ข่าว

 แดงผลิต"ขีปนาวุธ"รากหญ้าสู้ !!

แดงผลิต"ขีปนาวุธ"รากหญ้าสู้ !!

22 เม.ย. 2553

การต่อสู้ระหว่างผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาลเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ต่างฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์ที่ตัวเองถนัดขึ้นมาข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะชาวบ้านเสื้อแดงแม้จะไม่มีอาวุธ แต่ได้พยายามดัดแปลงเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่เป็นอาวุธจัดการฝ่ายตรงข้าม เช่น จุดโคม

  ล่าสุด พบชาวบ้านจากภาคเหนือกลุ่มหนึ่ง ขนอุปกรณ์ทำบ้องไฟมาดัดแปลงเป็นอาวุธ เพื่อใช้ยิงเฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายทหาร ที่เชื่อกันว่าจะมาโปรยแก๊สน้ำตาใส่เวทีคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์

 ช่วงบ่ายวันที่ 20 เมษายน 2553 ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมาปักหลักชุมนุมกลางสี่แยกราชประสงค์ กำลังโห่ร้องขับไล่เฮลิคอปเตอร์ทหารที่มาบินวนเวียนรอบๆ เวทีปราศรัยและจุดชุมนุม "ลุงมูล" กับเพื่อนๆ พยายามสังเกตความสูงของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อวัดระยะทางจากพื้นดินเปรียบเทียบกับความไกลของอาวุธตัวใหม่ที่กลุ่มของเขากำลังดัดแปลงขึ้นมา

 ลุงมูล หรือ "มูล นันตา" ชาวบ้านจาก อ.ชัยปราการ จ.เชียงใหม่ เล่าให้ "คม ชัด ลึก" ฟังขณะสองมือกำลังง่วนอยู่กับการเหลาไม้ไผ่ที่นำมากองเรียงกันว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าเขาได้เตรียมอุปกรณ์ทำ "ตะไล" หรือที่เรียกว่า "บ้องไฟ" อย่างน้อย 1,000 ชุด เพื่อให้ทันรับมือฝ่ายทหารที่จะมาสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำฐานไม้ไผ่ เพื่อมัดกับท่อพีวีซีที่บรรจุดินปืนเป็นตัวจุดระเบิด

 ขั้นตอนการทำตะไลของชาวบ้านจะเริ่มจากการทำเชื้อเพลิง โดยใช้ส่วนผสมบางอย่างบดละเอียดผสมเข้ากับดินปืนขนาดพอเหมาะ ก่อนจะนำไปอัดลงในท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ที่นำมาตัดแบ่งให้มีความยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตร คำว่า "บ้องไฟ" เป็นภาษาถิ่นเรียกแตกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือเรียก "บอกไฟ" ภาคอีสานเรียก "บั้งไฟ" ภาคกลางเรียก "จรวด-ตรวจ-กรวด" เป็นต้น

 "นี่คือภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อเราไม่มีอาวุธปืนหรือลูกระเบิดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องดัดแปลงเอาแบบนี้ ปกติแล้วชาวเหนือจะทำตะไลหรือบ้องไฟไว้ยิงขึ้นฟ้าในงานศพ บ้องไฟพวกนี้ยิงสูงขึ้นไปได้หลายร้อยเมตร เพราะในท่อพีวีซีจะมีดินปืนผสมอยู่ ถ้าเล็งดีๆ อาจรบกวน ฮ.ทหาร ที่ชอบมาบินวนได้เลย แถวบ้านลุงเคยยิงสูงขึ้นไปได้เป็นกิโล ในงานศพเขาจะเอามาปักวางเรียงกันที่พื้น แล้วจุดต่อเนื่องให้ยิงขึ้นไปเรื่อยๆ" ลุงมูลเล่า

 ลุงมูลเป็นเจ้าของสวนลำไยวัย 67 ปี มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงได้เดือนกว่าแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นมา ปักหลักอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนจะย้ายมานอนที่หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน และเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่มีเหตุการณ์นองเลือด เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บจากลูกกระสุนปืนยางของทหารที่ยิงมาจากด้านหลังด้วย จนล้มลง และได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้าย

