ข่าว

ขนทหาร-ตร.เคลียร์แดงขอนแก่นขวางรถไฟ

ขนทหาร-ตร.เคลียร์แดงขอนแก่นขวางรถไฟ

22 เม.ย. 2553

ศอฉ.ขน ทหาร-ตร. 4 กองร้อย เคลียร์เสื้อแดงขอนแก่นขวางรถไฟ ระบุ มีการเชื่อมโยงราชประสงค์ จัดแว๊นทหาร 6 กองร้อยติดอาวุธลาดตระเวนสกัดแดงเคลื่อนที่ จี้ผู้ชุมนุมออกราชประสงค์ขู่ขัดพรก.ฉุกเฉิน เจอคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น ชี้หากถูกแกนนำก็ช่วยไม่ได้ เผยแดงหลักร้อยคน

(22เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รอ. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษก ศอฉ. แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอฉ. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ประธานการประชุม ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงการตั้งด่านสกัดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ทหารที่จะไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยที่แรกคือ อ.บ้านผ่า จ.ขอนแก่น แต่ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายไปแล้วไม่มีอะไรรุนแรง ส่วน อ.พล จ.ขอนแก่น ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกไปปฏิบัติการของ ร. 13 พัน 2 จำนวน 200 นาย ที่ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ และทหารจาก ร. 8 พัน 2 จำนวน 70 นาย ก็ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการขนรถ 2.5 ตัน ขึ้นไปกับขบวนรถไฟเพื่อเดินทางไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ถ้าหากปฏิบัติงานในพื้นที่กทม. เราไม่เอารถ 2.5 ตัน นำขึ้นรถไฟให้ยากลำบาก ทั้งนี้การดำเนินการของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะกำลังทหารจำเป็นจะต้องไปดูแลประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ การกังขังหน่วงเหนี่ยวไม่เป็นผลดีเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

 ทั้งนี้ ศอฉ.ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด และมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ไปสนับสนุนเจรจาอยู่ แต่ถ้าไม่เป็นผลก็จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกันไป ซึ่งจัดกำลังจำนวน 4 กองร้อย คือ ทหาร 3 กองร้อย ตำรวจ 1 กองร้อย ไว้คลี่คลายสถานการณ์ โดยกำลังทหารออกไปจะมีการติดอาวุธ ขณะเดียวกัน ศอฉ. พิจารณาเห็นว่ามีการสนทนากันระหว่างแกนนำของผู้ดำเนินการ กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าสถานการณ์ใน กทม.กับ ขอนแก่น มีความโยงใยต่อกัน ทั้งนี้หากไม่มีเหตุอันควรและทำผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน ก็จะมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยความไม่พอใจของคนสีลมต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่ต้องการของชาว กทม. เขาได้รับความเดือดร้อน วันนี้ ศอฉ. ได้สั่งการให้ทหาร ตำรวจ ที่ตั้งด่านสกัดกั้ดในพื้นที่สีลมให้ปฏิบัติภารกิจ 2 อย่าง คือการตั้งด่านให้แข็งแรง ไม่ยอมปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไปที่อื่น ๆ โดยเด็ดขาด และตำรวจก็มีภารกิจจะต้องทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้มีการปะทะกัน หรือ เผชิญหน้ากันในระยะใกล้กับประชาชนเดือดร้อนที่ย่านสีลม กับกลุ่มคนเสื้อแดง ศอฉ. ยืนยันว่า วันนี้จะไม่ปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนที่ไปที่ไหนอีก ขณะเดียวกันทราบว่าจะมีชุดตรวจของกลุ่มคนเสื้อแดงมาตรวจจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ ถ้าออกมาเจ้าหน้าที่จะจับ การ์ด หรือ มวลชนที่จะมาดูลาดเลา เจ้าหน้าที่จะจับทันที และจับได้ จะโดนติดคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ถ้าเป็นเช่นนี้นตัวใครตัวมัน แกนนำท่านก็ช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ศอฉ. จะพัฒนาวิธีการในหลากรูปแบบเพื่อสื่อไปถึงประชาชนในกลุ่มคนเสื้อแดง

