ข่าว

ดีเอสไอสอบคดีก่อการร้ายหาชุดโยงเกมบนดิน-ใต้ดิน

ดีเอสไอสอบคดีก่อการร้ายหาชุดโยงเกมบนดิน-ใต้ดิน

21 เม.ย. 2553

ดีเอสไอ ตั้งธงสอบคดีก่อการร้าย หาชุดเชื่อมโยงเกมบนดิน-ใต้ดิน แบ่งโซนปะทะ 3 จุดใหญ่แยกสอบสวน มอบ "พรทิพย์" ประสานพฐ.ตรวจสอบหลักฐานที่เกิดเหตุซ้ำ “อานันท์”สอนมวย“บิ๊กจิ๋ว-สมชาย”เคยเป็นนายกฯน่ารู้อะไรถูก

 เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย 10 เมษายนว่า ที่ประชุมได้หารือกำหนดแนวทางและรูปแบบการสอบสวนให้กับคณะทำงานทั้ง 7 ชุด โดยมอบหมายให้สอบสวนตามพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบด้วย เหตุระเบิด 44 แห่ง เหตุบุกรุกอาคารรัฐสภา เหตุบุกรุกสถานีไทยคม จ.ปทุมธานี เหตุปะทะหน้ากองทัพภาคที่ 1 เหตุยึดรถทหารและยุทธภัณฑ์บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเหตุปะทะที่สี่แยกคอกวัว ทั้งนี้เมื่อมอบหมายภารกิจ คณะทำงานทุกชุดจะแยกย้ายไปสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อนำความคืบหน้ามารายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 26 เม.ย.นี้

 นายธาริต กล่าวอีกว่า พญ.คุญหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะเข้ามารับผิดชอบในภารกิจตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ ซึ่งเบื้องต้นกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ค่อนข้างละเอียด ทั้งภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กระสุนที่ยิงใส่ประชาชนและผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตมาจากฝั่งทหาร นั้น ล่าสุด ทางพฐ.ออกมาแถลงยืนยันว่าข่าวดังกล่าวยังไม่ใช่ผลสรุปจากพฐ. และคาดว่าจะใช้เวลารวบรวมหลักฐานอีก 2 สัปดาห์ ส่วนกรณีที่กล่าวอ้างว่าผลการตรวจสอบไม่พบเขม่าดินปืนบนอาคารสูงย่านสี่แยกคอกวัวนั้น ตนมองว่าการด่วนสรุปคงไม่ถูกต้อง เพราะขณะนี้มีหลักฐานเป็นภาพเคลื่อนไหวระบุชัดว่าเป็นซุ่มทำร้ายประชาชนและทหาร ไม่ใช่เพียงการไหวของกิ่งไม้ ส่วนการตรวจไม่พบเขม่าดินอาจเกิดจากบริเวณดังกล่าวอยู่ไกลจากรัศมีที่ใช้ยิง หรือมีการล้าง ทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุจนไม่เหลือคราบเขม่าดินปืน ซึ่งในส่วนนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ จะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

 “การร่วมสอบสวนของ 12 หน่วยงาน จะไม่ทำให้การทำงานเยิ่นเย้อหรือล่าช้า การทำงานของคณะทำงานหลายชุดมีความคืบหน้าไปมาก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าแกนนำหรือบุคคลใดจะถูกออกหมายเรียกมารับแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายบ้าง ทั้งนี้บางคดีที่มีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์จะปิดคดีได้ก่อน” นายธาริต กล่าว

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนให้ทุกชุดสืบสวนพยายามหาหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ก่อการ้ายในหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะจุดเชื่อมโยงที่เป็นคู่ขนานระหว่าง แกนนำที่เดินเกมบนดิน ให้ชุมนุมด้วยสันติอหิงสา การประกาศขู่อาฆาตมาดร้าย กับเกมใต้ดินที่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ยัง กำชับให้เร่งวิเคราะห์ข้อมูลการติดต่อสื่อสารต่างๆ รวมถึงข้อมูลทางการเงินของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้าย

“อานันท์”สอนมวย“บิ๊กจิ๋ว-สมชาย”เคยเป็นนายกฯน่ารู้อะไรถูก

 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระ กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมทำความตกลงในกาจัดตั้งองค์การอิสระ และคัดเลือกกรรมการบริหารองค์การอิสระตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า ในโลกปัจจุบันทุกประเทศไม่มีใครที่ปฏิเสธว่าการปกครองของประเทศของเขาไม่ใช่ การปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งครั้งหนึ่งประชาธิปไตยเป็นคำที่มีความหมายมาก และ ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะปกครองประเทศดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่ทุกประเทศก็เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย

