
วีระโผล่หลังหายไป2วันอ้างปวดท้องไปรักษาตัว
ชาวสีลมโต้"เหวง"มาชุมนุมด้วยใจไม่ใช่ด้วยเงิน อภิสิทธิ์ ออกจากราบ 11 ถึงสภาเซ็นชื่อเสร็จ หันหลังกลับประชุมร่วม ศอฉ.ทันที คาดถกปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประชาชน "ธาริต" ปัดแทรกแซงสำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ดีเอสไอเซ็งหนอนบ่อนไส้ คอยคาบข่าวไปบอกแกนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 22 เม.ย. ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่านายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. ได้ถอนตัวออกจากการเคลื่อนไหว เนื่องจากไม่ได้มาปรากฏตัวบริเวณหลังเวทีชุมนุมถึง 2 วัน คือตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. อย่างไรก็ตามในเวลา 14.30 น. นายวีระ ได้เดินทางมายังหลังเวทีเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการถอนตัวอย่างอารมณ์ดี ว่า ข่าวลือก็คือข่าวลือ ปล่อยกันได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวอีกด้านระบุว่าที่หายไปเพื่อไปทำหน้าที่เจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นายวีระ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว เพราะเขามอบหมายให้เจรจา แต่ที่ผ่านมายังไม่มีผลอะไรเป็นที่น่าพอใจ จึงขอไม่เปิดเผยอะไร หากมีอะไรที่เป็นเรื่องดีแล้วจะบอก เมื่อถามว่า ช่วงเวลา 2 วันที่ผ่านมาหายไปไหน นายวีระ กล่าวว่า ไปรักษาตัว ไม่ค่อยสบาย ปวดท้อง พอรักษาเสร็จแล้วก็กลับมาทำหน้าที่ต่อ
ชาวสีลมโต้"เหวง"มาชุมนุมด้วยใจไม่ใช่ด้วยเงิน
บรรยากาศที่บริเวณถนนสีลมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มม็อบเสื้อแดงกับกลุ่มเสื้อหลากสีประชาชนชาวสีลม เมื่อคืนทื่ผ่านมาเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ว่าได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหลายร้อยนายมาคอยรักษาการณ์ดูแลรักษาความปลอดภัยที่บริเวณแยกถนนสีลมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันขึ้นมาอีกซึ่งเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าเป้นต้นมาเหตุการณ์เป็นปกติ
ทั้งนี้จากการสังเกตุการณ์ไม่พบการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงมาอยู่ประจำจุดจะเห็นก็เพียงผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำยางและเอาไม้ไผ่มากั้นตรงบริเวณแยกถนนราชดำริเพื่อป้องกันการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้บรรยากาศบริเวณดังกล่าวเงียบสงบ ส่วนการจราจรเป็นไปอย่างคล่องตัวไม่ติดขัดเป็นไปอย่างปกติตลอดเส้นทางถนนพระราม 4 มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสีลม อย่างไรก็ตามได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยืนคอยอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา นอกจากนี้ยังก็ยังมีประชาชนบางส่วนนำอาหมารและเครื่องดื่มมาให้กับทางเจ้าหน้าทื่
จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ได้มีกลุ่มคนเสื้อหลากสี ประชาชนชาวสีลมและชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยได้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณริมฟุตบาทร์ศหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านการยุบสภาและเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม โดยมีประชาชขนและพนักงานในย่านดังกล่าวให้ความสนใจออกมารวมชุมนุมเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 คน ทำให้ประชาชนที่มาชุมนุมทะลักล้นออกมาบนพื้นผิวของถนนสีลมจนเหลือเส้นทางให้รถผ่านได้เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ทำให้การจราจรในช่วงดังกล่าวติดขัด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและทหารได้คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในระหว่างที่มีการชุมนุมเป็นไปอย่างสนุกสนานแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยบนเวทีและเปิดเพลงและร้องเพลงอย่างครึกครื้น แกนนำได้ปราศรัยเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงทั้งหมดยุติการกระทำใดๆที่อาจทำให้ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพราะจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่ประเทศชาติ นอกจากนี้ก็ยังโต้ข้อกล่าวหาที่นายแพทย์เหวง โตจิราการ 1 ในแกนนำนปช.