ข่าว

 จุดจบบนเส้นขนาน

จุดจบบนเส้นขนาน

23 เม.ย. 2553

มาถึงวันนี้คงไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยปราศจากความสูญเสียอย่างที่ทุกคนคาดหวังได้

ทิฐิของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเสื้อแดงมีมากเกินกว่าความปรารถนาเห็นความสุขสงบของประเทศชาติ

 ความคิดที่ฝังแน่นนี้ถูกถ่ายทอดชนิดฝังหัวมาถึงกลุ่มฮาร์ดคอร์ เกิดเป็นความมุ่งมั่นที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบอำมาตย์ให้พินาศ

 โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่คำนึงถึงชีวิตและเลือดเนื้อประชาชนคนไทย เผ่าพงศ์พันธุ์เดียวกัน

 การตระเตรียมสิ่งละอันพันละน้อยไว้ในสวนลุมพินี โดยมีจุดประสงค์ชัดเจนสำหรับใช้ต่อกรเจ้าหน้าที่รัฐ แสดงให้เห็นถึงเจตนาในอันที่จะไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ ไม่ยอมรับเงื่อนไข และทางออกในทางสันติวิธี

 วิธีการตั้งป้อมค่าย ทั้งการก่อยางรถยนต์เป็นชั้นๆ คลุมด้วยตาข่ายพลาสติกดำเป็นแนวยาวตลอดจุดชุมนุม ลำไม้ไผ่ตัดยาวพอเหมาะขัดแทนกำแพง พร้อมดึงมาใช้งานได้ทุกเมื่อ

 มองแล้วไม่ต่างอะไรกับยุทธวิธีทางทหาร

 ถ้ามีการใช้กำลังสลายคงหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายไม่พ้น

 ดีไม่ดีอาจจะสูญเสียมากกว่าวันที่ 10 เมษายน 2553 ด้วยซ้ำ เพราะทหารเองก็ออกมายืนยันแล้วว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

 ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเองก็ไม่ระย่อ บางคนปราศรัยปลุกปั่น ถึงขั้นจะยึดรถพยาบาลด้วยซ้ำไป

 ในสงครามนั้นบุคลากรทางการแพทย์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง เป็นคนเยียวยารักษาชีวิตคน ไม่ใช่ผู้ทำลาย

 การที่แกนนำเสื้อแดงยุยงจะยึดรถพยาบาล สร้างความหวาดผวาต่อบุคลากรทางการแพทย์มาก พวกเขาไม่มีอาวุธ ถ้ากลัวมากๆ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะรักษาชีวิตตัวเองก่อน เมื่อนั้นเหตุการณ์มันจะยิ่งเลวร้ายจนยากจะคิดไปถึง

 สันติที่แกนนำเสื้อแดงพร่ำพูดถ้ามันเลือกไม่ได้ เลี่ยงไม่พ้นที่จะเกิดเหตุรุนแรง ก็อย่าจับผู้ชุมนุมเป็นตัวประกัน เป็นเหยื่อสังเวยความขัดแย้ง

 เพราะเมื่อเราผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ แล้วก็มักจะหันกลับไปมองดูสิ่งที่ผ่านมา แล้วก็ออกมาเรียกร้องหาคนรับผิดชอบอีก

 ในเมื่อเราหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่แรกทำไมถึงไม่เลือกทำ

 บางทีจุดจบบนเส้นขนานก็บรรจบกันได้

 ถ้าคำนึงถึงส่วนรวมอันหมายถึงชีวิตผู้คน ไม่ใช่ประชาธิปไตยในความนัยของแต่ละฝ่าย

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]