ข่าว

ภารกิจปจว.กลางม็อบ 2 สี!!ดับไฟที่สีลม..หวั่นปะทุเดือด

ภารกิจปจว.กลางม็อบ 2 สี!!ดับไฟที่สีลม..หวั่นปะทุเดือด

23 เม.ย. 2553

ท่ามกลาง "ไฟอารมณ์" ที่คุกรุ่น ระหว่างผู้ชุมนุม 2 สีตรงแยกศาลาแดง ซึ่งเป็นเสมือนพื้นที่กันชนระหว่างคนเสื้อหลากสีที่ปักหลักอยู่ในย่านสีลมกับคนเสื้อแดงที่ตั้งแนวบังเกอร์อยู่ฝั่งตรงข้าม สถานการณ์กำลังแหลมคมถึงขีดสุด หลังมีการปะทะกันของม็อบทั้งสองฝ่าย

 สถานการณ์การเผชิญหน้าพร้อมทะลุจุดเดือด และพร้อมที่จะยกระดับจากการใช้ขวด หนังสติ๊ก ระเบิดเพลิง และบั้งไฟ กลายเป็นปืน และระเบิดได้ทุกเมื่อ หากไม่เร่งดับชนวนความไม่เข้าใจ ซึ่งพัฒนากลายเป็นความเกลียดชังกันให้ได้โดยเร็ว !!

 แต่สถานการณ์ที่กำลังลุกลาม และล่วงเลยมาจนถึงขณะนี้คงไม่มีใครแน่ใจแล้วว่า การจับอาวุธขึ้นมาห้ำหั่นกันครั้งใหญ่ของคนไทยจะไม่เกิดขึ้น เพราะอย่างที่เห็นกันว่าแม้จะเป็นเพียงการปะทะกันกลุ่มเล็กๆ แต่ตำรวจกลับวางเฉย ไม่คิดจะห้ามปรามหรือจับกุมแต่อย่างใด

 ขณะที่ทหารได้แต่ปักหลักบนสถานีรถไฟฟ้า เพราะกลัวว่า หากเข้าไปห้ามทัพเองจะยิ่งเท่ากับสุมไฟยิ่งขึ้น จึงมีเพียงทหารชุดปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือ "ชุด ปจว.รบพิเศษ" เท่านั้นที่ทำหน้าที่เป็น "น้ำ" ดับ "ไฟ" ไปพลางๆ

 สังเกตได้ว่า นับตั้งแต่ที่คนเสื้อแดงประกาศจะยึดสีลม ก่อนจะนำมาสู่การรวมตัวของคนสีลมเพื่อต่อต้านการละเมิดสิทธิของเสื้อแดง ทหาร ปจว.รบพิเศษ ก็เริ่มแบ่งกำลังจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เข้ามาปฏิบัติการที่สีลม

 กำลังพลในส่วนนี้แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 3-4 นาย โดยจะตระเวนขับรถบรรทุกเครื่องขยายเสียงตระเวนไปรอบๆ ถนนสีลมเพื่อกล่าวขอบคุณผู้ชุมนุมหลากสีที่ชุมนุมอย่างสงบ และขอให้อดทนอีกนิด พร้อมเปิดเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อคลายอารมณ์ด้วย

 ทหารชุด ปจว.รบพิเศษนายหนึ่งเปิดใจว่า ภารกิจของ ปจว.รบพิเศษ คือ ชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์การชุมนุมให้กลุ่มผู้ชุมนุมให้แก่คนที่ทำงานในย่านสีลม และคนหลากสีที่มาชุมนุมเข้าใจ โดยขอให้อดทนต่อปัญหา และชุมนุมกันอย่างสงบสันติ

 "ผมไม่มั่นใจเหมือนกันนะว่าเราเข้ามาทำตอนนี้จะทันการณ์หรือเปล่า แต่เราจะทำเท่าที่ทำได้ เพราะต้องยอมรับว่า อารมณ์ของคนทั้งสองฝ่ายตอนนี้แรงมาก" ทหารชุด ปจว.คนเดิมกล่าวด้วยความหนักใจ

