ข่าว

รวบ 'เมธี'...ตีแผ่เบื้องหลังยัน 'ไอ้โม่งแดง'

รวบ 'เมธี'...ตีแผ่เบื้องหลังยัน 'ไอ้โม่งแดง'

23 เม.ย. 2553

ปฏิบัติการกดดันแกนนำม็อบเสื้อแดงเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม 1 ในแกนนำเสื้อแดง "เมธี อมรวุฒิกุล" ขณะขับรถออกจากราชประสงค์กลับที่พักย่านคลองสาน ก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำ...แฉละเอียดยิบปืนทหารอยู่กับใครบ้าง และไอ้โม่งจุดชนวนมิคสัญญี 10 เ

 และแล้วการประกาศเตือนให้ 54 แกนนำเสื้อแดงที่มีส่วนยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในชาติบ้านเมืองไปรายงานตัวต่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แต่ทุกคนปฏิเสธจนนำมาสู่การออกหมายจับ ก็เริ่มสำแดงฤทธิ์ เมื่อ ศอฉ.ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ติดตามจับกุมตัว

 เมธีเป็น 1 ใน 54 แกนนำที่ถูกออกหมายจับในกรณีข้างต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เป็นที่เปิดเผยว่าทั้ง 54 คนประกอบด้วยใครบ้าง ทันทีที่หมายจับทยอยออกมา ชุดสืบสวนเฉพาะกิจของ บช.น.กับ บก.ป.ได้เฝ้าติดตามจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลข้างต้นตลอดเวลา ในส่วนของ บช.น. มอบหมายภารกิจนี้ให้ศูนย์สืบสวน บช.น. และ บก.สปพ.เป็นผู้ดำเนินการ จัดชุดเฝ้าประกบและจับกุมเมื่อสบโอกาส

 พ.ต.อ.สุธิพงษ์ วงศ์ปิ่น และ พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. นำทีมชุดเฉพาะกิจเฝ้าดูความเคลื่อนไหวรอบๆ ที่ชุมนุมเวทีราชประสงค์อยู่นานหลายวันแล้ว กระทั่งเช้ามืดวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา พบเห็น "เมธี อมรวุฒิกุล" อดีตดาราจอมบู๊สมาชิกพรรคเพื่อไทยขับรถกระบะออกจากที่ชุมนุม มุ่งหน้าไปตามถนนเจริญนคร ชุดสืบสวนจึงขับตามไปในระยะกระชั้นชิดแล้วให้สัญญาณหยุดรถหน้าอาคารสินทรทาวเวอร์ ก่อนจะแสดงหมายจับให้เจ้าตัวดู

 จากนั้นชุดเฉพาะกิจได้ตรวจค้นภายในรถกระบะคันดังกล่าวพบอาวุธปืนสงครามทาโว่ ซึ่งเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติลักษณะใกล้เคียงกับปืนเอ็ม 16 พร้อมแม็กกาซีน 3 อัน และกระสุนบรรจุอยู่เต็มแม็กรวม 92 นัด

 จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมธีกำลังจะเดินทางกลับที่พักที่อาคารสาทรเพลส เลขที่ 431 ถนนกรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ มีห้องพักอยู่ชั้น 2 ห้องเอ 8 เจ้าหน้าที่อีกชุดจึงเข้าไปสอบถาม รปภ.สาทรเพลส ได้ความว่า ดาราคนนี้นานๆ จะกลับเข้ามาพักที่ห้องดังกล่าว แต่ละครั้งไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติที่อาจจะเป็นอาวุธปืนกลับมาด้วย เมื่อจอดรถแล้วก็จะขึ้นห้องไปเลย รปภ.ส่วนใหญ่จึงไม่ได้สนใจอะไร

 ต่อมาชุดจับกุมจึงควบคุมตัวเมธีมาสอบปากคำอีกครั้งที่ห้องทำงาน พ.ต.อ.สุธิพงษ์ วงศ์ปิ่น บนชั้น 3 บก.สปพ.บริเวณแยกพญาไท จากนั้น พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่ประสานงานทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมสอบสวนเบื้องต้นด้วย

 การสอบสวนเมธีกินเวลานานราวครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ มีรายงานข่าวในชุดสืบสวนแจ้งว่า เมธียอมรับว่าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและจะลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรคนี้ จึงมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และติดตามผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองใหญ่ โดยเมธีได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนมาก แต่ไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ ได้แก่

 1.เมธียอมรับว่าอาวุธสงครามที่ตรวจพบในรถได้มาอย่างไร

 2.อาวุธสงครามของกองทัพที่สูญหายไปจากเหตุการณ์ 10 เมษา 53 และยังได้คืนไม่ครบตกอยู่กับใครบ้าง และใครเป็นไอ้โม่งที่เข้ามาก่อเหตุยิงใส่ผู้ชุมนุมและทหาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 25 คน บาดเจ็บอีก 800 กว่าราย

 3.ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมและสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง รวมถึงความต้องการของผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์

 หลังสอบปากคำชุดเฉพาะกิจนำตัวเมธีส่งให้ ศอฉ. คุมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ณ ค่ายอดิศร จ.สระบุรี โดยชุดเฉพาะกิจได้รายงานการสอบปากคำเบื้องต้นให้ ศอฉ.ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

 แหล่งข่าวในชุดจับกุม เปิดเผยว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากเมธีก่อนว่าเท็จจริงเพียงใด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นข้อเท็จจริงเป็นส่วนใหญ่ เพราะอาวุธสงครามทาโว่ แม็กกาซีน และกระสุน เป็นหลักฐานชัดเจนว่าเป็นของกองทัพที่แจ้งสูญหายไว้ที่ สน.ชนะสงคราม แล้วมาอยู่กับดาราคนนี้ได้อย่างไร

 "ประวัติของดาราคนนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มเสื้อแดง หลังๆ มานี้เดินตามเสธ.ทหารคนหนึ่งเข้ามาร่วมชุมนุมด้วย เชื่อว่าถ้าทหารสอบเสร็จคงประสานกลับมายัง สตช. ให้ดำเนินการติดตามกลุ่มผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ"

 เมธีเคยตกเป็นข่าวดังมาแล้วเมื่อครั้งลงมือทำร้ายร่างกาย "อดิศราช ธรรมพิทักษ์" ผอ.ศูนย์เลือกตั้งสุราษฎร์ธานี วัย 53 ปี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ขณะอดิศราชไปทวงเงินค่าหาเสียงเลือกตั้งที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ

 อดิศราช พร้อมคณะรวม 15 คนนำรถตู้ติดเครื่องขยายเสียงแขวนป้าย "แพ้แล้วหนี้ไม่จ่าย" พร้อมกับทวงเงินพรรคเพื่อไทยที่ค้างจ่ายผู้ประกอบการผลิตสื่อเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ปีเดียวกัน เป็นเงิน 7 แสนบาท แล้วถูกเมธีอดีตนักแสดงและนายแบบ ที่ขึ้นเวทีเสื้อแดงในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยบ่อยครั้ง กระชากไมโครโฟนจิ้มเข้าที่อกซ้ายแล้วต่อยเข้าที่ใบหน้าและท้องหลายครั้ง จนศีรษะแตกและบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง ก่อนจะเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางรัก

 เข้าใกล้ความจริงไปอีกคืบ อีกไม่นานคงรู้ว่าใครคือไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในบ้านเมือง ?!!