
เอพีวิเคราะห์แกนนำแดงหลากคิดเป้าหมายไม่ชัดเจน
บทความโดยนายเดนนิส เกรย์ของสำนักข่าวเอพี วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยระบุว่า หัวหอกของขบวนการชาวนาซึ่งอ้างว่ารักประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันก็จงรักภักดีกับมหาเศรษฐีที่ถูกกล่าวหาว่าบั่นทอนสถาบันทางประชาธิปไตยของประเทศ
มีทั้งอดีตนักรบใต้ดินคอมมิวนิสต์ อดีตนักร้องขวัญใจวัยรุ่น และขาลุยนามแรมโบ้ การรวมตัวที่ประหลาด และการสื่อความต้องการที่หลากหลาย ทำให้พวกเสื้อแดงเป็นพวกที่อ่านใจได้ยาก แม้พวกเขาจะออกมาปราศรัย เดินขบวนมาตลอดช่วงเวลา 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่มีใครข้องใจในพลังของพวกที่นักวิจารณ์การเมืองเรียกว่า "คนบ้านนอก "เหล่านี้พวกเขามีการจัดการที่ยอดเยี่ยมกว่ารัฐบาลในทุกหัวเลี้ยว พาวิน ชวัลพงพันธุ์ จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาที่สิงคโปร์ บอกว่า ไทยกำลังเข้าสู่ภูมิภาพทางการเมืองใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นชี้ว่า กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลกระหายที่จะสร้างสังคมไทยใหม่ ที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ประเทศไทยอยู่ในโลกของเทพนิยายมานานแล้ว
แต่ภูมิภาพที่ว่าจะเป็นแบบไหนนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับ " สีจริงๆ " ของพวกเสื้อแดงอย่างในทัศนะแบบดูถูกเหยียดหยาม ก็บอกว่ากลุ่มผู้ประท้วงเป็นเพียงเบี้ยของอดีตนายกฯทักษิณ ในความพยายามกลับมามีอำนาจ ซึ่งตามแนวคิดนี้ คนเสื้อแดงสนใจประชาธิปไตยน้อยกว่าการกลับมาของสิ่งที่เรียกว่า " ช่วงเวลาแห่งความสุขและรุ่งโรจน์ " เมื่อกลุ่มคนไม่มีอภิสิทธิ์ มีความสุขจากโครงการสุขภาพราคาถูก การพักชำระหนี้ และนโยบายประชานิยมอื่นๆ แต่เมื่อทักษิณกลับมา เขาจะกลับมาสู่สไตล์เผด็จการ คอร์รัปชั่น และการเห็นแก่พวกพ้องเหมือนเดิม ถนนประชาธิปไตยจะถูกปิดกั้น
แต่ก็ยังมีอีกแนวหนึ่ง ที่มองว่าขบวนการเสื้อแดงก้าวไปไกลเกินกว่าทักษิณ และแกนนำกลุ่มบางคน ก็ไม่ได้ต้องการให้ทักษิณกลับมา ในเมื่อทักษิณไปกินคาเวียร์ และติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ แต่พวกเขาต้องเจอกับกระสุนปืน ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย บอกว่า บทบาทของทักษิณกลายเป็นเรื่องนอกประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พวกเสื้อแดงไม่ค่อยผลักดันเรื่องการกลับมาของทักษิณเป็นหลัก แต่มุ่งเรื่องส่วนแบ่งที่มากขึ้นในการบริหารประเทศ สิ่งที่ทักษิณทำเพียงแค่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในเจตคติในหมู่ชาวชนบท ที่ได้รับส่วนแบ่งก้อนเล็กๆจากระบบเศรษฐกิจของประเทศ และถูกบงการโดยนโยบายจากส่วนกลาง
แต่นอกเหนือจากการเรียกร้องให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ นโยบายอย่างไร และกลยุทธแบบไหนที่กลุ่มเสื้อแดงมีแผนจะดำเนินการหลังจากนั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะในกลุ่มแกนนำที่มีมากกว่าครึ่งโหลเองก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนในต่างประเทศบางฝ่ายก็เรียกร้องให้ล้มสถาบัน
แต่นายแพทย์เหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำกลุ่มเสื้อแดงปฏิเสธเรื่องนี้ โดยบอกว่าพวกเขาต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขแบบญี่ปุ่นและอังกฤษ นอกจากนั้นก็ยังต้องการโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กชนบท ยุติการผูกขาดการค้าขายข้าวและยางพารา ต้องการให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ยุติการเลือกปฏิบัติกับพวกคนชั้นนำในศาล และอื่นๆ
แต่วิลเลี่ยม คลอสเนอร์ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญเรื่องสังคมชนบทของไทย บอกว่าที่เขาวิตกก็คือเรื่องที่ว่าจะดำเนินการได้อย่างไร เพราะหากไม่มีค่านิยมและสถาบันทางประชาธิปไตย รวมทั้งการสนับสนุนและการตรวจสอบจากภาคประชาชน โมเดลเผด็จการก็จะชนะ ตอนนี้ชาวชนบทได้เปลี่ยนไปมาก พวกเขาคึกคัก มุ่งมั่น พร้อมเผชิญหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็นอบน้อมน้อยลง และก็คงจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก และตราบเท่าที่การท้าทายต่อต้านรัฐบาลเพื่อเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมยังคงดำเนินต่อไป ความวุ่นวายก็จะกลายเป็นเรื่องปกติของประเทศ



