
จุดจบบนเส้นขนาน
มาถึงวันนี้คงไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยปราศจากความสูญเสียอย่างที่ทุกคนคาดหวังได้
ทิฐิของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเสื้อแดงมีมากเกินกว่าความปรารถนาเห็นความสุขสงบของประเทศชาติ
ความคิดที่ฝังแน่นนี้ถูกถ่ายทอดชนิดฝังหัวมาถึงกลุ่มฮาร์ดคอร์ เกิดเป็นความมุ่งมั่นที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบอำมาตย์ให้พินาศ
โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่คำนึงถึงชีวิตและเลือดเนื้อประชาชนคนไทย เผ่าพงศ์พันธุ์เดียวกัน
การตระเตรียมสิ่งละอันพันละน้อยไว้ในสวนลุมพินี โดยมีจุดประสงค์ชัดเจนสำหรับใช้ต่อกรเจ้าหน้าที่รัฐ แสดงให้เห็นถึงเจตนาในอันที่จะไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ ไม่ยอมรับเงื่อนไข และทางออกในทางสันติวิธี
วิธีการตั้งป้อมค่าย ทั้งการก่อยางรถยนต์เป็นชั้นๆ คลุมด้วยตาข่ายพลาสติกดำเป็นแนวยาวตลอดจุดชุมนุม ลำไม้ไผ่ตัดยาวพอเหมาะขัดแทนกำแพง พร้อมดึงมาใช้งานได้ทุกเมื่อ
มองแล้วไม่ต่างอะไรกับยุทธวิธีทางทหาร
ถ้ามีการใช้กำลังสลายคงหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายไม่พ้น
ดีไม่ดีอาจจะสูญเสียมากกว่าวันที่ 10 เมษายน 2553 ด้วยซ้ำ เพราะทหารเองก็ออกมายืนยันแล้วว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเองก็ไม่ระย่อ บางคนปราศรัยปลุกปั่น ถึงขั้นจะยึดรถพยาบาลด้วยซ้ำไป
ในสงครามนั้นบุคลากรทางการแพทย์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง เป็นคนเยียวยารักษาชีวิตคน ไม่ใช่ผู้ทำลาย
การที่แกนนำเสื้อแดงยุยงจะยึดรถพยาบาล สร้างความหวาดผวาต่อบุคลากรทางการแพทย์มาก พวกเขาไม่มีอาวุธ ถ้ากลัวมากๆ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะรักษาชีวิตตัวเองก่อน เมื่อนั้นเหตุการณ์มันจะยิ่งเลวร้ายจนยากจะคิดไปถึง
สันติที่แกนนำเสื้อแดงพร่ำพูดถ้ามันเลือกไม่ได้ เลี่ยงไม่พ้นที่จะเกิดเหตุรุนแรง ก็อย่าจับผู้ชุมนุมเป็นตัวประกัน เป็นเหยื่อสังเวยความขัดแย้ง
เพราะเมื่อเราผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ แล้วก็มักจะหันกลับไปมองดูสิ่งที่ผ่านมา แล้วก็ออกมาเรียกร้องหาคนรับผิดชอบอีก
ในเมื่อเราหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่แรกทำไมถึงไม่เลือกทำ
บางทีจุดจบบนเส้นขนานก็บรรจบกันได้
ถ้าคำนึงถึงส่วนรวมอันหมายถึงชีวิตผู้คน ไม่ใช่ประชาธิปไตยในความนัยของแต่ละฝ่าย
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



