ข่าว

ยกฟ้องเจ้าของ“เว็บประชาไท”ร้องนายกฯเปิดเว็บ

ยกฟ้องเจ้าของ“เว็บประชาไท”ร้องนายกฯเปิดเว็บ

23 เม.ย. 2553

ศาลแพ่งยกฟ้องมูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมนชนเจ้าของ“เว็บประชาไท”ร้องนายกฯขอให้เปิดเว็บไซต์และชดใช้เรียกค่าเสียหาย ชี้รัฐมีอำนาจสั่งปิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 เม.ย.ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านพิพากษาในคดีที่ 1455/2553 ที่มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมนชน โดยน.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศอฉ. , ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ,กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงการคลัง เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่อง ละเมิด

 คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเว็บไซต์  ข่าวประชาไท มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ข่าวสารแก่ประชาชนทั่วไป โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 53 จำเลยที่ 1 ได้ประกาศแถลงการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในเขตกทม.และจังหวัดใกล้เคียงและยังได้ประกาศจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยแต่งตั้ง จำเลยที่ 2 เป็นผู้อำนวยการ ต่อมาจำเลยที่ 2 มีคำสั่งให้ จำเลยที่ 3 สั่งปิดกั้นเว็บไซด์ของโจทก์ จำเลยที่ 3 จึงสั่งให้จำเลยที่ 4 ปิดกั้นเว็บไซต์ของโจทก์ ภายใต้ของการควบคุมกำกับของจำเลยที่ 1 อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของโจทก์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 45 ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปิดกั้นเว็บไซด์ของโจทก์ และให้จำเลยที่ 1-4 เปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ ข่าวประชาไท และให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.53 และให้ชดใช้ค่าเสียหายรายวัน วันละ 20,000 บาท นับจากวันที่ 23 เมษษยน 53 ซึ่งเป็นวันฟ้อง จนกว่าจะหยุดกระทำ

 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีเจตนารมณ์ให้อำนาจ นายกรัฐมนตรี โดยการเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรี ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร หรือในเขตบางท้องที่ ตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน 53 เป็นการใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ระบุไว้ แม้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 45 วรรค 4 ที่ว่าการห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น เสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ และอื่นๆ แต่ก็ได้ให้อำนาจแก่จำเลยที่ 1- 2 ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ 1- 2 จึงอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้

 ส่วนจำเลยที่ 3 ในฐานะรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงผู้ดำเนินการตามคำสั่ง โดยอาศัยอำนาจของจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลย 1- 3 จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย 4 -5 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐได้ พิพากษายกฟ้อง