 “ คนส่วนใหญ่ 60 กว่าล้านคน ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของท่าน จะเห็นว่าการชุมนุมมียอดลดลงเรื่อย ๆ เหลือ 1.4 หมื่นคน และเมื่อเวลา 8 โมงครึ่ง การเอาคน กทม.เป็นตัวประกันไม่ถูกต้อง เวลาของท่านเหลือน้อยที่จะออกนอกพื้นที่แล้ว หากไม่มีบัตรประจำตัว หรือ ไม่มีเสื้อ ตำรวจจะอำนวยความสะดวกให้ปลอดภัย แม้ว่าจะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ศอฉ.จะปล่อยให้ประเทศเสียหายไม่จบสิ้นคงเป็นไปไม่ได้ ขณะนี้เหลือเวลาน้อย ด้วยความปาถนาดีจริง ๆ ขอให้นอกพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่มีการซ่องสุ่มอาวุธสงครามเยอะการที่ปฏิบัติขอคืนพื้นที่โอกาสหน้า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะใช้ออาวุธกับเจ้าหน้าที่ก็อาจจะถูกลูกหลงในพื้นที่อย่างแน่นอน อยากให้ออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมมีประมาณหลักร้อย ที่ประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน แต่ถ้าไปจับเองจะสายเกินไป” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 เมื่อถามว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะฟ้องร้องยูเอ็น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไปเยอะเจ้าหน้าที่เจอจะจับปรับทันที ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องยูเอ็น เพื่อให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาจัดการนั้น ตนไม่อยากมองเป็นการพัฒนาอะไร แต่ขณะนี้ท่านกำลังเหลือเวลาน้อย และเหลือโอกาสน้อยแล้ว ท่านเหลือเวลาก็ประโคมข่าวไปขอความช่วยเหลือ และไปฟ้องต่างชาติ ทั้งที่เป็นเรื่องของบ้านเรา เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้รุนแรง หากเด็ดขาดวันนี้จบไปนานแล้ว แต่การสูญเสียมันเยอะ ดังนั้นขอให้ประชาชนออกมาจากการชุมนุม พวกแกนนำนปช. หรือ การ์ด เดี๋ยวทาง ศอฉ. จัดการเอง ส่วนกรณีที่แกนนำกล่าวว่าคนเสื้อแดงเตรียมทำบัตรนปช. เพื่อเข้าพื้นที่แทนบัตรประชาชนนั้น ก็ทำไปเพราะเป็นการทำเอกสารปลอม เดี๋ยวพวกเขาก็โดนอีกกระทงหนึ่ง นอกจากนี้ทาง ศอฉ. ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วประมาณกว่า 6 กองร้อย โดยจะสามารถพัฒนาในการเรื่องการปฏิบัติในการยับยั้งในพื้นที่ต่าง ๆ จะไม่ปล่อยให้เขาดำเนินการโดยอิสระเพราะที่ผ่านมามันเกิดความเสียหายมากแล้ว

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะเด็ดหัวแกนนำเสื้อแดงเพื่อสร้างสถานการณ์นั้น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบข่าวนี้แต่หลักการในการม็อบทั่วโลกมักจะมีการสร้างความรุนแรงหยิบฉวยชีวิตคนใดคนหนึ่งนำมาขยายสร้างเป็นประเด็น เมื่อถามว่า ขณะนี้ทาง ศอฉ. จะมีการประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า วันนี้ ศอฉ.ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะการประกาศกฎอัยการศึกจะกลายเป็นว่าทหารเอาภาระทั้งหมดมาแบกไว้บนบ่าซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ขณะนี้พรก.ฉุกเฉิน เหมาะสมที่สุด และการเคลียร์พื้นที่เราใช้ พรก.ฉุกเฉินก็เพียงพอแล้ว ขณะนี้เพียงแต่เราค่อย ๆ พยายามบีบกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปทีละน้อย ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำรั้วมาล้อมลอบการชุมนุมนั้น จะเป็นอุปสรรคของกลุ่มคนเสื้อแดงมากกว่าในการออกนอกพื้นที่ กรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ เช่นการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหนีไปไหนไม่ได้

