
เรายังต่อสู้แบบสันติ-อหิงสา
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประชาชนและทหารบาดเจ็บเสียชีวิตจากการปะทะกันที่บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เมษายน หลายคนสงสัย "ชายชุดดำ" ถืออาวุธสงครามวิ่งปะปนกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นใคร? เกี่ยวข้องกับการ์ดของคนเสื้อแดงหรือไม่ เป็นคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ
"คม ชัด ลึก" จึงตัดสินใจบุกไปหลังเวทีคนเสื้อแดง เพื่อขอเปิดใจ "อารีย์ ไกรนรา" หรือ "อารี พลรัฐธนาสิทธิ์" ซึ่งเป็น "หัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง"
ระหว่างนั่งรอ "อารีย์" ไปประชุมร่วมกับการ์ดเพื่อประเมินสถานการณ์ช่วงค่ำหลังจาก 2-3 วันที่ผ่านมามีข่าวทหารจะเข้าสลายการชุมนุมช่วงเช้ามืด จะมีทั้ง ส.ส.และอดีต ส.ส. แกนนำคนเสื้อแดงเดินเข้าออกตลอดเวลา โดยมี "การ์ด" ใส่เสื้อยืดสีดำปลอกแขนสีดำมีข้อความ "ยุบสภา" คาดต้นแขนยืนคุมทางเข้า-ออก 4-6 คน
แต่สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจคงเป็น "ไม้ที่ถูกเหลา" ลักษณะคล้าย "ธนู" บรรจุอยู่ใน "ถุงปุ๋ย" มีด้ามโผล่ออกมาเกือบศอก มีเสียงพูดคุยกันเบาๆ ว่า "บั้งไฟ"
นอกจากนี้ยังมีสิ่งกลมๆ หลายอันบรรจุในถุงปุ๋ยลักษณะคล้าม "โคมลอย" ทยอยขนเข้าไปในห้องที่กั้นด้วยถุงปุ๋ย ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของเวที มีข้อความเขียนไว้ด้านหน้าทางเข้าว่า "ห้องวีไอพี เข้าได้เฉพาะ ส.ส.และแกนนำเท่านั้น"
ผ่านไปประมาณ 45 นาที "อารีย์" ชายร่างเล็กใส่หมวกแก๊ปก็เดินนำเราไปยัง "ห้องวีไอพี" ที่ว่า
ภายในห้องมีบรรดาชายแต่งกายชุดดำเกือบ 10 คน ทุกคนมีปลอกแขน "ยุบสภา" บ้างก็สวมหมวกสาน หมวกผ้า หรือแม้แต่ผ้าพันคอ ส่วนใหญ่พกพาวิทยุสื่อสาร และน่าจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ "อารีย์" เพราะเมื่อ "อารีย์" เดินเข้าไปในห้องทุกคนพากันลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่กำลังนั่งสนทนากันอยู่
การสนทนาเริ่มขึ้นที่ด้านหน้าของ "โต๊ะหมู่บูชา" ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางห้อง
"อารีย์" เล่าว่า เมื่อก่อนเป็นเจ้าหน้าที่แนะแนวอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณ 20 ปี จากนั้นลาออกไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคไทยรักไทย ปี 2548 แต่สอบตก และลงเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2549 ชนะการเลือกตั้งแต่เป็น ส.ส.ได้ไม่ถึง 1 เดือน เพราะการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็น "โมฆะ" เนื่องจากหันคูหาออกด้านนอก
จากนั้น "อารีย์" ก็มาเป็น "ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด" หรือ พีทีวี แต่อยู่ไม่นานก็ปิดตัวลง
จนกระทั่งเกิด "รัฐประหาร" มีการตั้งรัฐบาล "สุรยุทธ์ จุลานนท์" "อารีย์" ก็ร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวมาภายใต้ชื่อ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ" (นปก.) จนมาเป็น "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) และมาเป็น "คนเสื้อแดง"
"อารีย์" กล่าวว่า เมื่อได้รับมอบหมายให้มารับผิดชอบดูแลเรื่องการ์ดจึงชักชวนลูกศิษย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาทำงานเป็นการ์ดซึ่งมีทั้งชายและหญิง มีทั้งหมดประมาณ 5,000 คน ไม่รวมนักรบพระองค์ดำ การ์ดอาสา และการ์ดแต่ละจังหวัดนำมาดูแลประชาชนของตัวเอง แต่ประชุมทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึงค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าใช้จ่ายให้การ์ดแต่ละคน "อารีย์" บอกว่า ให้เฉพาะค่าน้ำมันรถ ค่าบุหรี่ ประมาณคนละ 400-500 บาท แต่ค่าตัวไม่คิดสักบาท
