ข่าว

หลากสีพิจิตรร่วมต้านแดงแดงสุราษฎร์ถอดใจ

หลากสีพิจิตรร่วมต้านแดงแดงสุราษฎร์ถอดใจ

22 เม.ย. 2553

“มวลชน กอ.รมน.” บุก “ราบ 11” ให้กำลังใจ “ทหาร” ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม “นปช.” พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค-น้ำดื่ม” เครือข่ายสันติวิธี บุกเวที นปช. ยื่นข้อเสนอยุติความรุนแรง “ ผู้ว่าฯกทม.”จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นองเ

(22เม.ย.) นายวัชระ สุรวัฒนานนท ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายคนพิจิตรเสื้อหลากสีผู้รักและปกป้องสถาบันชาติไทย กล่าวว่า  ขณะนี้กลุ่มพลังเงียบที่เป็นประชาชนในส่วนภูมิภาคของ จ.พิจิตร ที่ประกอบไปด้วยครู พ่อค้า ประชาชน ข้าราชการเกษียณ เยาวชน พยาบาลและอีกหลากหลายสาขาอาชีพมีการส่งตัวแทนมาประชุมหารือกันและมีการลงมติว่าจะลุกขึ้นต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ก่อจลาจลคล้ายกองโจรและกลุ่มกบฏที่ไม่เคารพกฎหมายและจ้องจะทำลายล้มรัฐบาลและสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการชุมนุมปิดถนนในย่านธุรกิจสำคัญ

 ทั้งนี้ส่งผลให้การค้าขายและสถาบันการเงินรวมถึงตลาดหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ ละการท่องเที่ยว โดยชุมนุมกันอยู่ในกรุงเทพฯและอีกหลายจังหวัดอยู่ในขณะนี้ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของชาติเสียหาย อันเป็นภัยพิบัติอันใหญ่หลวงของชาติอยู่ในขณะนี้ โดยอ้างว่าทำเพื่อประชาธิปไตยและอ้างความเห็นชอบว่ามาจากประชาชน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทำเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตนและเพื่อคนคนเดียว คือ ทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้จะร่วมแสดงพลังจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ โดยใช้เวลาตอน 18.00 น.ทุกวัน จะมีการนัดรวมตัวกันคราวแรกที่สะพานร่วมใจริมแม่น้ำน่าน เขตเทศบาลเมืองพิจิตร และตามจุดต่าง ๆ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ร่วมกันร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งนี้เพื่อแสดงพลังคนไทยรักชาติที่จะไม่เป็นพลังเงียบอีกแล้วให้คนเสื้อแดงเกิดความสำนึกว่าคนทั้งแผ่นดินไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ทำอยู่ในขณะนี้ด้วยการร่วมกันร้องเพลงชาติทุกเย็นดังกล่าว

"มวลชนกอ.รมน.”บุก“ราบ11”ให้กำลังใจ“ทหาร”

 ที่แหล่งสมาคมนายทหารสัญญาบัตร กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ ได้มีนายสุเทพ สุวรรณเกต นายกสภานักวิชาการสมัชชามวลชน เพื่อความมั่นคงภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกลุ่มสมาชิกมวลชนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เดินทางมาให้กำลังใจทหาร พร้อมทั้ง มอบแปรงสีฟัน ยาสีฟัน จำนวน 200 โหล และมอบนำดื่ม 200 โหล ให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกทม. โดยมี พ.อ.ธเนศ กาลพฤกษ์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก และพ.อ.พลภัทร์ วรรณพักตร์ รองเลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กำลังพลในหน่วยต่างๆต่อไป

 ด้านพ.อ.พลภัทร กล่าวภายหลังรับมอบสิ่งของว่า ขอขอบคุณในการที่พวกท่านนำสิ่งของมาบริจาค และจะนำสิ่งของดังกล่าวไปมอบให้กับบรรดาทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และทางทหารเองก็จะเร่งนำความสงบสุขกลับคืนมาโดยเร็ว

เครือข่ายสันติวิธีบุกเวทีนปช.ยื่นข้อเสนอยุติความรุนแรง

 เมื่อเวลา 15.30 น. ตัวแทนเครือข่ายสันติวิธีและเครือข่ายสันติประชาธรรม นำโดย นายโคทม อารียา นายยุกติ มุกดาวิจิตร อารย์คณะสังคมศาสตร์ และมานุษยวทยา มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ และนายเกษม เพ็ญภินันท์ อ.อักษรศาสตร์จุฬาฯ ได้เดินทางมาที่หลังเวทีปราศรัยของ นปช. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อยื่นข้อเสนอต่อแกนนำ นปช. โดยมีนายวีระ มุสิกพงษ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกือ แกนำ นปช. มารับหนังสือด้วยตัวเอง

