
ฟินแลนด์ปิดสถานทูตหนีม็อบแดงไปหมู่บ้านปัญญา
ฟินแลนด์ปิดสถานทูตหนีไปหมู่บ้านปัญญา ทูตเดนมาร์คหวั่นวิกฤติขัดแย้งยากเยียวยา ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เตือนพลเมืองให้อยู่ห่างกรุงเทพฯ อัลจาซีราชี้กรุงเทพฯตึงเครียดขึ้นหลังเหตุระเบิดสีลมและไทยกำลังแตกแยกอย่างที่สุด
(23เม.ย.) สถานทูตฟินแลนด์ในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารอมรินทร์ ทาวเวอร์ ได้ปิดทำการชั่วคราว โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อทำการขนย้าย และเปลี่ยนไปใช้สถานพำนักของเอกอัครราชทูต ที่หมู่บ้านปัญญา เป็นสถานที่ปฏิบัติงานแทน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 เมษายนนี้เป็นต้นไป และการตัดสินใจนี้ ได้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ ด้านความมั่นคงในบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ
สถานทูตระบุว่า จะกลับไปปฏิบัติงานที่อัมรินทร์ ทาวเวอร์ โดยเร็ว เมื่อสถานการณ์ที่สี่แยกราชประสงค์กลับคืนสู่ภาวะปกติ
ด้านนายไมเคิล สเติร์นเบิร์ก เอกอัครราชทูตเดนมาร์ค ประจำประเทศไทย ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้ง เริ่มต้นกระบวนการประนีประนอมกันโดยทันที คำกล่าวของเขา มีขึ้นในระหว่างงานเลี้ยงเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา ของสมเด็จพระราชินีมากาเร็ตเธ่แห่งเดนมาร์ค
นายสเติร์นเบิร์ก กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 และ 11 เมษายนที่ผ่านมา ได้สร้างความบอบช้ำมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทย และเป็นการเผยให้โลกได้เห็นอีกครั้งถึงความแตกแยกในประเทศ จากความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิต และการบาดเจ็บของผู้คนจำนวนมาก
นายสเติร์นเบิร์ก กล่าวด้วยว่า แทนที่จะแสดงให้โลกได้เห็นถึงประเพณีอันน่าทึ่งของเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นวันครอบครัว และความสนุกสนานร่าเริง กรุงเทพฯกลับเผชิญกับความป่าเถื่อนและความรุนแรงที่ไร้เหตุผล ซึ่งในนามของรัฐบาลเดนมาร์ค เขาขอแสดงความเสียใจไปยังประชาชนและครอบครัวของผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
นายสเติร์นเบิร์ก กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจ , ต่อการลงทุน และต่อการท่องเที่ยว และที่สำคัญไปกว่านั้น คือส่งผลกระทบต่ออัธยาศัยที่สุภาพและโอบอ้อมอารีของคนไทยที่รักสงบและรุ่งเรืองอยู่ในประเทศอันสวยงามของพวกเขา ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ความขัดแย้งที่ฝังรากลึกนี้ สามารถมองเห็นได้ชัด เขาอยู่ในประเทศไทยมาเกือบ 4 ปี ซึ่งนานพอที่จะมองออกว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นยากจะเยียวยา
ประเทศแถบสแกนดิเนเวียเตือนพลเมืองให้อยู่ห่างกรุงเทพฯ
เหตุระเบิดกลางกรุง 3 ครั้งซ้อน ที่พุ่งเป้าโจมตีรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่สถานีศาลาแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจสำคัญในย่านสีลม เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บกว่า 80 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ 3 คนนั้น ส่งผลให้ประเทศในแถบสแกนดิเนียพากันออกคำเตือนพลเมืองผ่านทางเว็บไซท์ให้ระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในกรุงเทพฯ
เดนมาร์ค ได้ประกาศเตือนพลเมืองว่า สถานการณ์ปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และขอให้ชาวเดนมาร์คในกรุงเทพฯ อยู่ให้ห่างจากบริเวณที่มีการประท้วง , การชุมนุมของกลุ่มคนจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มของตำรวจและทหารด้วย ด้านสวีเดน ได้เตือนพลเมืองให้ระวังตัวเป็นพิเศษ และถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่กันแต่ภายในโรงแรม
