ข่าว

ดีเอสไออ้าง"เมธี"รับร่วมยึดปืนกลทหาร

ดีเอสไออ้าง"เมธี"รับร่วมยึดปืนกลทหาร

23 เม.ย. 2553

"ธาริต" แถลงผ่านทรท. ชี้ "เมธี" หนึ่งแนวร่วมเสื้อแดงรับมีส่วนร่วมยึดปืนกลจากทหาร เผย ได้แจกจ่ายไปหลายคน ระบุ หลังยุบเวทีผ่านฟ้ามาที่ราชประสงค์ มีการหารือแนวร่วมถึงแนวทางการเคลื่อนไหว ด้านแกนนำเสื้อแดงตัดหาง"เมธี"อ้างเป็นแค่แนวร่วม เคลื่อนไหวอิสระ

 (23เม.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า จากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นขณะนี้ ในนามกรมสืบสวนคดี กระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ตนทำหน้าที่เลขานุการคดีพิเศษ ขอถือโอกาสนี้เรียนข้อเท็จจริงบางประ การ คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติให้การกระทำความผิด ซึ่งเกี่ยวข้องกรณีทั้ง 4 ดังต่อไปนี้เป็นคดีพิเศษที่ต้องทำการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ คือ 1. การกระทำเกี่ยวกับการก่อการร้าย 2.การกระทำที่เกี่ยวกับการขู่บังคับรัฐบาล 3. การกระทำที่เป็นการประทุษร้ายประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ และ4. การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษแล้ว คดีทั้งหมดจะต้องโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของการสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีกรมสืบสวนคดีพิเศษเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบ และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรอง สำนักงานสภาความมั่นคง และหน่วยงานอื่นๆ อีกจำนวน 12 หน่วยงาน เข้ามร่วมกันรับผิดชอบในคดีนี้

 นายธาริต กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะมีการโอนให้เป็นคดีพิเศษแล้ว แต่เหตุการณ์ความไม่สงบก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ก่อนหน้าที่มีการวางระเบิดในสถานที่ต่างๆ ถึง 45 ครั้ง และยังทมีเหตุการณ์ต่อเนื่องมาอีก ไม่ว่าจะเป็น การวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ต่อเนื่องมาถึงการยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใส่คลังเก็บน้ำมัน และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงด้วยการใช้ระเบิดทำลายสถานที่ และมีประชาชนได้รับอันตรายเป็นจำนวนมากในบริเวณถนนสีลม เหตุการณ์ที่มีการต่อเนื่องมาโดยตลอดได้เข้าลักษณะการกระทำความผิดการก่อการร้ายในบ้านเมืองในขณะนี้  ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการทำงานขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อการร้ายในครั้งนี้ และขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายถึงขั้นประหารชีวิต ตนขอให้ยุติการกระทำความรุนแรงดังกล่าวต่อผู้ที่บริสุทธิ์ และถือโอกาสนี้ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่เกิดเหตุต่างๆ ควรจะหลีกเลี่ยง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่การชุมนุมในขณะนี้ ซึ่งตามกฏหมายของบ้านเมืองในขณะนี้ถือว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย

 นายธาริต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนขอเรียนเพิ่มเติม เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมตัวผู้ที่ถูกศาลออกหมายจับ ซึ่งเป็น 1 ใน 24 ของผู้ชุมนุม คือ นายเมธี อมรวุฒิกุล ดังที่เป็นข่าว เนื่องจากความผิดของนายเมธี เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับอาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นคดีพิเศษ ซึ่งตนเองก็ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการซักถามสอบปากคำนายเมธีด้วยตนเอง โดยนายเมธีได้ให้การที่เป็นสาระสำคัญหลายประการ โดยประการแรกได้ให้การยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยร่วมเป็นแนวหน้าของการเรียกร้องประชาธิปไตย ในครั้งนี้ และได้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐในการขอคืนพื้นที่ในบริเวณ หน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ และผลจากการปะทะทางกลุ่มของนายเมธี ได้ยึดเอาอาวุธภัณฑ์ของทางราชการเอาไปจำนวนหนึ่ง และตัวของนายเมธีได้นำเอาอาวุธร้ายแรงจำนวนหนึ่งไปด้วย ซึ่งเป็นปืนกลมือของทางราชการ และได้นำไปแจกจ่ายให้กับบุคคลอื่นหลายคน โดยตัวเองเก็บไว้ด้วย ซึ่งต่อมาได้ปฎิเสธว่าได้ให้คนอื่นไปหมด แต่ในความเป็นจริงจากตรวจค้นรถยนต์ที่นายเมธีขับอยู่เมื่อวานที่ผ่านมาในช่วงเช้า ซึ่งได้ค้นพบอาวุธปืนกลมือร้ายแรงของทางราชการด้วย และเป็นส่วนสำคัญที่ยอมรับว่าอาวุธร้ายแรงของทางราชการได้มีการยึดไปจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และนำไปไว้ใช้ในการต่อสู้ในโอกาสต่อไป

 นายธาริต กล่าวต่อว่า ในการปะทะกันในวันที่เกิดเหตุได้มีการใช้อาวุธร้ายแรงจากฝ่ายของนายเมธีในการยิงใส่กลุ่มทหารที่เข้าขอคืนพื้นที่อีกด้วย และได้ยอมรับในข้อเท็จความจริงว่าเมื่อย้ายในการชุมนุมมาที่ราชประสงค์แล้ว ก็มีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อวางแนวทางกันทุกวัน ณ สถานที่ที่ยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งตรงนี้คือส่วนข้อเท็จจริงที่นายเมธีได้ให้ปากคำกับตน ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ต่อไป โดยจะเน้นให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ให้สัมภาษณ์ในการแถลงข่าวประจำวันถึงประเด็นที่มีการจับกุมนายเมธี อมรวุฒิกุล ซึ่งมีอาวุธที่ยึดได้จากทหารว่า จากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.53 มีความชุลมุนยึดปืนจากทหารได้ทั่วบริเวณ และไม่ทราบว่าได้มาเท่าไหร่ ไปอยู่ในมือใครบ้าง เพราะอะไรที่อยู่ที่เรา เราคืน เราจะทราบได้อย่างไรว่าใครเอาไป หรือเอาไปใช้อย่างอื่น เมื่อตรวจพบว่าอยู่ที่ใครก็ว่ากันไปตามกฎหมาย เอามาปนกันไม่ได้ อย่างอาวุธสงครามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดไปจากทำเนียบได้คืนบ้างหรือไม่

 นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า นายเมธีเคลื่อนไหวอิสระ ไม่ขึ้นกับองค์กรของเรา ไม่ทำตามคำสั่งเรา เพียงแค่เป็นคนแสดงตนเป็นแนวร่วม เมื่อไหร่ที่มาปรากฏตัว ก็ถือว่ามาร่วมกิจกรรม แต่เวลาเคลื่อนไหวก็อิสระเราก็ไม่ทราบว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีรูปธรรมอย่างไร