 ทั้งนี้ข้อเสนอระบุว่าทางกลุ่มมีข้อเสนอต่อรัฐบาล และ นปช. เพื่อถอดสลักความรุนแรงดังนี้ 1.รัฐบาลควรอธิบายให้ชัดเจนว่า มีภารกิจที่สำคัญประการใดที่จะปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนการยุบสภา เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในบางมาตรา (ถ้าจำเป็น) การดูแลให้กฎหมายงบประมาณผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจบางประการ ตลอดจนปัญหากระบวนการทางการเมืองอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อขอความเข้าใจจาก นปช. และสังคม ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พึงรับฟังข้อเรียกร้องของ นปช. ที่เร่งรัดการยุบสภาด้วย ดังนั้น ระยะเวลาการยุบสภาจึงไม่ควรเกินห้าเดือนหรือก่อนหน้านั้น โดยต้องเร่งรัดภารกิจที่ประสงค์จะกระทำ หรือยกให้เป็นภารกิจระยะยาวต่อไป

 2.ทุกฝ่ายพึงร่วมมือกันลดการใช้สื่อสร้างความเกลียดชังและชักนำให้เกิดความรุนแรงและดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นหลังการยุบสภา เป็นไปโดยเสรี สุจริต เที่ยงธรรม และทุกฝ่ายยอมรับผล รัฐบาลต้องสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาสังคม ในการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง

 3.ทุกฝ่ายพึงปฏิบัติตามกฎหมาย หากผู้ใดถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมาย ก็ควรมีโอกาสต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ หรือใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสัจจะและการคืนดีกัน

 4.รัฐบาลและ นปช.ควรร่วมมือกันพิสูจน์ความจริง และแสดงความรับผิดชอบ เรื่องการใช้ความรุนแรง บริเวณถนนดินสอและสี่แยกคอกวัวในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่นำมาสู่ความสูญเสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน โดยคณะกรรมการที่เป็นกลางและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

 5.รัฐบาลและ นปช.ควรร่วมมือกันและแสวงความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความเป็นธรรมและการปฏิรูปการเมืองเพื่อทำหน้าที่ในอันที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐาน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน

 และ 6.เพื่อถอดสลักความรุนแรงที่กำลังเผชิญหน้าสังคมในขณะนี้ รัฐบาลและ นปช. จะต้องรีบประกาศให้ความเห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอข้างต้น โดยรัฐบาลจะหยุดมาตรการเชิงรุกใดๆ เพื่อเตรียมยกเลิกประกาศการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดการชุมนุมที่อาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ชุมนุมต่างกลุ่ม และ นปช. พร้อมจัดระเบียบและย้ายที่ชุมนุม เพื่อนำไปสู่การชุมนุมโดยสงบและสลายการชุมนุมไปในที่สุด แล้วจัดตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีหน้าที่พิจารณาทำความตกลงในรายละเอียดต่างๆ ต่อไป

 ด้านนายโคทม ให้สัมภาษณ์ ว่า ให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ เพราะขณะนี้ผ่านมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว อย่าไปเร่งจังหวะของทุกฝ่าย และขอให้เห็นใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะชาวสีลม ขอให้แสดงออกอย่างเต็มที่แต่ อย่าประชิดหรือยั่วยุกันและกันซึ่งจะทำให้เกิดการเผชิญหน้า พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบความเดือดร้อนภาคธุรกิจพ่อค้าแม่ค้าย่านสีลมย่านราชประสงค์เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนเบื้องต้น

 ขณะที่นายเกษม กล่าวว่า ทางเครือข่ายเข้ามาหารือกับ นปช. ซึ่ง ประธาน นปช. ก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธการเจรจา และพร้อมจะกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร นปช. และรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายกำหนด และตอนนี้ได้ยื่นหนังสือถึงนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ แล้ว และเชื่อว่าเร็วๆนี้จะเจรจากันได้

เสื้อแดงสุราษฏร์ธานีถอดใจไม่ร่วมชุมนุม

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 53 ว่าตัวแทนกลุ่มเสื้อแดง จ.สุราษฎร์ธานีได้นัดหารือกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 10 คน โดยมีมติไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพ ฯอีกต่อไป โดยอ้างถึงการประสานงานที่ไม่ชัดเจนของแกนนำหลัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการจัดเตรียมคนไว้จำนวนหนึ่งแล้วประมาณ 200 - 300 คน

 โดยผู้ประสานงานกลุ่มเสื้อแดงรายหนึ่งที่เคยนำคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมก่อนหน้านี้ระบุว่า กลุ่มเสื้อแดงใน จ.สุราษฎร์ธานีและ จ.นครศรีธรรมราชเมื่อไปร่วมชุมนุมจะถูกเมินจากแกนนำ โดยอ้างว่ามีจำนวนน้อยไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย ทั้งที่จริง ๆ แล้วกลุ่มเสื้อแดงใน จ.สุราษฎร์ธานีก็มีจำนวนมากพอสมควร โดยที่เมื่อไปแล้วเหมือนกับไม่มีใครเห็นคุณค่าและเมื่อเสนอความคิดเห็นใด ๆ แกนนำหลัก ๆ จะไม่ให้ความสนใจด้วยซ้ำ

 ทั้งที่คนเสื้อแดงหลายรายมีชื่อเสียงในสังคมของ จ.สุราษฎร์ธานีพอสมควร สามารถที่จะดึงมวลชนได้จำนวนมากไม่แพ้นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อจุดประสงค์ของการชุมนุมต่างกันก็ไม่พร้อมที่จะนำคนไป

กทม.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลเหตุนองเลือดคอกวัว25 เม.ย.

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. วันนี้ ว่า ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ กทม.จะจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณสี่แยกคอกวัว โดยพิธีจะจัดขึ้นบนทางเท้าที่บริเวณสี่แยกคอกวัว พิธีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 07.00 น. โดยพระราชาคณะ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 199 รูป นอกจากนี้จะมีพิธีสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นองเลือดครั้งนั้น

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า พิธีดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในนาม กทม. โดยมีตนเป็นเจ้าภาพ พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ประสานไปยังหน่วยงานราชการ กองทัพ พี่น้องประชาชน รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรทั้งญาติผู้ชุมนุม หรือญาติของเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ทั้งนี้ตามประเพณีของไทยจะต้องมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต และยังเป็นการฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านสี่แยกคอกวัวด้วย

 ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ส่วนจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าคนไทยทุกคนคงเห็นว่าในขณะที่มีสงคราม ถ้ามีคนตายยังมีการทำความตกลงกันว่าทุกฝ่ายสามารถเข้าไปเก็บศพกันได้เลย แต่เราไม่ได้อยู่ในต่างชาติ เป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น และแค่การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนตายก็ไม่ได้เชียวหรือ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชิญนายกฯ มาร่วมงานด้วยหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.เชิญทุกฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าท่านนายกฯ จะมาร่วมก็ได้

 เมื่อถามว่า กทม.เตรียมความพร้อมต่อการก่อวินาศกรรมในพื้นที่กทม.อย่างไรบ้าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.เตรียมพร้อมตั้งแต่เดือน ก.พ. ทั้งรถดับเพลิง รถพยาบาล และกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ โดยส่วนใหญ่ดูแลพื้นที่ในพื้นที่สถานที่ราชการ แต่ในพื้นที่เอกชนกำลังเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เช่น ในกรณีการยิงระเบิดอาร์พีจีคลังน้ำมันเครือ ปตท. จ.ปทุมธานี คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้ คือการเก็บกวาดขยะในพื้นที่การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยวันนี้มีปริมาณขยะมากถึง 30 ตัน แต่พื้นที่การชุมนุมเป็นพื้นที่คับแคบยากต่อการเข้าไปทำความสะอาด เนื่องจากมีประชาชนนอนหลับพักผ่อนตามท้องถนน และทางเท้า ตนจึงได้มอบหมายให้นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ประสานงานเพื่อเข้าไปทำความสะอาดให้มากขึ้น

 ส่วนการดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำลายทรัพย์สินทางราชการนั้น กทม.กำลังรวบรวมเรื่อง แต่ตอนนี้ขอให้ความสำคัญกับเรื่องใหญ่ก่อนคือ การทำอย่างไรให้เกิดความสงบสุข และทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความรุนแรง

"ชวรัตน์"วอนทุกสียุติป่วน ให้รบ.เดินหน้าทำงาน

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.หลังชุมนุมยืดเยื้อมาเป็นเวลายาวนาน 40 กว่าวันนั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นการชุมนุมที่เกินกว่าที่คาดหมายไว้ ไม่ทราบว่าเหตุใดกลุ่ม นปช.ถึงได้มีแนวร่วมมากขนาดนี้ ส่วนการต่อต้านของกลุ่มคนหลากสีและกลุ่ม นปช.นั้น อาจจะนำมาซึ่งความสูญเสียด้วย โดยหากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน โดยอยากให้การชุมนุมยุติโดยเร็วเพื่อที่รัฐบาลจะได้สามารถเดินหน้าบริหารบ้านเมืองต่อไปได้