ข่าว

สั่งเพิ่มกำลังป้องกันคนสีลมปะทะเสื้อแดง

สั่งเพิ่มกำลังป้องกันคนสีลมปะทะเสื้อแดง

22 เม.ย. 2553

"สุเทพ ” สั่งเสริมกำลังป้องกันเหตุปะทะม็อบแดง-ชาวสีลม ปัดจัดตั้งม็อบคนสีลมต้านเสื้อแดง จี้ตร.เตรียมรับมือม็อบแดงฝ่าด่าน ขู่ดำเนินคดีตร.เกียร์ว่าง ให้ตร.รายงานสถานการณ์เสื้อแดงขอนแก่นกักตัวทหารเป็นระยะ ให้ตร.รายงานสถานการณ์เสื้อแดงขอนแก่นกักตัวทหารเป็นระยะ

(22เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) กล่าวถึงเหตุการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับประชาชนชาวสีลมเมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนรับทราบรายงานตั้งแต่คืนที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งน่าเสียดายว่าไม่ควรเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น เพราะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บ เกิดความเสียหายและเสียใจกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวต่างชาติคงรู้สึกต่อประเทศไทยไม่ดี อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย.จนถึงเช้าวันที่ 22 เม.ย. และได้ย้ำให้ตำรวจวางแผนเสริมกำลังเพิ่มเติมเนื่องจากเกรงว่าจะมีการยกระดับความขัดแย้งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มคนเสื้อหลากสีได้ชุมนุมตามที่ต่างๆโดยรอบกทม.เกรงว่าจะเกิดการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ประชาชนชาวกทม.จำนวนมากทนไม่ได้กับพฤติกรรมของกลุ่มนปช.จึงลุกขึ้นมาแสดงความไม่เห็นด้วย ต่อต้านตามที่ต่างๆมากมาย ซึ่งตนอยากขอร้องให้ประชาชนช่วยกันระมัดระวังว่าการแสดงออกซึ่งความไม่เห็นด้วยนั้นสามารถกระทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เป็นชนวนจนเกิดการปะทะกัน ส่วนรัฐบาลยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นที่สีลมนั้นเกิดขึ้นโดยธรรมชาติไม่ใช่การจัดตั้งโดยรัฐบาลตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวหา นายสุเทพกล่าวว่า คนเสื้อแดงกล่าวหาได้ทุกเรื่อง แต่ประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณไตร่ตรองได้ รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปจัดตั้งม็อบออกมาสู้กับคนเสื้อแดง แต่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย การที่ประชาชนมีความรู้สึกและคิดออกมาอย่างนี้ถือเป็นธรรมชาติของคนที่ถูกกดดันนานๆ ย่อมทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นบ้าง ในเมื่อคนเสื้อแดงมายึดถนนใจกลางกทม.นานกว่า 2 เดือนทำให้คนกทม.เดือดร้อน จึงเป็นธรรมดาที่เขาต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาบ้าง แต่ทุกคนต้องมีสติ ไม่ใช่แสดงออกจนทำให้เกิดปัญหามากขึ้นไปอีก

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องช่วยกันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน ตนก็กดดันตำรวจเพราะตำรวจต้องทำให้แข็งแรงและเข้มแข็งกว่านี้ ในเมื่อตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบ ประชาชนมีเรื่องกันตำรวจจะยืนเฉยอยู่ไม่ได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะฝ่าทุกด่านของเจ้าหน้าที่นั้น ตนได้สั่งการตำรวจไปแล้วว่าต้องรักษาสถานการณ์ให้ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ให้ประชาชนเขาทำร้ายกัน ส่วนจะบังคับใช้กฎหมายกับม็อบกลุ่มอื่นนอกจากคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ต้องไปศึกษารายละเอียดของพ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ดี เพราะในกฎหมายดังกล่าวระบุว่าห้ามการชุมนุม 4 ประเภท อาทิ ชุมนุมแล้วกีดขวางจราจร ชุมนุมลักษณะปลุกปั่นยุยง ทำให้คนมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคง ข่มขู่ และทำให้บุคคลเสียอิสรภาพ

 สำหรับเหตุการปะทะที่เกิดขึ้นที่ถนนสีลมนั้นเข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ที่นั่นไม่ใช่การชุมนุมถาวร แต่เกิดกรณีวูบวาบมากกว่า ส่วนจะสามารถเอาผิดกับกลุ่มคนที่ปะทะกับคนเสื้อแดงที่สีลมได้หรือไม่นั้นคงต้องดูตามคดีไป เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับตำรวจที่เกียร์ว่าง นายสุเทพกล่าวว่า สั่งการไปตามกฎหมาย และถ้าไม่ทำหน้าที่ก็เข้าข่ายละเว้น ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องดำเนินคดีกับตำรวจ ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนตำรวจส่วนหัวที่รับผิดชอบหรือไม่นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ต้องดูตามเหตุผล จะใช้อารมณ์ไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจ.ขอนแก่นยึดรถทหาร นายสุเทพกล่าวว่า ตนสั่งให้ตำรวจรายงานความคืบหน้าอยู่เป็นระยะๆ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่กีดขวางทหารนั้นคงต้องใช้เวลา ซึ่งคนที่มีหน้าที่ก็ติดตามรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจ.ขอนแก่นที่เกิดขึ้นซ้ำ 2 หนแล้วนั้น ศอฉ.จะมีมาตรการใดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก นายสุเทพกล่าวว่า ใช้มาตรการในการรักษากฎหมายตามปกติ และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นตำรวจก็ต้องเข้าระงับเหตุ ในเมื่อมีการกักกันหน่วงเหนี่ยวทำให้บุคคลเสียอิสรภาพตำรวจก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนการจะส่งกำลังไปขัดขวางไม่ให้คนเสื้อแดงทำอีกนั้นคงจะทำไม่ได้ เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าคนเสื้อแดงเขาคิดจะทำอะไรมากไปกว่านี้อย่างไรหรือไม่ จะไปคอยตามขัดขวางทั้งหมดคงไม่ได้ แต่มีหน้าที่ต้องไปแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ

 เมื่อถามว่าศอฉ.ประเมินกรณีการยิงจรวดอาร์พีจีไปที่ถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานีอย่างไรนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้วว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย เพราะมีการใช้จรวดอาร์พีจียิงเข้าไปที่ถังน้ำมัน ซึ่งเป็นบริษัทที่ส่งน้ำมันไปให้สนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด ทำให้เห็นชัดเจนและเห็นธาตุแท้ของพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชุดนี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากเขาตั้งใจที่จะให้กทม.ทั้งเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้จากกรณีที่ไปวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง และยังต้องการให้เที่ยวบินที่มาลงสุวรรณภูมิขึ้นไม่ได้เพราะขาดน้ำมัน จึงทำลายคลังและท่อส่งน้ำมัน

 เมื่อถามไปต่อว่า ศอฉ.ได้ตรวจสอบข่าวคนเสื้อแดงสะสมอาวุธหนักไว้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า กำลังพยายามตรวจสอบอยู่ ซึ่งน่าเสียดายที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านไว้มากมาย แต่ตำรวจปล่อยให้มีการขนไม้ไผ่และยางรถยนต์ มาเป็นจำนวนมาก จนสามารถนำมาสร้างประตูค่าย ซึ่งศอฉ.ต้องหาทางแก้ไขต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าตำรวจเกียร์ว่างต่อคำสั่งรัฐบาลโดยสิ้นเชิงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไม่ชัดนัก แต่ไม่แข็งแรง จึงต้องทำให้ตำรวจทำงานเข้มแข็งมากกว่านี้ เมื่อถามว่าเป็นเพราะตำแหน่งผบ.ตร.นั้นยังเป็นเพียงรักษาการอยู่ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่เชื่อว่าตำรวจจะต้องพิจารณา และชั่งใจให้ดีว่า เราเป็นผู้รักษากฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ต้องทำหน้าที่ของตำรวจ

 เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการคาดโทษระดับผบช.ของตำรวจหรือไม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คาดโทษใคร แต่พยายามให้ความคิดว่า ในเมื่อมีหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามต่อว่า จำเป็นต้องมอบอำนาจรักษาความสงบให้ทหารเป็นหลักหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ หน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำ ส่วนสถานการณ์ขณะนี้มาถึงจุดที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังครับ

นครบาลส่ง7กองร้อยป้องเหตุม็อบปะทะกันที่ศาลาแดง

 พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง.ผบช.น.) ฝ่ายป้องกันปราบปราม กล่าวถึงมาตรการป้องกันเหตุภายหลังกลุ่มเสื้อแดงและกลุ่มม็อบคนรักสีลม ทะเลาะวิวาทกันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่แยกศาลาแดงว่า สำหรับมาตรการป้องกัน มีกำลังอยู่แล้ว โดยเน้นให้ทั้ง 2 กลุ่มอยู่ห่างกัน และสั่งกำลังตำรวจเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก โดยจะเน้นพื้นที่ตรงกลางไว้รวมถึงนำรถไปจอดขวางป้องกันการขว้างปาสิ่งของ โดยการจัดวางกำลังจะให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ โดยให้ฝ่ายสืบสวนเก็บภาพในที่เกิดเหตุเพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกแล้ว

 เมื่อถามว่า กรณีคนร้ายก่อเหตุยิงอาร์พีจี ที่โรงเก็บน้ำมัน ในจ.ปทุมธานี จะมีแผนป้องกันเหตุวินาศกรรมอย่างไร เพราะในกทม. มีโรงเก็บน้ำมันหลายจุดทั้งที่คลองเตย พระราม 3 และจุดอื่นๆ พล.ต.ต.บุญส่งกล่าวว่า ในส่วนของสถานที่สำคัญทั้ง บ้านพักบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ แหล่งสาธารณูปโภค ปั๊มแก๊ส ปั๊มน้ำมัน ได้มีการจัดกำลังตำรวจดูแลอยู่แล้ว โดยเวลา 22.00 น.วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้เรียกประชุมเพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแล้ว

 ด้านพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวว่า จากกรณีที่มีเหตุปะทะกันที่แยกศาลาแดง ตนได้ประสานขอกำลัง ปจ.เพิ่มเติมจากบช.น. จำนวน 7 กองร้อยเพื่อเฝ้าระวังในการป้องกันเหตุเป็นกรณีพิเศษ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นแนวสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มที่อาจก่อเหตุปะทะกันแล้ว โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น