 จากเหตุการณ์วันนั้น ลุงมูลต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.กลาง หลังออกจากโรงพยาบาลก็วางแผนกับกลุ่มคนเหนือที่มาร่วมชุมนุมด้วยกันว่า ควรจัดทำอาวุธที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อรับมือกับอาวุธของฝ่ายทหาร ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรใช้บ้องไฟมาดัดแปลงยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ ที่บินมาโปรยแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มเสื้อแดง

 "ลำไม้ไผ่ที่เอามาเหลาทำฐานบ้องไฟสั่งมาจากบ้านลุงที่เชียงใหม่ เขาเพิ่งขนใส่รถกระบะเอามาส่งเมื่อเช้าวันนี้เอง ลุงก็เลยนั่งเหลาตั้งแต่เก้าโมงเช้า ตอนนี้ได้หลายร้อยลำแล้ว ส่วนท่อพีวีซีที่ใส่ดินปืนต้องสั่งทำจาก จ.แพร่ ตอนนี้สั่งมาแล้ว 1,000 กว่าแท่ง แล้วค่อยเอามาประกอบกัน เวลายิงจะใช้ท่อพีวีซียาวๆ แล้วเอาด้ามไม้ไผ่เสียบลงไป จุดขึ้นฟ้าใส่เฮลิคอปเตอร์ มาถึงวันนี้แล้วบอกได้เลยว่าไม่ชนะไม่กลับ" ลุงมูลกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

 เช่นเดียวกับสมาชิกหนุ่มวัยกลางคนจาก อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่ยืนยันว่าการจุดพลุทั่วไปไม่สามารถจัดการเฮลิคอปเตอร์ได้ เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นบ้องไฟหรือตะไลของชาวบ้านที่ภาคเหนือแทน เพราะสามารถยิงสูงขึ้นฟ้าได้ไกลไม่ต่ำกว่า 200-300 เมตร โดยตะไลแบ่งเป็นสองชนิด คือ แบบที่ยิงแล้วพุ่งสูงขึ้นไปบนฟ้า กับตะไลแบบที่ยิงแล้วหมุนควงเป็นสว่านไปรอบๆ

 "ถ้าเฮลิคอปเตอร์ของทหารมาบินวนตรวจสถานการณ์ทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีการปล่อยหรือโยนแก๊สน้ำตาเมื่อไร คราวนี้ต้องสู้กับบ้องไฟชาวบ้าน ตอนบ่ายวันนี้ก็มีลำหนึ่งมาบินวนหลายรอบ แต่ก็ยังไม่มีอะไร พวกเราเฝ้าดูอยู่" หนุ่มแม่จันพูดทิ้งท้าย

 ทั้งนี้ การจุดบ้องไฟต้องขออนุญาตตามกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 47 ห้ามมิให้ผู้ใดทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ โดยกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 ด้านนักบินเฮลิคอปเตอร์หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า หากพื้นที่ใดหรือบริเวณใดมีการปล่อยโคมลอย ตะไล หรือบั้งไฟ จะต้องแจ้งไม่ให้นักบินเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าว เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่ออากาศยาน อาจเป็นอันตรายต่อนักบินได้ เนื่องจากวัตถุข้างต้นเป็นเชื้อเพลิงและเป็นอุปสรรคต่อการบิน

 ส่วนผู้ชุมนุมเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์เตรียมบ้องไฟหรือตะไลไว้คอยขับไล่เฮลิคอปเตอร์ของทางการนั้น นักบินรายเดิมให้ความเห็นว่า ต้องดูขนาดของบั้งไฟ วิถีจุด ถึงจะบอกได้ว่าเป็นอันตรายต่อการบินหรือไม่

 "สมมติว่าบั้งไฟมีขนาด 2 นิ้ว จะมีความสูง 500 ฟิต ซึ่งเพดานบินของเฮลิคอปเตอร์จะบินได้ไม่เกิน 1,000 ฟิต ถ้าโดนเฮลิคอปเตอร์ก็อาจจะปัญหาได้ ปกติช่วงเทศกาลบั้งไฟของชาวอีสานก็จะแจ้งเตือนนักบินไม่ให้บินเข้าไปในพื้นที่ที่มีการจุดบั้งไฟอยู่แล้ว" นักบินรายเดิมให้ความเห็น