ส่วนนอร์เวย์ได้ระบุว่า เหตุการณ์เมื่อคืนวันพฤหัสบดีเป็นความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดง ในบริเวณแถวสีลส และแม้แต่ในวันนี้ก็ยังคงมีความตึงเครียดหลงเหลืออยู่
อัลจาซีราชี้กรุงเทพฯตึงเครียดและไทยกำลังแตกแยกอย่างที่สุด
สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า สถานการณ์ในกรุงเทพฯตึงเครียดขึ้นหลังเกิดเหตุยิงระเบิด M79 ใส่ย่านถนนสีลมเมื่อคืนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บ 86 คน เอลา คัลแลน นักข่าวอัลจาซีราในกรุงเทพฯ บอกว่า สถานการณ์ในไทยขณะนี้มีความแตกแยกอย่างที่สุดและเห็นได้ชัดถึงความโกรธแค้นอย่างมากมายของคนกรุงเทพฯ ที่ไม่พอใจกับการประท้วงของคนเสื้อแดง และความไม่พอใจของคนที่สนับสนุนรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในทางการเมืองทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล และจากประชาชนทั่วไปที่ต้องการให้ใช้กำลังสลายผู้ประท้วงเสื้อแดง แต่เป็นเรื่องยากมากที่รัฐบาลจะใช้กำลังปราบปรามโดยไม่ให้สูญเสียเลื้อดเนื้อจำนวนมาก
ขณะเดียวกันอลัสแตร์ ลีทเฮด นักข่าวบีบีซีในกรุงเทพฯ รายงานว่า บรรยากาศแยกศาลาแดงดูเหมือนจะกลายเป็นสถานการณ์รุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ หลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อคืนวาน และการประจัญหน้ากันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงช่วงเช้าวันนี้ รวมทั้งเตือนว่า บรรยากาศที่ค่อนข้างสงบลงแล้วขณะนี้ ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ย่างรวดเร็ว
สิงคโปร์-อินโดนีเซียห่วงเหตุรุนแรงไทยวอนใช้สันติวิธี
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงเป็นห่วงอย่างมากต่อเหตุระเบิดที่ถนนสีลมเมื่อคืนที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในไทยละทิ้งความเห็นที่แตกต่างกันเพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ ละเว้นความรุนแรง และแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางที่สันติ มีมิตรไมตรีและมีความยั่งยืน เพราะว่าสิ่งนี้ไม่เพียงมีความสำคัญต่อไทยเท่านั้น ยังสำคัญต่อกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดด้วย นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเตือนให้พลเมืองของตนที่อยู่ในกรุงเทพฯอยู่แต่ในที่พักและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นภายในกรุงเทพฯ
และนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย กล่าววันนี้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในไทยหลังเกิดเหตุระเบิดหลายระลอก โดยบอกว่า ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและเพื่อนสมาชิกในกลุ่มอาเซียน อินโดนีเซียได้จับตาดูสถานการณ์ไทยอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงอย่างมากต่อความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น โดยย้ำว่าความรุนแรงไม่ใช่วิถีทางแก้ไขความเห็นที่แตกต่างกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและหันหน้าเจรจา ตลอดจนเคารพหลักประชาธิปไตยและนิติรัฐ และอินโดนีเซียพร้อมให้ความช่วยเหลือใดๆเพื่อส่งเสริมบรรยากาศให้เกิดการเจรจา
นอกจากนี้อินโดนีเซียได้เตือนให้พลเมืองเพิ่มความระมัดระวังขณะอยู่ในกรุงเทพฯและหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีฝูงชนจำนวนมาก



