางด้านถนนอังรีดูนังต์แทน ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วหลังจากเมื่อวันที่ 10 เม.ย.คนเสื้อแดงไม่ยอมให้รถพยาบาลเข้าไปในที่เกิดเหตุและยังทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างที่กำลังลำเลียงส่งโรงพยาบาล แสดงให้เห็นว่าจงใจให้เกิดความสูญเสีย จึงอยากขอร้องแกนนำกลุ่ม นปช.ให้แสดงความรับผิดชอบและกำชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกด้วย



