
เจ้าเก่าเกียร์ว่าง
คงจะเหลืออดแล้วสำหรับ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ออกปากถึงตำรวจหลายหนในการให้สัมภาษณ์ภายในวันเดียว
นั่นเป็นเพราะการยืนกั้นกลางการเผชิญหน้าของประชาชนคนเสื้อแดงกับกลุ่มประชาชนคนสีลม แต่กลับมีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจ
ไม่เพียงแค่จุดนั้น ในจุดอื่นที่ ศอฉ.มีการประกาศเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะให้คนเสื้อแดงในกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้นที่ออกไปได้ แต่จะไม่เปิดทางให้เสื้อแดงจากภายนอกเข้าไปอีก
แต่การชุมนุมที่ผ่านมา จากช่วงเช้าไปถึงบ่ายมีคนบางตา แล้วก็ไปเพิ่มเอาช่วงหลังเวลาเลิกงาน ที่พระอาทิตย์ลดความร้อนแรงลงไปแล้ว
ไม่มีการสกัดกั้นการเข้ามาร่วมชุมนุมเลยแม้แต่น้อย
ฝ่ายทหารบอกว่า ถามเรื่องนี้จากตำรวจแล้ว (ซึ่งเขาขอไม่พูดว่าคนไหน) ก็ได้รับคำตอบว่า อย่างนั้นทำไม่ได้ อย่างนี้ทำไม่ดี ซึ่งสภาพที่เห็นกันก็คือ ไม่ต้องทำอะไรเลย
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เองที่ทำให้ปัญหาของบ้านเมืองยังคงอยู่ และความเดือดร้อนของคนย่านแยกราชประสงค์จำนวนหลายหมื่นคนที่อาจจะต้องตกงานกันจริงๆ เพราะเจ้าของกิจการขนาดเล็กล้มละลายเพราะไม่มีรายได้จากการค้าขายกว่า 1 เดือนมาแล้ว ในขณะที่รายจ่ายยังคงเหมือนเดิม
เมื่อตำรวจเกียร์ว่าง ไม่อินังขังขอบอะไรกับการชุมนุม และนโยบายของรัฐบาลที่ขับเคลื่อนผ่าน ศอฉ. สุเทพ ในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จะมาบอกกับประชาชนเพียงแค่ว่า กดดันตำรวจไปแล้ว ให้ทำงานแข็งแรงขึ้น เพียงเท่านี้คงไม่พอกับความเสียหายของประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง
ขณะเดียวกัน เมื่อคนหมู่มากมารวมกัน ก็ย่อมแสดงความฮึกเหิมมากขึ้น จนถึงขั้นก้าวร้าว และพร้อมที่จะปะทะกับอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ
เกิดเหตุที่ว่าขึ้นเมื่อไหร่ ความเสียหายก็จะกระทบต่อภาพโดยรวมของประเทศในทันที
ในส่วนของตำรวจเองหากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนทำให้นายตำรวจหลายนายได้รับผลจากการออกคำสั่ง ก็ทำไมไม่ยื่นเงื่อนไขไปยังรัฐบาลว่า หากจะให้ทำอะไร ก็ให้ออกแถลงการณ์ หรือมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบ
ไม่ใช่สุดท้ายเป็นอย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ขณะนั้น ที่อ้างว่า ไม่เกี่ยว ไม่ได้สั่ง ส่วน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ ตอนนั้น ก็บอกว่า ส่งแต่ไม่ได้สั่งให้ทำแบบนั้น
เพราะในฐานะผู้ปฏิบัติ ผู้รักษากฎหมาย ตำรวจหลีกเลี่ยงที่จะทำหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้
จะทนยืนเป็นยักษ์วัดแจ้ง วัดโพธิ์ มีกระบองแต่เป็นแค่หิน ใครมันจะกลัว...หมาเยี่ยวรดจะไม่มีปัญญายกเท้าเตะก้นมันหรือเปล่า เพราะชินกับการเฉยมานาน
ทำไมตำรวจทั้งหลายถึงไม่ใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" นั้นมันไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อ หรือแค่ในตำนาน