  และการปกครองระบอบนี้อาศัยสาระสำคัญคือการมีรัฐธรรมนูญ การจัดการเลือกตั้ง การมีรัฐสภา ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ แต่ในระยะ 30-40 ปีที่ผ่านมา ประชาธิปไตยพัฒนาไปค่อนข้างมาก ความสำคัญในหลักการเดิมจะไม่ได้น้อยลงไป แต่มีประเด็นอื่นๆที่อยู่ในสาระเดิมคือหัวใจและความเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยว่าคืออะไร ที่ผ่านมาอาจจะให้ความสำคัญเพียงเรื่องรูปแบบเท่านั้น แต่ปัจจุบันคงไม่พอแล้ว แต่เราต้องให้โครงสร้างพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหนึ่งในกระบวนการนี้คือภาคสังคม โดยคำนึงถึงสิทธิและหน้าที่ และขึ้นอยู่กับว่าประชาชนมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน และแก่นสารของเรื่องอยู่ที่ว่าประชาชนมีส่วนในกระบวนการพิจารณาตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่

 จากนั้น นายอานันท์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของพล . อ . ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดว่า ตนไม่ทราบความตั้งใจของ พล . อ . ชวลิต และนายสมชาย แต่ในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน ก็น่าจะทราบดี  จึงไม่เข้าใจว่าการทั้งสองที่ออกมาประกาศในที่สาธารณะเป็นความถูกต้องหรือไม่ เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามแบบฉบับที่เคย เป็นมา เมื่อถามว่ามีนัยอะไรหรือไม่ นายอานันท์ บอกไม่ทราบ

 นายอานันท์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในสังคมมีหลายประเด็นที่ถกเถียงในทางสาธารณะ แต่ประเด็นที่แต่ละคนแต่ละกลุ่ม หยิบมาต้องมีการดูแลและมีความสำคัญต่ออนาคตของสังคม และระเบียบวาระต้องทำไปตามขั้นตอนคงไม่สามารถทำได้พร้อมกัน และต้องดูความเร่งด่วนก่อนและหลัง โดยส่วนตัวเห็นว่าสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือรัฐบาลต้องยัยยั้งความวุนวายโกลาหล และต้องรีบนำความสงบกลับคืนมา ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ ความหายนะทางสังคม ความขัดแย้งตอนนี้ เป็นการทะเลาะเบาะแว้งในระดับหัวหน้า แต่กลับทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนและหมดโอกาสทำมาหากิน

 “ขณะนี้ผมเสียใจที่เห็นประชาชนต้องเดือดร้อน ต้องนั่งตากแดดตากฝน ไม่มีโอกาสทำมาหากิน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่าเป็นคนจน ส่วนคนรวยคงไม่ลำบากไม่ว่าจะอยู่สีไหน อย่างไรก็ตาม อยากเห็นการพัฒนาของสังคมส่วนรวม ไม่ว่าจะพูดอยู่ที่นี่ หรือเดินขบวนอยู่ในท้องถนนก็อยากให้มีความสงบ มีความเป็นระเบียบถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่มีแต่ความดุเดือด ความเกลียดชัง และความอาฆาตพยาบาท ถึงเวลาที่ต้องนำความสงบกลับมา ” อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุ

 เมื่อถามถึงทางออกในการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาของทั้งสองฝ่ายนั้น นายอานันท์ กล่าวว่า ถ้าจะคุยกันมานั่งห้องเดียวต้องคุยกันว่าประเด็นที่จะคุยกันคือเรื่องอะไร มีระเบียบวาระเพราะไม่อย่างนั้นก็จะมาเถียงกันพูดกันคนละทาง และคงไม่สามารถเจอกันได้ ทั้งนี้ สำหรับตนคิดว่าไม่เคยปิดเรื่องการเจรจา ถ้าตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยังมีสติ มองประโยชน์ของสังคมก็ยังสามารถพูดคุยกันได้ และอยากให้เจรจากัน เมื่อถามถึงกรณีการเผยแพร่สติ๊กเกอร์รัฐไทยใหม่นั้น นายอานันท์ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ว่าใครเป็นคนเริ่มต้น อย่างไรก็ตามแล้วรัฐเก่าจะเอาไปไว้ที่ไหน