
สุเมธยกย่อง"ในหลวง"เป็นต้นแบบความอดทน
ดร.สุเมธยกย่อง"ในหลวง"เป็นต้นแบบความอดทน อยู่บนยอดปิรามิดหัวกลับทุกอย่างเทเข้าใส่ วอนคนไทยเดินตามอย่างทศพิธราชธรรมเสียสละให้บ้านเมืองอยู่รอด ด้านผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์แนะบิ๊กจิ๋วอยากให้บ้านเมืองสงบต้องบอกพี่น้องกลับบ้าน แถมชี้สถาบันกำลังถุกคนแอบอ้างไ
(23เม.ย.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดงานสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยในเวลา 09.00 น. พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร บรรยายธรรมในหัวข้อคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน เทศนาวิจารณ์สถานการณ์บ้านเมือง ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินควรมีบทบาททั้งรุกและรับต่อสถานการณ์บ้านเมือง คำว่ายุติธรรมมีในโลก แต่ความเป็นธรรมไม่ค่อยมีกับคนและบ้านเมือง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี หาทางออกให้กับประเทศด้วยการพึ่งพระบารมี ทำให้อดีตนายกฯหลายคนออกมาคัดค้าน พล.อ.ชวลิต เป็นประธานพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกฯ เคยขึ้นเวทีการชุมนุม
"ถ้าอยากให้จบก็น่าจะบอกให้พวกเรากลับเถอะ ขณะนี้กลุ่มการเมืองกำลังรุกรานรัฐบาล การอ้างความจงรักภักดี และแอบอ้างสถาบันเป็นความเลว ไม่ต้องป้องกันสถาบันเพราะสถาบันสร้างขึ้นมาเองด้วยมือเปล่านานถึง 60 ปี พระบารมีสูงจนทำให้คนแอบอ้างนำไปหาประโยชน์แล้วทะเลาะกันเอง ปัญหาในตอนนี้ คือ ใครจะเป็นคนไกล่เกลี่ย และใครจะรับฟัง เพราะต่างก็มาด้วยศักดิ์ศรีว่าต้องชนะ" พระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าว
ต่อมาเวลา 10.45 น. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อสังคมไทย ว่า ไปพูดมาหลายเวที แต่ป่วยการเพราะไม่เกิดผล สถานการณ์รุนแรงจนพระทนไม่ได้ ต้องออกมาพูด จึงอยากขอร้องว่าอย่าเอาไปออกข่าวกลัวว่าวัดสุทัศน์จะต้องซ่อม คนสมัยนี้ไม่คิดถึงความดี จริยธรรมปลุกไม่ขึ้นเพราะใช้ทำกินไม่ได้ ต่างจากเงินทองที่เห็นผลทันตา เกียรติยศ ตำแหน่ง หรือความดี ใช้เงินซื้อได้ เวลานี้โลกทั้งโลกไม่มีทุนนิยม เสรีนิยม โลกถูกครองด้วยบริโภคนิยม กระทั่งคอมมิวนิสต์ในจีนยังตกขอบ บริโภคนิยมเป็นต้นตอหายนะของโลก ทุกนาทีเราถูกกระตุ้นให้บริโภค นั่งเฉยๆก็กินโลกทำลายโลก ปากพูดถึงโลกร้อนแต่ถลุงดินน้ำลมไฟ สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรามาจากกิเลส ตัณหา ความอยาก จึงไม่ต้องพูดหรูถึงประชาธิปไตยหรือสิทธิ บ้านเมืองร้อนพอแล้วอย่าไปเพิ่มความร้อน ขว้างไฟออกไปก็กลับมาเผาไหม้ตัวเอง
ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า ความร่ำรวยก็เหมือนสร้างบ้านไม่ได้ตอกเสาเข็ม รวยจากการขายที่ดิน ขายน้ำ สุดท้ายต้องขายคน เราเผชิญทุกปัญหาที่เกี่ยวกับคน ล่าสุดประกาศตำแหน่งอันทรงเกียรติประเทศไทยครองแชมป์คอรัปชั่น อุตสาห์ทำประเทศไทยใสสะอาดสะสมคะแนนมานาน ช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี กลับตกมารองเขมรประเทศเดียว คนขาดจริยธรรมจนในหลวงรับสั่งแช่งว่า ใครทุจริตคอรัปชั่นให้มีอันเป็นไป คนพอขึ้นถึงตำแหน่งใหญ่มักไม่รู้ว่าเงินในซองที่ถูกนำมาวางบนโต๊ะทำงานมีที่มาจากไหน หรือถูกรีดไถมาอย่างไร รู้เพียงมีซองมาวางเป็นประจำ
ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า คนเก่งและดีหายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งถึงข้อบกพร่องของคนเก่งที่ไม่ดีว่า คนเก่งมักใจร้อนจากความเชื่อมั่นสูง ดูถูกคนแก่ มองว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเรื่องล้าสมัย คนเก่งบกพร่องในความนับถือและเกรงใจผู้อื่น มีแนวโน้มที่จะไม่ฟังคนอื่น คนเก่งบกพร่องในความมัธยัสถ์พอเหมาะพอดี อยากก้าวหน้าเร็วจึงเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น และคนเก่งจะมุ่งหาประโยชน์เฉพาะตัว พลิกแพลงจนจับไม่ได้ ดังนั้นเก่งแล้วยังไม่พอต้องมีคุณธรรมด้วย สิ่งที่พูดไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน อยากทำอะไรก็เชิญ รอสว่างพระอาทิตย์ขึ้นก็มองเห็นทางออก
ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบของความอดทน เคยรับสั่งว่าทรงนั่งอยู่สูงสุดบนยอดปิรามิด แต่ประเทศไทยเป็นปิรามิดหัวกลับทุกสิ่งทุกอย่างเทใส่พระองค์หมด ชีวิตเป็นธรรมดามีแดดออกต้องมีพายุ แล้วจะมีฟ้าสดใส ไม่มีสุขหรือทุกตลอด จึงต้องอดทน สละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประเทศอยู่รอด ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวเราเองจะได้อยู่บนแผ่นดินไทยไม่ใช่ฐานะผู้อพยพในประเทศอื่น แค่บริจาคเพียง 1 ใน 62 ล้านคน แต่นี่ไม่ช่วยกันหยอดแล้วยังทำลาย ตนไม่เห็นคนไทยฆ่ากันมานานแล้ว สุดท้ายจึงขอให้ยึดมั่นในทศพิธราชธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงคิดอย่างลึกซึ้ง ไม่ยอมทำผิดและทำผิดไม่ได้
ด้านนายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เหตุความไม่สงบในกรุงเทพฯเกิดขึ้นเพราะการขาดไร้จริยธรรม ปากพูดว่าทำเพื่อประเทศชาติ ทำเพื่อพระเจ้าแผ่นดิน แต่ใจคิดถึงแต่ตัวเอง ปากกับใจไม่ตรงกัน ทั้งนี้โดยส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญเป็นเพียงกระดาษ จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไข หากปลูกฝังให้ประชาชนผู้ใช้รัฐธรรมนูญเป็นคนดีมีคุณธรรมจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทย หากทุกคนมีจิตสำนึกก็คงกลับบ้าน เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา
ขณะนี้ความเห็นของผู้ชุมนุมกับรัฐบาลก็ตรงกัน เห็นด้วยกับการยุบสภาฯแต่ติดขัดที่เงื่อนเวลา ดังนั้นจึงต้องมานั่งพูดคุยกันและยอมกันให้ได้ จะพูดเอามันหรือเอาแพ้ชนะกันไม่ได้ อย่าต้องให้คนไทยช่วยกันสร้างความย่อยยับให้กับบ้านเมือง เชื่อว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่ไม่ช่วยกันแก้สิ่งที่ทำเหมือนเป็นการยุให้เกิดปัญหา
สำหรับผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 21,837 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 20,632 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 95 โดยหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือกระทรวงมหาดไทย 6,396 เรื่อง รองลงมาคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2,912 เรื่อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,478 เรื่อง ประเด็นที่ถูกร้องเรียนส่วนมากเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งดำเนินคดี การดำเนินคดีล่าช้า เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ ปัญหากรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน ออกโฉนดโดยมิชอบ และการจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส
นายสุเมธ กล่าวว่า มีคนเคยยกย่องตนเป็นวีรบุรุษ เพราะเคยร่วมสู้รบในสงครามเมื่อปี 17 ตนก็บอกว่าคำนี้ใช้กับคนที่ตายไปแล้ว และบอกว่าไม่ใช่ตนคนเดียวที่ทำให้บ้านเมืองอยู่รอด มีคนอื่นที่เสียสละให้บ้านเมืองมากกว่า ตนเป็นเพียงเศษหนึ่งส่วนหกสิบสองล้านของประเทศไทย และที่ทำก็เพื่อตัวเองที่อยากอยู่ในประเทศนี้ ไม่อยากเป็นคนอพยพ เพราะลูกเมียเราอยู่ที่นี่ ถามว่าคุ้มไหมตนว่าคุ้ม ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้บ้านเมืองก็รอด แต่ที่เป็นอยู่ไม่คิดอย่างนี้ไม่เสียสละกัน แต่ยังทำร้ายกันอีก คนไทยด้วยกันทั้งนั้นไม่ใช่ศัตรูต่างชาติสักคน ถ้าตนพูดว่าคนไทยฆ่ากันมานานแล้ว ก็อาจจะถูกด่า แต่ถามว่า เราไปปราบปรามคนไทยภูเขา เขาก็เป็นคนไทย วันนี้ยังจะเดินซ้ำร้อยกันอีกหรือ เสียของไม่เท่าไหร่ แต่เสียชีวิตคนคำนวณไม่ได้
“สุดท้ายที่ผมอยากฝากง่ายๆ คือ ขอให้ทุกคนยึดหลักทศพิธราชธรรมของพระองค์ท่านในการปฏิบัติตน บางคนก็ตอบได้ แต่บอกไม่ได้ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งข้อที่สำคัญมาก คือ ข้อสุดท้าย อวิโรธนัง คือ การไม่ยอมทำผิด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ยอมทำผิดในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี กฎหมายต่างๆ พระองค์จะปฏิบัติอย่างไรจะมีพระราชวินิจฉัยเอง พระองค์ถือมากพระองค์ไม่ยอมทำผิด จำได้ไหม เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พระองค์พูดว่า rule of law พระองค์บอกว่าถ้าพระองค์ทำก็ทำผิดกฎหมาย แต่ทำไมเราชอบพูดว่าทำไมพระองค์ไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราคิดกันไปเอง พระองค์จะทำอะไรพระองค์จะมีพระราชวินิจฉัยเอง ผมพูดได้แค่นี้ ไปคิดต่อกันได้ ผมขันติ ชินชาแล้ว ” ประธานกรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดกล่าว



