
ชงกขช.ปรับเกณฑ์จ่ายชดเชยข้าวใหม่
พาณิชย์เตรียมเสนอ กขช. เคาะราคาขั้นต่ำ หรือราคาตลาด เป็นเกณฑ์จ่ายชดเชย หลังชาวนาโวยราคาอ้างอิงปัจจุบันไม่สะท้อนความจริงได้เงินชดเชยต่ำ พร้อมชงมาตรการดึงราคาข้าวในตลาดขึ้นผ่านการตั้งโต๊ะรับซื้อ
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์ราคากลางอ้างอิงโครงการการประกันรายได้เกษตรข้าวเปลือก เมื่อวันที่ 23 เมษายนว่า กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) วันที่ 26 เม.ย.นี้ ให้เลือกการใช้ราคาตลาดที่มีการซื้อขายกันจริงในปัจจุบัน มาเป็นราคาอ้างอิงแทน หรือจะให้คงใช้ราคาอ้างอิงที่กำหนดจากราคาพื้นฐานต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ชาวนาได้ร้องเรียนว่าการใช้ราคาอ้างอิงที่ประกาศทุก 7 วัน ทำให้ได้ค่าชดเชยจากโครงการประกันรายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะราคาตลาดที่มีการซื้อขายจริงต่ำกว่าราคาอ้างอิง ดังนั้นหากรัฐหันมาใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์ ในการจ่ายเงินชดเชยก็จะช่วยลดความเดือดร้อนให้ชาวนาได้
“ต้องให้ กขช. เลือกว่าจะใช้ราคาอะไรเป็นเกณฑ์ชดเชย เพราะถ้าใช้ราคาอ้างอิงเดิม ชาวนาก็ได้ชดเชยน้อย แค่ตันละไม่ถึงพันบาท แต่ถ้าใช้ราคาตลาดก็ต้องชดเชยตันละ 2.8 พันบาท" นายยรรยง กล่าว และว่ากระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมเสนอแผนดึงราคาข้าวขึ้น ผ่านการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและในภาวะตลาดต่างประเทศมีความต้องการซื้อน้อย ให้ที่ประชุม กขช.พิจารณาด้วย
อย่างไรก็ตามวันที่ 25 เมษายนนี้ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเชิญผู้ส่งออกข้าว โรงสี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการประกันรายได้ มาประชุมเพื่อหารือแนวทางปฏิบัติการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคานำตลาดและการปรับสูตรคำนวณราคาอ้างอิงข้าวให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่แท้จริง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ประเมินปริมาณผลผลิตนาปรังขณะนี้ จะออกสู่ตลาด 1.8 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 1 ล้านตันข้าวสาร และตามแผนดึงราคาข้าวให้สูงขึ้น เชื่อว่ารัฐจะต้องซื้อข้าวจากตลาดประมาณ 5 แสนตันข้าวสาร โดยได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน ประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำข้อมูลปริมาณผลผลิต ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เพื่อจะได้ประสานกับโรงสีในการเปิดจุดรับซื้อที่เหมาะสมต่อไป



