
"เชลซี"ไร้ตัวหลักฉะ"สโต๊ค""หงส์แดง"หนีตายเยือน"เบิร์นลีย์"
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี กระอัก ไร้ตัวหลักเพียบทั้ง จอห์น เทอร์รี, เปาโล แฟร์ไรรา, จอห์น โอบี มิเกล เปิดบ้านฉะ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ในศึกพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี นัดสำคัญ คืนนี้ (25 เม.ย.) ที่ต้องเก็บ 3 แต้มสถานเดียวเพื่อลุ้นแชมป์ ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พู
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย.นี้ มีเตะรวม 4 คู่ โดยคู่สำคัญที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ จะมีขึ้นในเวลา 22.00 น. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ 101 โดยอันดับตารางคะแนนล่าสุดแม้ว่าเชลซีจะยังคงมีแต้มนำ เตะ 35 นัด มี 77 แต้ม แต่หากการเล่นในคืนวันเสาร์ ถ้า "ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ที่มีแต้มตามหลังเพียงคะแนนเดียว เปิดบ้านชนะ "ตราไก่" สเปอร์ส ได้สำเร็จ ก็จะทำแต้มแซงนำ ซึ่งจะทำให้เชลซีต้องชนะเพียงสถานเดียวจึงจะได้กลับไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง ขณะที่การเตะในฤดูกาลนี้จะเหลือเพียง 2 นัดเท่านั้น
เกมนี้ต้องถือว่าฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ มีปัญหาพอสมควรในการจัดทัพเมื่อจะไม่สามารถใช้งานนักเตะได้หลายคน ไม่ว่า จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมและปราการหลังตัวสำคัญ ที่ติดโทษแบนจากเกมนัดก่อนที่ออกไปพลิกพ่ายสเปอร์ส 1-2 รวมไปถึง ริคาร์โด คาร์วัลโญ กับ จอห์น โอบี มิเกล ที่เจ็บ, เปาโล แฟร์ไรรา ที่ยังไม่สมบูรณ์หลังมีอาการป่วย ทำให้อาจต้องมีการปรับทัพกันครั้งใหญ่ โดยแนวรับ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจปรับเอา บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังสารพัดประโยชน์ที่เล่นเกมรับได้ทุกตำแหน่งมายืนแทนเทอร์รี เพื่อเตรียมรับมือกับการทุ่มไกลของ รอรี ดีแลป ซึ่งเป็นทีเด็ดของทีมเยือน พร้อมส่ง เจฟฟรีย์ บรูมา กองหลังวัย 18 ปี ลงสนามเป็นตัวจริงในนัดแรกในตำแหน่งแบ็คขวา ส่วนแบ็คซ้าย แอชลีย์ โคล ที่กลับมาสมบูรณ์เต็มที่น่าจะได้ลงเป็นตัวจริง โดยเขี่ย ยูริ เชียร์คอฟ หลุดจากโผ 11 คนแรก
ส่วนแดนกลาง น่าจะใช้งาน 3 ประสาน แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค และ เดโก เช่นเดียวกับในแดนหน้าที่จะเป็น 3 พญายม ดิดิเยร์ ดรอกบา, นิโกลาส์ อเนลกา และ ฟลอรองต์ มาลูดา เช่นเดิม
ด้านทีมเยือนของกุนซือ โทนี พูลิส ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ ตัวหลักๆ อย่าง ดีน ไวท์เฮด, ตุนกาย ซานลีย์, พอล คิตสัน สามารถลงสนามได้หมด
อย่างไรก็ตาม สถิติการพบกันต้องถือว่าเชลซีกินขาด ไม่เคยแพ้สโต๊คในบ้านมา 36 ปีเต็ม แถมเป็นฝ่ายชนะรวดในการเจอกัน 6 นัดหลังสุด ทว่าสโต๊คเองก็มีสถิติการเล่นนอกบ้านที่ยอดเยี่ยม ยังไม่เคยแพ้ในการออกไปเป็นทีมเยือนในการลงเตะ 6 นัดหลังสุด
ส่วนการเตะในเวลา 21.00 น. "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะยกพลออกไปเยือนถิ่นเทิร์ฟมัวร์ของเบิร์นลีย์ เกมนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้ง 2 ทีม โดยเจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีการตกชั้น ขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็ต้องการชัยชนะเพื่อการลุ้นเล็กๆ สำหรับการได้อันดับ 4 ซึ่งหมายถึงโควต้าการไปยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า เกมนี้ทรูวิชั่นส์ 103 ถ่ายทอดสด ขณะที่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ได้เล่นในกูดิสัน ปาร์ค พบ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม ทรูวิชั่นส์ 105 ถ่ายทอดสด และในเวลา 18.00 น. "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า เปิดศึกมิดแลนด์ดาร์บี้แมทช์กับ "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม ทรูวิชั่นส์ 101 ถ่ายทอดสด