ได้กล่าวหาว่ากลุ่มผู้มาชุมนุมที่ถนนย่านสีลมมีการจ้างวานมาว่าไม่เป็นความจริงเพราะผู้ที่มาชุมนุมมาด้วยพลังที่ต้องการเห็นความสงบสุข พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันชุมนุมอย่างสันติกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นเช่นกลุ่มเครือข่ายเฟรสบุ๊คและเครือข่ายผู้รักชาติซึ่งมีนายแพทยตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นผู้ประสานงาน โดยนัดชุมนุมรวมตัวแสดงพลังที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในเวลา 16.00 น. ของเดียวกันนอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ประชาชนที่รักสันติมารวมชุมนุมครั้งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 13 เมษายน ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
จากการสอบถามนักธุรกิจหญิงรายหนึ่งทำธุรกิจอยู่ย่านสีลม กล่าวว่า ทำธุรกิจอยู่ที่ย่านสีลมมา 10 กว่าปี พอทราบข่าวว่ากลุ่มแกนนำคนเสื้อแแดงจะบุกมาย่านสีลมจึงต้องลุกขึ้นมาต่อต้านเนื่องจากว่าได้รับความเดือดร้อน ส่วนที่นายแพทย์เหวงอ้างว่าคนมาชุมนุมที่สีลมไม่ใช่คนสีลมและมีคนจ้างให้มาชุมนุมนั้นขอบอกว่าชาวสีลมไม่ต้องการค่าจ้างทุกคนที่อยู่ในสีลมส่วนใหญ่เป็นเฒ่าแก่เป็นพนักงานมีความสามารถหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพอยู่ได้ แต่ที่ทุกคนมาก็เพื่อปกป้องบ้านเมืองและพื้นที่ของตัวเอง เพราะหากอยู่ดีๆมีคนมายึดบ้านแล้วพวกตนออกมาปกป้องถามว่าผิดด้วยหรือ ซึ่งการชุมนุมที่ผ่านมาก็รู้สึกอึดอัดเก็บกดมาตั้งแต่คราวแรกที่กลุ่มเสื้อแดงบุกสีลมแล้ว จนกระทั่งมีการกรีดเลือดแล้วนำเลือดไปสาดที่บ้านายกฯตนมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนกระทั่งมาถึงเหตุการรณ์วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา มันเป็นความรู้สึกที่สูญเสียไม่ดีมากๆ ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงหรือทหารก็เป็นคนเหมือนกัน รู้สึกรับไม่ได้ อีกทั้งกลุ่มเสื้อแดงยังบุกยึดแยกราชประสงค์ตนมองว่าทำให้ธุรกิจย่านดังกล่าวเกิดความเสียหายมหาศาล
“อภิสิทธิ์”ออกราบ11เซ็นชื่อประชุสภากลับถกศอฉ.ด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า เมื่อเวลา 07.45น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางออกจากบ้านพักรับรองในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) มายังกองบัญชาการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อพุดคุยกับฝ่ายการเมือง อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. เดินทางมายังกองบัญชาการ ศอฉ.เมื่อเวลา 08.00น. โดยไม่ได้เดินทางเข้าไปยังรัฐสภาแต่อย่างใด
จากนั้นเวลา 08.20น. นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจาก ร.11 รอ.เพื่อเดินทางไปยังอาคารรัฐสภา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีรีบร้อนเดินทางออกไป ทำให้รถจักรยานยนต์นำขบวนและรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบบางส่วนตามไม่ทัน มีเพียงรถจักรยานยนต์นำขบวนของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบห (สห.ทบ.) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ติดตามไปเท่านั้น โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงอาคารรัฐสภาเมื่อเวลา 08.47 น. โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ
และหลังจากเข้าไปเซ็นชื่อซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 นาที นายอภิสิทธิ์ ก็เดินทางกลับออกมาโดยบอกกับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆว่า “ผมจะไปร่วมประชุม ศอฉ.” จากนั้นก็รีบขึ้นรถเดินทางกลับเข้ามายัง ร.11 รอ.ทันที โดยเดินทางถึงเมื่อเวลา 09.15 น. และเข้าร่วมประชุมกับ ศอฉ.ซึ่ง นายสุเทพ รออยู่แล้วทันที คาดว่าเป็นการหารือในประเด็นความขัดแย้งของกลุ่มคนในสังคม
"ธาริต"ปัดแทรกแซงสำนวนคดียุบปชป.
