ข่าว

"อนุพงษ์"เล็งแฉขบวนการโจมตีสถาบัน

"อนุพงษ์"เล็งแฉขบวนการโจมตีสถาบัน

23 เม.ย. 2553

"อนุพงษ์" เตรียมแฉขบวนการโจมตีสถาบันโต้ข่าวท่านผู้หญิง ยอมรับมีการปลุกระดมมวลชนในทางที่ผิดพร้อมกับโจมตีสถาบันเพื่อมุ่งผลทางด้านการเมือง เชื่อถ้าสลายจริงปัญหาจบก็ดี ถ้าสลายแล้วความคิดยังอยู่ สลายหรือไม่สลายขึ้นอยู่กับสถานการณ์

 (22เม.ย.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ปัญหาขณะนี้คือความขัดแย้งของคนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ต้องยอมรับว่ามีการปลุกระดมมวลชนโดยใช้สื่อปลุกปั่นให้คนมีความเข้าใจผิดในหลายเรื่อง และยังมีการใช้มวลชน เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน มีกลุ่มไม่ทราบฝ่ายแฝงตัวอยู่และใช้อาวุธสงครามปฏิบัติการต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งฝ่ายเราก็ไม่คาดคิดว่าจะมีการใช้อาวุธร้ายแรงมากขนาดนั้น เจ้าหน้าที่เองได้มีการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย นอกจากนั้น ความขัดแย้งของคนก็มีการปฏิบัติการในลักษณะที่เกี่ยวโยงต่อเนื่อง พร้อมกับการปราศรัยโดยใช้คำว่าอยากเห็นมิคสัญญีหรือ และจากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และมีการใช้กองกำลังจริง พร้อมกับมีการใช้อาวุธสงครามขนาดหนักในขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้อาวุธได้เลย

 “ผมขอยืนยันว่าในเร็วๆ นี้ ผมจะนำเอาข้อมูลมาให้สาธารณชนได้รับทราบเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีสถาบัน ซึ่งมีเครือข่ายอย่างแน่นอน และออกมาในรูปของเว็บไซต์ กลุ่มคน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นสรุปแล้วนอกจากจะดึงเอาความขัดแย้งของคน 2 กลุ่มมาใช้ประโยชน์และมีการมุ่งโจมตีสถาบันแล้ว ก็ยังมุ่งหวังเพื่อให้เกิดผลทางด้านการเมือง เพื่อประโยชน์กับใครกลุ่มใดก็ต้องพิจารณากันเอง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า จะมีการเปิดเผยรายละเอียดการโจมตีสถาบันอย่างไรและเมื่อใด ผบ.ทบ.กล่าวว่า ถ้าเรื่องใดสามารถดำเนินการได้จึงจะเปิดเผย ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมายและเปิดเผยเท่าที่ทำได้ เพื่อให้คนรู้และเห็นว่ามีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่

 ถามว่า ท่านผู้หญิง จ.จ. เข้ามาเกี่ยวข้องและสั่งการหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ใครจะไปอ้างหรือกล่าวอะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่งที่ใครจะไปกล่าวอ้าง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างที่ว่านี้เป็นการกล่าวเท็จ การที่ ศอฉ.จะดำเนินการเรื่องใดก็ตาม ศอฉ.จะต้องรับผิดชอบ เพราะเมื่อมีความผิดก็ต้องขึ้นศาล และเราฝ่ายผู้ปฏิบัติก็ต้องดำเนินการตามนโยบายที่คนของรัฐบาลให้มาว่าจะทำอะไร อย่างไร ถ้าทำแล้วเกิดความเสียหายต่อประเทศ มีคนบาดเจ็บล้มตายมากเราก็จะชี้แจงให้รัฐบาลทราบว่าทำได้หรือไม่ได้ เพราะอะไร และทำแล้วไม่เกิดผลดีเพราะไม่ว่าสีใด ถ้าต้องปฏิบัติต่อประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องในเปอร์เซ็นต์ที่เป็นผู้หญิงเยอะกว่าครึ่ง บางทีก็ทำอะไรลำบาก ก็ต้องใช้มาตรการอย่างอื่นประกอบกันไป พร้อมกับการสร้างความเข้าใจ ค่อยๆ สร้างการรับรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง บวกกับมาตรการด้านกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อทำให้สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายไป

 "หากเหลือผู้ชุมนุมเป็นเฉพาะฮาร์ดคอร์ ก็ไม่ยากต่อการดำเนินการ ซึ่งในส่วนการตัดสินใจนี้ขอยืนยันว่า รัฐบาล คือนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และคณะทำงานของ ศอฉ.เท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ คนอื่นเราไม่เคยไปเกี่ยวข้องด้วย และไม่เคยจะต้องไปติดต่อกับใครที่เขาไปกล่าวอ้าง โดยเฉพาะคนที่ตกเป็นข่าวอย่างไม่ยุติธรรม ท่านไม่เคยติดต่อกับเราในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ และไม่ใช่หน้าที่ที่ผมจะไปนั่งถาม" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

 ส่วนที่มีข่าวว่าผบ.ทบ. อึดอัดในการทำหน้าที่ขณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่อึดอัด คนไปตีความเอาเอง ถ้าสมมติว่ารัฐบาลอยากให้ทำเรื่องผิดกฎหมายเราก็จะบอกว่าทำได้หรือไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอึดอัดหรือต้องเครียดอะไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือกัน และจะทำให้ผลออกมาดีที่สุด จะเห็นได้ว่ามาถึงขณะนี้เรื่องต่างๆ บางทีทำได้ยาก กับที่จะทำให้กฎหมายเป็นกฎหมายมันไม่ง่าย คนที่เรามีปัญหากันอยู่ก็เป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ความเข้าใจหรือความเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้น ไม่ถึงกับจะเป็นผู้ร้าย แต่ส่วนคนผิดที่มีหมายจับ พวกซ่องสุมปลุกปั่นมีอาวุธสงครามก็เป็นคนละเรื่อง คนเหล่านี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่คนมาชุมนุมเขาคงรู้ดีว่าเราไม่สามารถใช้อาวุธกับเขาได้ เขาถึงอยู่ได้

 ถามว่าจะให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะต้องเป็นตัวตัดสินในเรื่องนี้ ทหารจะทำโดยกลไกสังคมและกลไกทางกฎหมาย คนไทยทั้งหมดต้องเชื่อมั่นว่าปัญหาทั้งหมดจะหมดไปภายใต้บริบทของกฎหมาย และความเข้าใจก็ต้องค่อยๆ ทำไป เราไม่สามารถกำหนดเวลาได้ และไม่สามารถกำหนดมาตรการได้ว่าสลายแล้วจะจบ ถ้าสลายแล้วความคิดยังอยู่ก็หมายความว่ายังไม่จบ เพราะฉะนั้นเราก็จะค่อยๆ ทำไป ขณะนี้เราเห็นแล้วว่าคนส่วนใหญ่เขารับรู้ ขณะที่คนบางคนไม่รับรู้ว่าเขากำลังถูกครอบงำ

 ผบ.ทบ. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้จาการตรวจสอบด้านการข่าวพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอยากออกจากพื้นที่หลายคน แต่ถูกให้อยู่ในที่ชุมนุมด้วยวิธียึดบัตรประชาชนไว้ และหว่านล้อมจนไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะมาจากต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นต้องค่อยๆ ดึงคนเหล่านี้ออกมา เพราะไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าคนตาย หรืออาชญากร เขาเป็นคนไทยด้วยกันที่อาจเห็นต่างกัน แต่การไปก่อหวอดรวมกันแล้วกระทำความผิดอย่างที่เป็นอยู่ อันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องรับรู้ถึงผลที่จะตามมาว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ ศอฉ.จึงได้ออกคำเตือนตลอด เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาประเทศไม่ใช่ไปปิดที่สี่แยกแล้วจะเอาให้ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ คงไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาตนก็เคยเจอปัญหาเรื่องนี้มาก่อน จึงใช้วิธีการนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ข่าวที่จะมีการสลายการชุมนุมใน 1-2 วันนี้จะมีหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า อย่าให้บอกว่าสลายหรือไม่สลายเลย ตนจะทำทุกอย่างตามสถานการณ์และผลที่ได้มาจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถ้ารักษากฎหมายไว้ได้ ไม่มีคนบาดเจ็บและตาย เป็นที่ยอมรับว่าทำตามกฎหมายและสมควรแก่เหตุ เหมาะสมที่จะทำตอนไหนอย่างไรตนก็คงทำ เว้นแต่เขาจะออกไปก่อนก็ไม่ต้องทำ