ข่าว

คสทร.จี้รัฐช่วยลูกจ้างรับผลกระทบม็อบการเมือง

คสทร.จี้รัฐช่วยลูกจ้างรับผลกระทบม็อบการเมือง

22 เม.ย. 2553

กลุ่มแรงงานโอดผลกระทบจากการชุมนุมเสื้อแดงเริ่มประชิดตัวแล้ว ขณะที่มาตรการช่วยเหลือภาครัฐยังไม่มีรูปธรรม ขณะที่นายจ้าง ลูกจ้างราชประสงค์ทยอยขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง 63 ราย หลังเปิดบริการเพียง 2 วัน

(22เม.ย.) นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ความเดือดร้อนของแรงงานที่เกิดจากการชุมนุมเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ได้เริ่มส่งผลกระทบให้เห็นเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากแรงงานที่ทำงานในพื้นที่รอบการชุมนุม ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงแรงงานที่อยู่รอบนอกเขตปริมณฑลด้วย โดยเฉพาะสถานประกอบการประเภทสิ่งทอบางแห่ง ล่าสุดมี 2-3 แห่ง เริ่มขอลดสวัสดิการพนักงาน ทั้งโบนัส และค่าจ้าง โดยบริษัทอ้างว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณการเมือง ทำให้ยอดสั่งซื้อต่างประเทศลดลง ไม่มั่นใจสถานการณ์ ซึ่งยังไม่นับรวมถึงสถานประกอบการที่ไม่มีสหภาพแรงงาน ที่ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ อาจจะถูกเอาเปรียบจากนายจ้างมากกว่านี้ ซึ่งเราไม่มีข้อมูลส่วนนี้

 “เราได้รับข้อมูลจากสหภาพแรงงาน2-3 แห่ง ว่าในการเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้างนั้น ทางฝั่งนายจ้างได้ขอลดสวัสดิการเรื่องโบนัส และค่าจ้างลง โดยอ้างเหตุผลการชุมนุมการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ออเดอร์ลด ต่างชาติไม่มั่นใจ ขณะที่สถานประกอบการที่ผลิตสินค้าประเภทเสื้อผ้าป้อนให้กับร้านค้าในพื้นที่ชุมนุมก็บอกว่าขณะนี้ไม่มีออเดอร์เข้ามาเลยตั้งแต่มีการชุมนุม” นางสาววิไลวรรณ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ทาง คสรท.มีความเป็นห่วงแรงงานที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ที่อยู่รอบพื้นที่การชุมนุม เพราะแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างในร้านค้าเล็กๆ ไม่มีสวัสดิการเหมือนกับพนักงานบริษัท ซึ่งไม่มีความมั่นคงในการทำงาน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป ผลพวงของปัญหาก็จะขยายเป็นวงกว้าง กระทบเป็นลูกโซ่ เพราะคนเหล่านี้มีภาระทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ บางคนก็กำลังหาค่าเทอมให้ลูก ซึ่งก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว

 นางสาววิไลวรรณ กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะกิจขึ้นมาเยียวยาแรงงานแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน แยกประเภทแรงงานที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือก่อนหลัง อยากเห็นมาตรการที่ออกมาเป็นรูปธรรม เพราะขณะนี้แรงงานยังรอความช่วยเหลืออยู่

 ด้านนายสมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ ประธานกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสุจริตที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมือง(สดช.)กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้กลุ่มได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้ทางภาครัฐโดยกระทรวงแรงงานจะจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมคนเสื้อแดงย่านราชประสงค์ แต่ก็ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบกล้าเข้ามาขอรับการช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงกลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 ขณะที่นางสาวส่งศรี บุญบา รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงความคืบหน้าหลังจากเปิดศูนย์ศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง(ศชจ.) ของผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่การชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 20  เมษายนที่ผ่านมา ว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมฯเข้ามาขอรับความช่วยเหลือแล้วทั้งหมด  63 ราย โดยแบ่งเป็นนายจ้าง 24 ราย และลูกจ้าง 39 ราย

 ทั้งนี้ นายจ้างส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการประเภทร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเบเกอรี่  และค้าขายอิสระ ซึ่งประสบกับความเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปประกอบอาชีพได้ ทำให้ไม่มีรายได้ ที่จะนำมาจ่ายค่าเช่าพื้นที่ และจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้าง ในช่วงระหว่างที่ต้องหยุดทำการ ซึ่งเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพราะไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้อีกแล้ว

 ส่วนกรณีลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบและขอความช่วยเหลือเข้ามา แบ่งเป็นลูกจ้างร้านค้าย่อยทั่วไป 22 ราย เป็นพนักงานในศูนย์การค้า 12 ราย และ เป็นพนักงานโรงแรม 5 ราย ส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกนายจ้างให้หยุดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายไม่เต็มจำนวน ทำให้แรงงานเหล่านี้ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาขอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาล หรือบางรายก็ขอเงินช่วยเหลือในการลงทุนหลังถูกเลิกจ้าง และบางส่วนขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้

 รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า จากนี้จะทางกรมจัดหางานจะรวบรวมรายชื่อและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดเร่งเสนอผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพื่อพิจารณาในเรื่องของงบประมาณ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะออกมาตรการช่วยเหลือในกลุ่มผู้เดือดร้อนต่างๆ  พร้อมกันนี้ ได้เสนอฝ่ายนโยบายให้พิจารณาเห็นชอบในการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่จะทำงานในลักษณะวันสต็อปเซอร์วิส สามารถเข้าไปให้บริการแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนได้รวดเร็ว ซึ่งจะต้องใช้เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยไปด้วยกัน

 อย่างไรก็ตาม สำหรับนายจ้างลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบขอให้แจ้งมาที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง กระทรวงแรงงานทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือโทรมาที่ 02-2455763-65

 ด้านนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีหากมีพนักงานถูกเลิกจ้างและนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ก็สามารถขอใช้สิทธิ์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่มีกว่า 300 ล้านบาทของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในการช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องดูว่าในกรณีลูกจ้างที่บริเวณแยกราชประสงค์เข้าข่ายหลักเกณฑ์ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่ แต่หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ กระทรวงแรงงานก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อพิจารณาว่าเงินดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานของลูกจ้างในเหตุสุดวิสัยได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ได้ก็จะต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในการของบกลางจากรัฐบาลเข้ามาเยียวยาแทน

 นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อนายจ้างที่ขาดสภาพคล่องก็ขอให้แจ้งมาที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อขอใช้มาตรา 75 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในการจ่ายค่าจ้างร้อยละ75 ของอัตราเงินเดือน โดยที่ลูกจ้างไม่ต้องทำงาน อีกทั้งรัฐบาลได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งแล้ว