ข่าว

“อนุพงษ์”ย้ำ“ผบ.หน่วย”ไม่ใช้กำลังสลายม๊อบแดง

“อนุพงษ์”ย้ำ“ผบ.หน่วย”ไม่ใช้กำลังสลายม๊อบแดง

23 เม.ย. 2553

“อนุพงษ์” ย้ำ “ผบ.หน่วย” ไม่ใช้กำลังสลายแดง เชื่อปัญหาไม่จบ ชี้ทางออกต้องสร้างความเข้าใจ เผยต้นตอความไม่สงบ หวังอำนาจการเมือง-ล้มล้างสถาบัน สั่งทหารจับตาการเมืองใกล้ชิด

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 เม.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.ทบ.) ระดับนายพลทั่วประเทศประจำเดือนเมษายน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิอการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 1-แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (ผบ.นปอ.) ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก และเจ้ากรมฝ่ายเสนาธิการทั้งหมด เข้าร่วมประชุมโดยใช้เวลาในการประชุม 2 ชั่วโมง

 จากนั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกว่า ผบ.ทบ.ได้กล่าวถึงภารกิจการดูแลอธิปไตยตามแนวชายแดนโดยให้กองกำลังชายแดนของกองทัพบกในทุกกองทัพภาคดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนให้เรียบร้อย อย่างไรก็ดามได้กำชับให้ทุกกองทัพภาคหลีกเลี่ยงและระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่การไม่เข้าใจซึ่งกันและกันกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมือง โดยขอให้ผู้บังคับหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และผบ.ทบ.ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงให้ผู้บังคับหน่วยได้รับทราบถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการชุมนุมที่เกิดขึ้น รวมถึงพัฒนาการของการชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์จนถึงปัจจุบัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดหลักมาตรฐานสากลและไม่ใช้ความรุนแรง

 “ผบ.ทบ.ย้ำว่า กองทัพบกเป็นกลไกสำคัญของรัฐที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างของกองทัพจะยึดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ การสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะถือว่า ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน การใช้ความรุนแรงไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป โดยผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยไปชี้แจงให้กำลังพลและครอบครัวเข้าใจถึงสถานการณ์ และการปฏิบัติงานด้วยความยากลำบากของเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งให้ทุกกองทัพภาคสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ให้รับทราบพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันกับ ประชาชนว่า การใช้ความรุนแรงไม่สามารถทำให้ปัญหาจบลง ขอให้มั่นใจในการดำเนินการของกองทัพว่า ทุกสิ่งที่กองทัพปฏิบัติยึดถือผลประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นหลักเท่านั้น” รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

 เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.พูดถึงการสลายการชุมนุมหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ก่อนที่จะพูดถึงจุดนั้น ท่านได้เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุม รวมถึงการทำงานของทหารในการแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ และป้องกันไม่ให้ประชาชนทำร้ายซึ่งกันและกัน เป็นไปด้วยความยากลำบาก มาตรฐานในการทำงานแม้จะต้องอยู่ภายใต้ภาวะกดดันยังคงมีมาตรฐานในการทำงานเหมือนเดิม

 “ผบ.ทบ.กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาในการชุมนุมว่า การใช้กำลังเพื่อสลายการชุมนุมจะทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายมาก และไม่สามารถทำให้ปัญหาจบได้ วิธีที่จะทำให้ปัญหาจบได้ คือ การสร้างความเข้าใจ ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำผบ.หน่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนทำร้ายซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนเป็นคนไทย การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพบกทั่วประเทศต้องประสบกับความกดดันจากการชุมนุมในบางพื้นที่บ้างจึงต้องทำความเข้าใจ และหากใครทำผิดก็ว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย” พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว

 เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.ได้พูดถึงการล้มล้างสถาบันเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ได้มีการพูดถึงขั้นตอนวัตถุประสงค์ของคนที่ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง มี 2 ประการ คือการต้องการเข้าสู่ศูนย์อำนาจแห่งการเมือง กับการล้มล้างสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของทุกคน ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นหน้าที่หลักและสูงสุดที่ทุกหน่วยในกองทัพบกได้ยึดถือ ไม่ว่าจะมีเหตุอันใด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะปกป้องและเทิดทูนสถาบัน ส่วนในเรื่องปัญหาใหญ่ระดับประเทศ กองทัพบกเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งการจะแก้ปัญหาหรือตัดสินใจทำอะไรที่นอกเหนือเขตอำนาจของหน่วยงานของทหารต้องมีหลายส่วนมารับผิดชอบ ทั้งนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 1 ได้สะท้อนถึงการทำงานในภูมิภาคต่างๆที่เกี่ยวกับการเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะประชาชนในบางพื้นที่รับรู้ในข้อมูลข่าวสารและทัศนคติในบางอย่าง ซึ่งทหารคงเข้าไปพูดคุยลำบาก การสร้างความเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา ทั้งนี้ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำผบ.หน่วยให้กำชับกำลังพลว่า หากไม่มีธุระอย่าเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เพราะเป็นพื้นที่อันตรายและสุ่มเสี่ยง