ข่าว

"การเมือง"เสี่ยงกนง.ตรึงดอกเบี้ยธปท.รอปรับจีดีพีใหม่

"การเมือง"เสี่ยงกนง.ตรึงดอกเบี้ยธปท.รอปรับจีดีพีใหม่

21 เม.ย. 2553

กนง.ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ชี้ปัญหาการเมืองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ท่องเที่ยวและการลงทุน รอปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ 29 เมษายนนี้ ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ มีนาคมทรุดเป็นเดือนที่ 2 ธุรกิจกังวลสถานการณ์การเมือง

 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุน ในระยะต่อไปได้ ธปท.จึงขอติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไป และจะมีการแถลงเรื่องปรับตัวเลขเศรษฐกิจใหม่อีกครั้งในวันที่ 29 เมษายนนี้

 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ยังถือว่ามีการขยายตัวต่อเนื่องในทิศทางที่ดี ทั้งจากการส่งออก การบริโภค และการลงทุน โดยได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น และปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้ก็น่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในปีนี้ แต่ปัญหาการเมืองถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้

 นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะต่อไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ด้านฐานะต่างประเทศมีความมั่นคง และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางด้านการเงินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

 ขณะที่นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2553 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,225 ตัวอย่างครอบคลุม 39 กลุ่มุตสาหกรรม พบว่าดัชนีปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และลดลงต่ำสุดรอบ 6 เดือน มาอยู่ที่ 101.6 โดยมีปัจจัยลบจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิตและผลประกอบการที่ลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลการชุมนุมการเมืองยืดเยื้อ และอาจเกิดความรุนแรงส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย รวมทั้งปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทำให้ผลผลิตการเกษตรลดลง ส่งผลต่อวัตถุดิบการผลิต เช่น สับปะรด มันสำปะหลัง สมุนไพร

 ส่วนดัชนีคาดการณ์ล่วงหน้า 3 เดือน ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 107.2 ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ที่ 114.6 เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่ายอดคำสั่งซื้อรวม ยอดขายรวม ปริมาณการผลิตและผลประกอบการจะปรับตัวลดลง

 "เมื่อสอบถามถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการพบว่า ผู้ประกอบการกังวลผลกระทบปัญหาการเมืองมากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการยังกังวลปัจจัยค่าเงิน ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีเพียงปัจจัยราคาน้ำมันที่กังวลลดลง" นายสันติกล่าว