"ผมจะอบรมให้การ์ดทุกคนเรียนรู้เรื่องการสังเกต คนแปลกปลอมเข้ามาในม็อบ สังเกตพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมชุมนุมว่าจะมาชุมนุมจริง หรือแฝงตัวเข้ามาสืบข่าว ดูได้จากกิริยา จะถ่ายภาพเฉพาะแกนนำอย่างเดียว หรือพยายามไปในจุดที่ห้ามเข้า ซึ่งถ้ามาลักษณะนี้ก็จะส่งตัวให้ตำรวจ ผมจะทำงานควบคู่กับตำรวจไม่มีการทุบตี เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา จะทำเพียงแค่ผลักดันออกจากที่ชุมนุมของเราเท่านั้น" ผู้รับผิดชอบการ์ดเสื้อแดงกล่าว
"อารีย์" เล่าถึงวิธีการทำงานของ "การ์ด" ว่า จะแบ่งเป็น 3 ชุด ทำหน้าที่ตามจุดต่างๆ ชุดละ 8 ชั่วโมง ส่วนเครื่องแบบการ์ดที่หลายคนสงสัยตั้งข้อสังเกตว่าช่วงแรกของการชุมนุมจะมีกลุ่มที่สวมหมวกใส่แจ็กเก็ตดำเดินปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย "อารีย์" กล่าวว่า ไม่เน้นเรื่องเครื่องแต่งกายแต่มีเครื่องหมายให้ เช่น ช่วงแรกมีผ้าพันคอสีดำและสีแดง สีชมพู แล้วมาเปลี่ยนมาเป็นปลอกแขนสีดำ-แดง เพราะปลอมกันมาก ทำให้คนทั่วไปคิดว่าเป็นการ์ดเสื้อแดง จริงๆ แล้วไม่ใช่ เมื่อมีเสียงร้องเรียนว่าการ์ดเราไปทำร้ายประชาชน ก็เช็กได้ เพราะแต่ละจุดจะมีหัวหน้าชุดดูแลอยู่
ส่วนม็อบรถจักรยานยนต์ "อารีย์" กล่าวว่า ไม่ใช่การ์ดเรา อาสามาร่วมชุมนุมเองไม่มีเกณฑ์หรือว่าจ้าง จัดขบวนกันเองเพียงแค่เป่านกหวีดก็เชื่อฟังเหมือนซักซ้อมกัน แต่ไม่ใช่ แค่ประกาศเคลื่อนทัพก็มาเอง การ์ดเราจะเคลื่อนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านหน้า ด้านข้างซ้าย ขวา และปิดท้าย โดยเคลื่อนที่เร็วจะเน้นหน่วยมอเตอร์ไซค์ให้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว
"อารีย์" กล่าวว่า ม็อบส่วนใหญ่มีค่าจ้างทั้งนั้น แต่ม็อบเสื้อแดงไม่มี แปลกมากทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ ทุกคนวิ่งเข้าชนทหารยอมพลีชีพไม่หนี เห็นได้จากวันที่ 10 เมษายน ซึ่งวันดังกล่าวการ์ดเสื้อแดงมีเพียงส่วนเดียว อีกสามส่วนอยู่ที่ราชประสงค์
ส่วนชายชุดดำที่หลายคนคิดว่าเป็นการ์ดคนเสื้อแดง ขอยืนยันพูดต่อหน้าพระ (พร้อมยกมือไหว้) ไม่ใช่การ์ดของ นปช. เพราะการ์ด นปช.ใช้อาวุธไม่เป็นปราศจากอาวุธ
"เราไม่รู้ว่าชายเสื้อดำเป็นใคร ส่วนเสื้อที่ชายชุดดำใส่คล้ายที่การ์ด นปช.บางคนสวม เป็นการเลียนแบบ นปช. ใครก็ซื้อใส่ได้ มีขายทั่วไป วันที่ 10 เมษายน การ์ดเราก็บาดเจ็บแต่ไม่มีตาย ถ้าถามผมคิดว่าชายชุดดำเป็นทหาร เพราะยิงจากโรงเรียนสตรีวิทยา บนกองสลาก เป็นสถานที่ราชการ ขึ้นไปอยู่ต้องขออนุญาต คนเสื้อแดงหมดสิทธิ์ ผมคิดว่าต้องเป็นทหาร ส่วนภาพข่าวกลางวันเป็นพระ กลางคืนเป็นการ์ด ความจริงเป็นพระมาชุมนุมแล้วเลื่อมใสจึงสึกมาเป็นการ์ดเสื้อแดง ยืนยันได้ แต่พระปลอมมาเรี่ยไรก็มี การ์ดเราจับได้"
สิ่งที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น "ไม้แหลม นำก้อนอิฐมาทุบ หรือข่าวเรื่องมีระเบิดเพลิง น้ำกรด บั้งไฟ" ที่นำมาไว้ในที่ชุมนุม "อารีย์" ยืนยันว่า "เราไม่มีอาวุธ เช็กได้ เพราะเราประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่า เราเป็นการ์ดปราศจากอาวุธ เราใช้สองมือเปล่าสู้กับทหาร ตำรวจ และขอยืนยันว่า ทุกวันนี้พวกเรายังต่อสู้แบบสันติ อหิงสา"



