ข่าว

ท่องเที่ยวขอรัฐเติมสภาพคล่องจี้เสื้อแดงยุติโดยเร็ว

ท่องเที่ยวขอรัฐเติมสภาพคล่องจี้เสื้อแดงยุติโดยเร็ว

21 เม.ย. 2553

ท่องเที่ยวเร่งรัฐ-เสื้อแดงหาข้อยุติ แบกภาระไม่ไหวขอรัฐเลื่อนจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยของเอสเอ็มอี พร้อมขอเงินกู้เพิ่มเติมอีก 5,000 ล้าน ระบุปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวไม่เข้าเป้าแน่ ห่วงยืดเยื้อไปนานกว่านี้เสียหายเป็นแสนล้าน

 นายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย หรือเฟตตา ซึ่งมีสมาชิกสมาคมท่องเที่ยวมากกว่า 17 สมาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสมาคมเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ทางด้านการเมือง ว่าเฟตตามีมติเป็นเอกฉันท์ที่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกันให้เร็วที่สุด โดยเฟตตาจะทำหนังสือไปถึงรัฐบาลและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงให้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้

 นอกจากนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เฟตตา มีมติเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมดังกล่าว โดยยื่นผ่านมา นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่การกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาเลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เงินกู้ของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยื่นกู้อันเนื่องมาจากประสบปัญหาการปิดล้อมสนามบิน วงเงิน 5,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในขณะนี้

 รวมทั้งยังร้องขอให้รัฐบาลเปิดให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบยื่นขอกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกครั้ง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อาจต้องของบประมาณเพิ่มเติมเป็นวงเงินอีกไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเฟตตาจะประสานทำหนังสือไปยังนายชุมพลและเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อไป

 นายเจริญกล่าวว่า ในที่ประชุมมีการประเมินผลกระทบจากการชุมนุม โดยเชื่อว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ได้ เบื้องต้นเชื่อว่าจะลดลง 1-1.5 ล้านคนอย่างแน่นอนจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ทำให้ในช่วง 3-6 เดือนนับจากนี้ การท่องเที่ยวจะยังไม่ดีมากนัก โดยนักท่องเที่ยวจะลดลงตั้งแต่ 15-90% แล้วแต่ตลาด

 ด้านนายอภิชาติ สังฆอารีย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) กล่าวว่า ผลกระทบจากการชุมนุมจะมีผลกระทบอย่างชัดเจนในช่วงโลว์ซีซั่นนี้ (พ.ค.-ต.ค.) ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 5-6 ล้านคน จากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ นักท่องเที่ยวมีโอกาสหายไปประมาณ 40-50% หรือ 2-2.5 ล้านคน คิดเป็นรายได้ที่สูญเสีย 7 หมื่นล้านบาท-1 แสนล้านบาท แต่หากสถานการณ์มีการปะทะกันรุนแรงมูลค่าความเสียหายคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น

 นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองนั้นมีผลต่อนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาก และเชื่อว่าจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าอย่างแน่นอน เนื่องจากตลาดดังกล่าวมีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยสูง และใช้เวลาในการฟื้นตลาดอย่างน้อยกว่า 6 เดือน