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่ามีความพยายามจะแทรกแซงสำนวนคดีเงินบริจาค 258 ล้านให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่เป็นความจริง การเรียกสำนวนคดีดังกล่าวมายังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอ เพื่อศึกษารายละเอียดสำนวนเนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ต้องเข้าใจว่าคนที่เป็นอธิบดีไม่ได้รู้รายละเอียดในทุกสำนวนคดี เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติยุบพรรคจากสำนวนที่ดีเอสไอทำการสอบสวน จึงมีความจำเป็นที่อธิบดีต้องรู้รายละเอียดในภาพรวม มิเช่นนั้นหากถูกซักถามแล้วไม่รู้เรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ขอให้มั่นใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนไม่ใช่การแทรกแซงคดี ที่สำคัญขณะนี้หลักฐานทุกชิ้นถูกส่งไปให้กกต.จนมีมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ดีเอสไอคงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการสอบสวนคดีไซฟ่อนเงินของบริษัททีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่มาของเงินบริจาค 258 ล้านบาท และการรื้อฟื้นคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเซท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายธาริต กล่าวว่า แม้จะกำชับพนักงานสอบสอบสวน และกลุ่มงานที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้ดำเนินการตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปหรือความคืบหน้าใดๆ มารายงานให้รับทราบ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะได้มีการหารือเป็นการภายในของผู้บริหารดีเอสไอ กรณีที่คนในดีเอสไอที่มีพฤติกรรมนำความเคลื่อนไหวการทำงานภายในไปเปิดเผยกับแกนนำนปช. ซึ่งสร้างความหนักใจให้กับการทำหน้าที่สอบสวนคดีสำคัญหลายคดีที่ต้องปกปิดรายละเอียดในสำนวนให้เป็นความลับ ทั้งนี้ ยังมีคนในดีเอสไอจำนวนมากที่พยายามตรึงสภาพดีเอสไอให้เป็นอาณาจักรสีแดง จึงพยายามกีดกันไม่ให้บุคคลที่มีความเห็นแตกต่างมาเข้ามามีบทบาทในสำนวนคดีสำคัญ และมีความเป็นไปได้สูงที่ความลับในสำนวนคดีก่อการร้าย 10 เมษายนจะถูกหนอนบ่อนไส้นำไปมอบให้กับแกนนำกลุ่มนปช. ซึ่งเป็นอุปสรรคต่องานสอบสวนที่ยากต่อการป้องกัน
ประสานพฐ.ส่งข้อมูลหมอพรทิพย์ร่วมสอบ10เม.ย.
นายธาริต กล่าวถึงภารกิจที่มอบหมายให้พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมสอบสวนในคดีก่อการร้าย 10 เมษายนว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบที่เกิดเหตุหรือเก็บพยานหลักฐานใหม่ โดยดีเอสไอจะประสานข้อมูลกับกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงไม่ต้องเริ่มต้นการทำงานแบบนับหนึ่งใหม่ เบื้องต้นจะนำข้อมูลของพฐ.มาตรวจสอบว่า ยังมีข้อมูลส่วนใดที่ยังขาดและต้องหาเพิ่มเติม
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ปฏิเสธที่จะชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในที่เกิดเหตุ โดยระบุเพียงว่าการเปิดเผยข้อมูลใดๆ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะกับผู้ที่ทำงาน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ดังนั้นจึงขอทำงานอย่างเงียบๆ ไปก่อน



