ข่าว

การเมืองเรื่องแถลงการณ์

การเมืองเรื่องแถลงการณ์

22 เม.ย. 2553

ผมไม่แน่ใจว่าเขียนเรื่องนี้เอาไว้นานแล้วหรือยัง แต่ก็คิดว่าคงมีประเด็นอะไรที่สนุกสนานอยู่พอสมควรในวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

จุดพลิกผันที่ทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เกิดขึ้นจากคำปรารภของรุ่นพี่ในวงการหนังสือพิมพ์ในการสนทนาระหว่างอาหารเช้า
 "งานหนึ่งที่สำคัญขององค์กรพัฒนาเอกชน/พัฒนาประชาธิปไตยวันนี้ก็คือการร่างแถลงการณ์"

 บริบทที่เราพูดถึงกันนั้นอยู่ในต่างประเทศ ในการประชุมที่เต็มไปด้วยองค์กรต่างๆ แต่เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงปรากฏการณ์และบทบาททางการเมืองทางปัญญาในสังคมไทยสมัยนี้ไปในอีกลักษณะหนึ่ง

 ต่อเนื่องกับความเห็นของรุ่นพี่ในวงวิชาการที่ผมเคารพรักที่กล่าวว่า

 "สมัยนี้ดีนะ เขียนแถลงการณ์ส่งลงเว็บไซต์ หรือสื่อก็จบแล้ว ไม่ต้องออกไปประท้วง ไม่ต้องวางหรีด หรือแม้กระทั่งยื่นจดหมาย"

 ยังไม่ทันไร ในจดหมายแลกเปลี่ยนในโลกอินเทอร์เน็ตก็มีความเห็นจากหนึ่งในคนที่ได้รับจดหมายการสื่อสารของบรรดานักวิชาการ/ปัญญาชนว่า

 "ไม่คิดจะทำอะไรมากกว่าเขียนแถลงการณ์เหรอคะ ไม่ลองพิจารณาอดอาหารบ้างหรือคะ"

 เอาล่ะสิครับ เรื่องนี้เริ่มสนุกเข้าไปทุกที คือแบบว่าตอนแรก ผมก็ยังงงๆ ว่าแถลงการณ์ไหนในชีวิตหนอที่ผมเซ็นเป็นครั้งแรก แต่ก็จำได้ว่าเมื่อเติบโตและรับรู้ทางการเมือง แถลงการณ์ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากที่สุดคือแถลงการณ์/ฎีกาเพื่อให้พลเอกเปรมลงจากตำแหน่งนายกฯ โดย 99 นักวิชาการ เมื่อปี 2531 (อันนี้ไม่มีเจตนาแอบแฝงจริงๆ ครับ เพราะตอนนั้นผมเข้าปีหนึ่งคณะรัฐศาสตร์พอดีและบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง และนักวิชาการเหล่านั้นเดี๋ยวนี้ก็มีบทบาทที่ต่างกัน)

 แต่พอมาช่วงหลัง รู้สึกว่าการเมืองนั้นเต็มไปด้วยแถลงการณ์ โดยเฉพาะในยุคการต่อต้านทักษิณ จะมีแถลงการณ์ที่ใช้สถานะทางสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ และในวงการการร่างแถลงการณ์นั้นเอง ก็แทบจะรู้ว่าใครอยู่ฝ่ายไหน หรือแม้กระทั่งรู้เลยด้วยซ้ำว่าสำนวนการเขียนแบบนี้นั้นใครคือคนเขียน

 ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจหรอกครับว่าบรรดาแถลงการณ์ที่ออกมาในช่วงยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ จะมีสถานะทางประวัติศาสตร์อย่างไรในระยะยาว เพราะแถลงการณ์บางฉบับนั้นก็มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ทางการเมืองที่คู่ขัดแย้งทางการเมืองนั้นหยิบนำไปใช้ ร่วมมือในเชิงพันธมิตร หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งเสียเอง

 งานแนวนี้นักประวัติศาสตร์ และนักรัฐศาสตร์คงจะศึกษาในเชิงวิชาการได้ไม่ครบด้านหรอกครับ ต้องอาศัยนักภาษาศาสตร์มาร่วมศึกษาด้วย เพื่อหาลักษณะเฉพาะในแต่ละยุคสมัย และลักษณะเชิงไวยากรณ์ของภาษานั้นเอง

 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขำๆ หรอกครับ เพราะหากมองในแง่ดีสักหน่อย แทนที่จะเขียนเรื่องนี้แค่โจมตีว่าแถลงการณ์นั้นเป็นเรื่องที่ง่าย ผิวเผิน หรือแฝงไปด้วยนัยมากมาย เราอาจจะต้องมาเริ่มคิดเรื่องสำคัญว่า ถ้าคนทั้งสังคมเริ่มเขียนแถลงการณ์ร่วมกันสักชิ้นล่ะครับ? นั่นจะคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการพยายามแก้ปัญหาสังคมร่วมกันไหม?

 ในทางวิชาการเราเรียกส่วนแรกของแถลงการณ์ว่า problem statement หรือส่วนที่ว่าด้วยเรื่องที่มาและความสำคัญของปัญหา ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำไปสู่การตั้งคำถาม และการแสวงหาคำตอบที่น่าสนใจได้

 เรื่องนี้คงน่าสนใจกว่าจะมาลุ้นว่าควรจะมีการเจรจา ผมว่าถ้าเราพูดเรื่องการเจรจามันก็คือการพยายามหาทางร่างแถลงการณ์ร่วมกันนั้นแหละครับ เพราะเมื่อเจรจาจบ มันก็ต้องมีแถลงการณ์ร่วม ดังนั้นก็คงจะต้องคิดให้มันซับซ้อนกว่าการเจรจาคือเรื่องของการยื่นหมูยื่นแมว เท่านั้นครับ

 สรุปว่า มาช่วยกันทำให้การเมืองเรื่องแถลงการณ์มาสู่การเมืองคือการร่างแถลงการณ์ร่วมกันน่าจะดีนะครับ (แต่แบบว่าสุดท้าย อาจจะเขียนได้แค่ว่า "พวกเราตกลงว่าเราไม่สามารถตกลงกันได้" หรือเปล่าก็ไม่รู้)