 เขาบอกว่า ภารกิจที่ทำได้ตอนนี้ คือ การพยายามผ่อนคลายอารมณ์ของคนที่ฝั่งสีลมเท่านั้น แต่ในฝั่งของคนเสื้อแดงต้องยอมรับว่ายังเข้าไม่ถึง เนื่องจากผู้ชุมนุมมี 2 ส่วน คือ 1.คนที่มาจาก กทม.และปริมณฑล ที่จะเข้าๆ ออกๆ ม็อบ และ 2.พวกที่ระดมมาจากต่างจังหวัด

 เขาอธิบายว่า สำหรับคนกลุ่มแรกคงไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะเดินทางมาด้วยตนเอง และส่วนใหญ่จะเดินทางแบบไปกลับ แต่สำหรับคนที่มาจากต่างจังหวัดบางส่วนก็อยากกลับบ้าน เพราะมากันตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ และยังไม่ได้กลับ จึงอยากกลับกันเต็มที่แล้ว

 "คนกลุ่มนี้น่าสงสาร เพราะส่วนใหญ่มากับแกนนำในท้องถิ่น บ้างก็ถูกยึดบัตรประชาชน หรือใช้มาตรการทางสังคมมาเป็นแรงกดดัน บางคนก็มากรุงเทพฯ ครั้งแรก เลยไม่รู้ว่าจะกลับยังไง ตอนนี้เรากำลังหาวิธีอยู่ว่าจะส่งข่าวเข้าไปในนั้นได้อย่างไร"

 ชุด ปจว.รายนี้กล่าวว่า การส่งทหารเข้าไปแจกใบปลิว หรือแม้แต่รถขยายเสียงเข้าไปคงยากที่จะสื่อสารถึงผู้ชุมนุมได้ เพราะตอนนี้อารมณ์ของผู้ชุมนุมกำลังแรงอยู่ พูดอะไรไปก็คงไม่รับ แต่เรากำลังหาวิธีส่งข่าวเข้าไปในที่ชุมนุมเพื่อให้คนที่อยากกลับบ้านได้กลับบ้าน

 แนวทางที่คิดไว้ในขณะนี้ อาจส่งแถลงการณ์คำชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุม หรือช่องทางในการกลับบ้าน หรืออาจวางหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นให้ผู้ชุมนุมได้อ่านบ้าง

 เพราะทุกวันนี้ข่าวที่ผู้ชุมนุมได้รับมาจากบนเวทีปราศรัยอย่างเดียว แม้จะมีการเล่าข่าว แต่ก็มีการบิดเบือนเฉพาะในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช.เท่านั้น จึงอยากให้ผู้ชุมนุมได้อ่านข่าวด้วยตัวเองบ้าง

 ยุทธวิธีดังกล่าวสอดรับกับคำแถลงของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ซึ่งออกมาแถลงทั้ง "ปลอบ" ทั้ง "ขู่" รายวันเพื่อหาทางพาประชาชนที่มาด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆ และไม่ใช่พวกกองกำลังติดอาวุธ กลับบ้านโดยสวัสดิภาพให้มากที่สุด

 การออกมาเชิญชวนประชาชนที่ถูกยึดบัตรประชาชนที่ต้องการกลับบ้านให้มาแจ้งความประสงค์ต่อตำรวจ หรือเตือนว่า ในที่ชุมนุมมี "อาวุธสงคราม" ซ่องสุมอยู่เยอะ จึงอยากให้กลับบ้าน เพราะอาจโดนลูกหลง หรืออาจถูกจับกุม มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท

 เป็นการเล่น "สงครามจิตวิทยา" เพื่อแยกมวลชนผู้บริสุทธิ์ออกจากกำลังติดอาวุธเพื่อให้ทหารปฏิบัติการแบบทหารได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยข่าวสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อหลอกล่อให้แกนนำและการ์ด นปช.หวาดผวา และอ่อนล้าถึงขีดสุด

 ถัดจากสงครามจิตวิทยา ก็จะปรับเข้าสู่โหมด "สงครามต่อต้านก่อการร้าย" เต็มรูปแบบต่อกองกำลังติดอาวุธที่ใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็น "โล่มนุษย์" ให้แก่พวกที่ทำปากกล้า แต่รักตัวกลัวตายเป็นที่สุด

ทีมข่าวความมั่นคง