ข่าว

"ปฐมพงษ์"เชื่อมือยิงเอ็ม79ถล่มสีลมมีมากกว่าหนึ่ง

"ปฐมพงษ์"เชื่อมือยิงเอ็ม79ถล่มสีลมมีมากกว่าหนึ่ง

23 เม.ย. 2553

เสื้อหลากสีรวมตัวลานพระบรมรูปทรงม้าแสดงพลังค้านยุบสภา "ปฐมพงษ์" เชื่อมือยิง M79 ถล่มสีลม มีมากกว่าหนึ่ง ติง เหล่าทัพ ทิ้ง "สุเทพ" แถลงข่าวคนเดียว "นิคม ไวยรัชพานิช” รองประธานวุฒิสภา แนะทางออกแก้ปัญหาต้องลดเงื่อนไขทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลต้องยอมก่อน นั

ผู้สื่อข่าวรายงานจากลานพระบรมรูปทรงม้า ว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 เม.ย. กลุ่มประชาชนพิทักษ์ชาติ หรือ กลุ่มเสื้อหลากสี ได้ตั้งเวทีเพื่อเป็นจุดชุมนุมรวมตัวกันวันนี้ โดยได้มีตัวแทนและเครือข่ายกลุ่มฯ ขึ้นปราศรัยเป็นระยะ เช่น กลุ่มตัวแทนของสหภาพกฟผ. พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ขณะที่ด้านหลังเวทีมีการรวมตัวของแกนนำหลายคน เช่น พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นพ.ตุลย์ สิทธิ์สมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่าย รวมทั้งกลุ่มส.ว. และกลุ่มทนายความ ซึ่งเคยร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ

  พล.อปฐมพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 ที่สีลมวานนี้ว่า การยิงดังกล่าวที่ยิงต่อเนื่อง 7 ลูก แต่ระเบิด 5 ลูก ก็น่าจะมีคนยิงมากกว่าหนึ่ง เพราะหากใช้คนๆ เดียวงานที่ออกมาไม่น่าจะปราณีต ผู้ยิงน่าจะได้รับการฝึกมาบ้าง เพราะเป็นการยิงจากที่สูงซึ่งง่ายกว่าการยิงจากแนวราบ จึงไม่จำเป็นต้องหาคนที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ

 ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. แถลงข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ตนเห็นว่าจริงๆ แล้วน่าจะมีกลุ่มเสธ.ทหาร หรือผบ.เหล่าทัพ มาร่วมแถลงด้วย ก็ไม่ทราบว่าหายไปไหนกันหมด เพราะนายสุเทพเองบางทีก็อาจเรียกชื่ออาวุธไม่ถูก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ ได้มอบที่อยู่ 183 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 (ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ www.UNALOM.COM และอีเมลแอดเดรส [email protected] แฟกซ์ 02-280-0404 เพื่อใช้ในการติดต่อองค์กรอุนาโลม ซึ่งพล.อ.ปฐมพงษ์ดูแลอยู่ แจกให้ประชาชน เพื่อจะแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ให้ทราบ

"นิคม"แนะต้องลดเงื่อนไขทั้งสองฝ่าย

 นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา  กล่าวว่า  การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่มั่นใจว่าเป็นการตัดสินใจช้าหรือไม่ เพราะเรียกร้องกันมาตลอดว่าความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกันนั้นจะทำสำเร็จได้นั้นต้องมีการพูดคุยกัน แต่หากมีการตั้งเงื่อนไขที่มากจนเกินไปก็ยากที่จะตกลงกันได้ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ใช้กระบวนการเจรจา และให้แต่ละฝ่ายจะลดลงเงื่อนไขลง โดยคำนึงถึงผลกระโยชน์ของชาติและส่วนรวมเป็นหลัก อย่าเอาประโยชน์ของกลุ่มมาเป็นที่ตั้ง เพราะไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะเจรจา

 ขณะเดียวกันการสร้างคนหลากเสื้อหลากสีมาเผชิญหน้ากัน จะทำให้บาดแผลลึก ซึ่งจะมีความซับซ้อนและยากที่จะแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นรัฐบาลอาจจะต้องยอมในบางเรื่อง รวมทั้งจะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และเรียกร้องให้นำปัญหามาเจรจากัน   โดยมุ่งหวังประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

