ข่าว

พิสูจน์ใครยิงเอ็ม79ด้วยหลักฐานไม่

พิสูจน์ใครยิงเอ็ม79ด้วยหลักฐานไม่

24 เม.ย. 2553

ในเมื่อทุกฝ่ายต่างก็ชี้นิ้วไปอีกฝ่ายหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงเอ็ม 79 อย่างน้อย 5 ลูกมาลงที่สีลม เมื่อค่ำวันที่ 22 เมษายน บาดเจ็บทั้งหมดล่าสุดนั้นใกล้ 100 คน ตาย 1 คนเป็นอย่างน้อย ไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองรู้เรื่องว่าใครเป็นคนยิง

รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ชี้นิ้วไปที่คนเสื้อแดงบอกว่าคนยิงเอ็ม 79 มาจากข้างหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 ที่สวนลุมพินี ขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ จตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่าคนร้ายยิงจากตึกสูง อาจจะออกมาจากตึกโรงพยาบาลจุฬาฯ

 ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ออกมาปฏิเสธทันควันว่าออกมาตรวจสอบแล้วไม่มี ตำรวจเองบอกว่ายังไม่สามารถจะบอกได้ว่าเอ็ม 79 ยิงมาจากทิศทางไหน ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างจะแปลก ก็แปลว่านายตำรวจที่เกี่ยวข้องยังเกียร์ว่างอยู่

 ในเมื่อคนเสื้อแดงและรัฐบาลและตำรวจบอกว่า ไม่รู้ ไม่เกี่ยว ก็จำเป็นที่จะต้องร่วมกันเพื่อที่จะสืบสาวหาคนผิดให้ได้

 เพราะว่าตราบเท่าที่แต่ละฝ่ายไม่ร่วมมือกันเพื่อที่จะสืบสวน พร้อมจะร่วมมือในการตรวจสอบทุกอย่าง ความสงสัยของประชาชนทั่วไปก็ยังอยู่ที่ทั้งเสื้อแดงฝ่ายหนึ่ง และทางรัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่ง

 ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความกระจ่างและเพื่อไม่ให้อาชญากรรมเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้อีก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการกับคนที่อยู่เบื้องหลังและคนที่ปฏิบัติการยิงเอ็ม 79 เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ ความผิดเช่นนี้ชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติตามสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ

 การฆ่าคนไม่ได้รับสิทธิปกป้องภายใต้รัฐธรรมนูญ แน่นอนเป็นหน้าที่ของฝ่ายคนเสื้อแดงต้องพิสูจน์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับตน ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานและต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงไม่ใช่เพียงแค่การแถลงการณ์

 ฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องยืนยันชัดเจนว่า ข้อกล่าวหาของตนว่ายิงมาจากด้านสวนลุมนั้นมีพยานมีหลักฐานอะไรบ้าง เพราะท้ายที่สุดรัฐบาลต้องรับผิดชอบในความอยู่รอดปลอดภัยของประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ซีกไหนของความคิดทางการเมืองก็ตาม

 หากรัฐบาลไม่สามารถทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเชื่อถือก็จะหมดไป หากคนเสื้อแดงไม่พิสูจน์ตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้อง ความสงสัยคลางแคลงว่าการชุมนุมครั้งนี้บริสุทธิ์และปราศจากอาวุธเป็นไปอย่างสันตินั้นน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร

 หากตำรวจไม่สร้างความชัดเจนว่า ตัวเองสอบสวนอย่างคึกคักและอย่างมุ่งมั่น ตำรวจก็จะถูกกล่าวหาและจะถูกมองว่าเกียร์ว่างเอาตัวรอดอย่างเดียว ซึ่งท้ายที่สุดถ้าพิสูจน์ไม่ได้ข้อกล่าวหาความสงสัยเหล่านี้อาจจะเป็นจริงสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ได้

สุทธิชัย หยุ่น