
รัฐห่วงราคาข้าวตกต่ำเล็งทบทวนสูตรอ้างอิง
นายกฯ สั่งพาณิชย์หามาตรการเพิ่มเติมยกระดับราคาข้าวเปลือก ระบุราคายังตกต่ำต่อเนื่อง ขณะที่เกษตรกรนำข้าวร่วมโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อของรัฐบาลต่ำกว่าคาด มีแค่ 6 หมื่นตัน จาก 90 จุดรับซื้อ "พรทิวา" เตรียมถกกระทรวงเกษตรฯ ทบทวนสูตรคำนวณราคาอ้างอิงใหม่
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และกระทรวงพาณิชย์ หามาตรการลดผลกระทบของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวเปลือกในหลายพื้นที่ประสบปัญหาตกต่ำ
"แม้รัฐบาลจะเร่งเปิดจุดตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในหลายพื้นที่ แต่ยอมรับว่าแต่ละพื้นที่มีการสกัดกั้นในการซื้อ-ขายข้าวเปลือกจากเกษตรกร ทำให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการน้อยกว่าที่คาด ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมจนถึงขณะนี้ เปิดจุดรับซื้อแล้วกว่า 90 จุด แต่มีข้าวมาขายให้รัฐเพียง 6 หมื่นตันเท่านั้น อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงจึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนว่าจะหามาตรการแทรกแซงเพิ่มเติมเพื่อยกระดับราคาข้าวให้สูงขึ้น" นางพรทิวากล่าวและว่า
กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนสูตรการคำนวณอัตราราคาอ้างอิงข้าวเปลือกใหม่ จากสูตรเดิมได้นำราคาย้อนหลังกับราคาในอนาคตมาคำนวณเป็นราคาข้าวอ้างอิง แบบทุก 7 วัน แต่บางช่วงราคาข้าวมีความผันผวนจึงต้องทบทวนสูตรราคาอ้างอิงและกรอบระยะเวลาใหม่เพื่อให้เป็นสูตรที่ลดความเสี่ยงของราคาข้าวในแต่ละสัปดาห์ที่มีความผันผวน โดยการทบทวนสูตรจะมีการหารือก่อนวันที่ 25 เมษายนนี้
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอมาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ โดยเฉพาะการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในเขตพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น โดยจะใช้เกณฑ์ราคาอ้างอิง ซึ่งสูงกว่าราคาตลาด 200-300 บาทต่อตัน ประกอบกับจะขอมติจาก กขช. ใช้วิธีการแลกข้าวโดยให้เอกชนเข้าไปซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคาสูง และนำมาแลกข้าวในสต็อกของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการลดแรงกดดันต่อสถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลงได้