 การเจรจา 2 ครั้งที่ผ่านมา ต่างฝ่ายก็มีเงื่อนไข ซึ่งหากปรับเข้าหากันได้เรื่องก็จบไปนานแล้ว แต่ขณะนี้ค่อนข้างยากและมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่วนการใช้กำลังเข้าปราบปรามคิดว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะไม่สามารถทำให้ทุกคนสงบได้

 "ในการที่จะเจรจากันได้นั้นทั้งสองฝ่ายจะต้องยอมลดเงื่อนไขของตัวเองลงมา เพราะหากยังยืนอยู่ในเงื่อนไขของตัวเองก็ไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ ส่วนการออกของกลุ่มอื่นๆ นั้น ในความจริงแล้วไม่ใช่เพราะที่ขัดแย้งกันจริงๆ มีเพียง 2 กลุ่ม คือรัฐบาลกับเสื้อแดง ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมานั้นเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยออกมาเรียกร้องสิทธิ์และกดดัน ดังนั้นหากมีการเจรจาและหาข้อยุติได้ไม่มีการชุมนุมกลุ่มอื่นๆก็จะหมดไปโดยปริยาย "

 นายนิคม กล่าวว่า  อยากเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดเงื่อนไขลงมา  การเจรจาเพียง 1 หรือ 2 ครั้งไม่อาจจบได้ ซึ่งการพูดคุยกันก็จะแก้ปัญหาได้  ทั้งนี้การเจรจาหากยึดเฉพาะเงื่อนไขหรือตั้งธงของตนเองไว้ก็ยากจะแก้ไข ซึ่งหากตนเป็นรัฐบาลจะยอมลดเงื่อนไขลงก่อนเพื่อแสดงให้เห็นความจริงใจ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้มีอำนาจ ซึ่งต้องมีคุณธรรมจริยธรรมมากกว่าบุคคลทั่วไป จึงต้องหยิบยื่นให้ก่อน ซึ่งวัฒนธรรมของสังคมไทย ผู้ที่เข้มแข็งกว่าจะต้องโอนอ่อนให้กับผู้อ่อนด้อยกว่า

นักสันติวิธีจี้รัฐถอดบทเรียนชาวสีลมต้านแดงเหตุอำนาจรัฐอ่อนแอ

 นายอัฮัหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการด้านสันติวิธีและอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เปิดเผยว่า  การลุกขึ้นต่อต้านการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงของชาวสีลมนับเป็นบทเรียนสำคัญที่รัฐบาลจะต้องทบทวนและหันมาศึกษาถึงพฤติกรรมของคนและชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจนจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิและพื้นที่ของตนเอง

 เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาและพึ่งพิงกลไกการทำงานของรัฐบาลได้เพราะอำนาจการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินการของรัฐบาลไม่เข้มแข็ง จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องลุกขึ้นปกป้องตัวเอง ซึ่งบทเรียนดังกล่าวคล้ายเป็นการถอดแบบความเดือดร้อนของกลุ่มคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกปฎิบัติโดยไม่ยุติธรรมเนื่องจากกลไกของรัฐอ่อนแอ จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นปกป้องตัวเองแม้จะทราบว่าอันตรายแต่ก็ต้องทำเพราะไม่มั่นใจกลไกรัฐ

 นักวิชาการรายนี้ กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐเร่งถอดบทเรียนกรณีคนสีลงออกมาต่อต้านการชุมนุมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสิ่งที่เป็นห่วงที่สุด คือ การอาศัยช่องโหว่ความบริสุทธิ์ของประชาชนมาเป็นเครื่องมือปกปิดและปิดบังอำนาจรัฐที่อ่อนแอ ทั้งๆที่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนมาจากรัฐบาลเป็นผู้กระทำส่วนใหญ่ อย่าให้ประชาชนต้องมาเดือดร้อนมากไปกว่านี้เพราะเมื่อมีอำนาจแต่ไม่ใช้ก็ควรคืนให้ประชาชน

 "การปะทะและเผชิญหน้ากันของกลุ่มชาวสีลมและคนเสื้อแดงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากคนสองกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนในรูปแบบที่แตกต่างกันกำลังสู้รบกันเอง เนื่องจากกลไกของรัฐอ่อนแอและเมื่อกลไกรัฐอ่อนแอย่อมมีแต่ความเจ็บปวดและที่สำคัญประชาธิปไตยที่คนไทยถามถึงก็ไม่เบ่งบานให้เห็นปัญหาจึงต้องวนเวียนและรุมเร้าอยู่อย่างที่เป็นอยู่" นายอัฮหมัดสมบูรณ์ กล่าว