ด้านพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 ได้เรียกประชุมคณะรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยทหารระดับสูงในกองทัพภาคที่ 2 เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ที่ จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่กลุ่ม นปช.ขอนแก่น ได้ทำการปิดกั้นการเดินทางของกำลังทหารกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย จ.ขอนแก่น ซึ่งเตรียมกำลังพลจำนวน 77 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งประกอบด้วยรถฮัมวี่ รถยีเอ็มซี เพื่อเตรียมเดินทางไปสับเปลี่ยนกำลังที่ จ.ปัตตานี ที่สถานีรถไฟ จ.ขอนแก่น พร้อมร่วมประเมินสถานการณ์และปรึกษาหารือถึงมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที

 จากนั้น พล.ท.วีร์วลิต ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเรื่องนี้ว่า การปิดกั้นการเดินทางไปสับเปลี่ยนกำลังทหารที่ จ.ปัตตานี ในครั้งนี้ ถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบ จนส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่กำลังทหารที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ถูกทาง กลุ่ม นปช.ขอนแก่นสกัดกั้นไว้ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ทางแก่นนำกลุ่ม นปช.ออกมาทำความเข้าใจกับกลุ่มแนวร่วมและขอให้เปิดเส้นทางเพื่อให้กำลังทหารได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุด

 ทั้งนี้ถ้าหากจะให้ทางทหารทำตามที่ทาง นปช.เรียกร้องคือห้ามเคลื่อนย้ายกำลังภายใน 5 วันนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะการเดินทางไปสับเปลี่ยนกำลังของทหารที่จังหวัดปัตตานี ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 วัน และต้องเตรียมยุทโธปกรณ์ก่อนพร้อมปฏิบัติหน้าที่อีกอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งช่องว่างที่เป็นอยู่นี้อาจจะเป็นจุดที่ทางกลุ่มก่อการร้ายจะใช้ดำเนินการสร้างความรุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียที่ไม่อาจจะคาดเดาได้

 ดังนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงต้องคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดปัตตานีที่อาจจะได้รับผลกระทบเป็นหลัก อย่าเห็นเพียงแค่ประโยชน์ส่วนตัว  เพราะทางทหารก็ยืนยันแล้วว่ากำลังทหารส่วนนี้ไม่ใช่กำลังที่จะนำไปสบทบกำลังทหารที่กรุงเทพฯแต่อย่างใด 

 ส่วนแนวทางการปฏิบัติของทางกองทัพภาคที่ 2 ในการคลี่คลายปัญหานี้ พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า ขั้นตอนแรกทางกองทัพภาคที่ 2 จะใช้การเจรจาขอร้องให้กลุ่ม นปช.เปิดให้กำลังทหารสามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติโดยเร็ว โดยในช่วงเช้าวันนี้ประมาณ 09.00 น. โดยตนได้สั่งการให้ กอ.รมน.ขอนแก่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น ไปเจรจาพูดคุยเพื่อขอเปิดทางกับทางแกนนำของกลุ่ม นปช.และหากยังไม่บรรลุผลและทางกลุ่ม นปช.ยังยืนยันที่จะปิดกั้นการเดินทางต่อไป ทางกองทัพภาคที่ 2 จะรายงานไปยังรัฐบาล เพื่อให้พิจารณาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อแก้ไขปัญหา แต่หากยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็จะรายงานให้ทางรัฐบาลรับทราบและพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นทันที