
กต.เผยสถานะคำเตือนตปท.มาไทยเลี่ยงม็อบแดง
กต.เผยสถานะคำเตือนตปท.มาไทย เลี่ยงเข้าพื้นที่ชุมนุมประท้วง สหรัฐฯมองมาไทยยังปลอดภัย ทูตญี่ปุ่นประสานตร.ขอผลชันสูตรศพนักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิตเหตุการณ์ 10 เม.ย.
(21เม.ย.) นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานะล่าสุดของการประกาศคำแนะนำในการเดินทางมาประเทศไทย ว่า ตามที่สื่อมวลชนได้สอบถามสถานะล่าสุดของการประกาศคำแนะนำการเดินทางมาประเทศไทยนั้น ขอเรียนชี้แจงว่า ณ ขณะนี้ มีประมาณ 40 ประเทศหลัก ๆ ที่ได้ให้คำแนะนำในการเดินทางแก่คนชาติของตน โดยประมาณ 13 ประเทศ ได้แนะนำคนชาติของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาเฉพาะกรุงเทพฯ
โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วง สำหรับกรณีของสหรัฐฯ นั้น ได้มีการปรับคำแนะนำล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพียงการปรับข้อมูลให้ทันสมัย โดยยังคงแนะนำให้คนชาติสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการเดินทางหรือพำนักในพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วง และหากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น น่าจะมีสาเหตุมาจากการเมืองภายใน และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล อย่างไรก็ดีสหรัฐฯยังมองว่า โดยทั่วไปแล้ว การเดินทางมาประเทศไทยยังมีความปลอดภัย
สหรัฐเตือนคนอย่าเข้าใกล้ที่ชุมนุม
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ประกาศเตือนพลเมืองอเมริกันให้ระมัดระวังตัว ในขณะเดินทางมายังประเทศไทย หลังการประท้วงของคนเสื้อแดงกลายเป็นความรุนแรง โดยในคำเตือนที่มีการปรับปรุงล่าสุดคาดว่า การประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และอาจลุกลามกลายเป็นความรุนแรงได้ ดังนั้นพลเมืองชาวอเมริกันจึงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจตกเป็นเป้าของการประท้วง และให้ระมัดระวังการเดินทางในกรุงเทพฯ ด้วย
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดในประเทศไทย ล้วนมีเหตุจูงใจทางการเมืองภายใน ไม่ใช่ฝีมือของผู้ก่อการร้ายสากลแต่อย่างใด ดังนั้น การเดินทางมายังประเทศไทยโดยทั่วไปแล้วยังคงปลอดภัย
การเตือนพลเมืองล่าสุดของสหรัฐ คล้ายกับคำเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เว้นแต่ในครั้งนี้ไม่ได้ขอให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังถนนข้าวสาร แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสะพายเป้ที่เพิ่งจะเผชิญการประท้วงที่กลายเป็นความรุนแรง พร้อมเตือนว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงอาจใช้กระสุนจริง และแก๊สน้ำตา หากมีการปะทะกันอีก ก่อนที่ภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงจะยกเลิกการเคลื่อนพลไปยังถนนสีลม ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินของไทย
ทูตญี่ปุ่นประสานตร.ขอผลชันสูตรศพนักข่าวญี่ปุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น ได้ประสานมายัง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 เพื่อขอรายงานผลการชันสูตรศพของผู้สื่อข่าวชาวญุ่ปุ่น ที่ทางพฐ. ได้รายงานทางวาจาให้กับสำนักงานของ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์แต่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ได้ปฎิเสธไป โดยอ้างว่า รายงานผลอย่างเป็นทางการยังไม่เสร็จสิ้น
อดีตปธ.รัฐสภา-ปธ.สภา-ปธ.วุฒิทำจม.เปิดผนึก
เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มอดีตประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และกลุ่มส.ว.ปี 2543 และ 2549 ประกอบด้วย พล.อ.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ อดีตรองประธานวุฒิสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายโสภณ เพชรสว่าง นายสุธรรม แสงประทุม รวมกันแถลงทางออกประเทศไทย และได้ทำจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงในขณะนี้ ว่ามีความรุนแรง และขยายตัวเกินกว่าความขัดแย้งโดยทั่วไป ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นที่น่าสังเกตุว่าบุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเคยเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย
นายโภคิน กล่าวว่า ทางกลุ่มจึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายมีสติและตระหนักดังนี้ 1.รัฐบาลต้องไม่เป็นฝ่ายยั่วยุหรือข่มขู่ผู้ชุมนุมว่าจะใช้กำลังเข้าสลายขณะเดียวกันฝ่ายผู้ชุมนุมก็ต้องเป็นไปโดยสงบ และปราศจากอาวุธอย่างเคร่งครัดไม่พูดจายั่วยุ และต้องระหวังไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย 2.รัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องเปิดใจกว้างเพื่อหาทางออกร่วมกันให้สังคม เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันในเรื่องการยุบสภา เพียงแตกต่างกันในเรื่องเงื่อนเวลาเท่านั้น ดังนั้นนายกฯจะต้องมีความชัดเจนว่าจะมีการยุบสภาภายใน 9 เดือนหรือเร็วกว่านั้น หรือไม่โดยทันที 3.ขอให้นายกฯ เป็นผู้ริเริ่มแก้ปัญหาโดยพิจารณาความเหมาะสมของการดำเนินการบนพื้นฐานสันติวิธีและความเสียสละ และทั้งสองฝ่ายต้องไม่มุ่งเอาชนะด้วยการให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขของตนเท่านั้น
นายโภคิน กล่าวว่า 4.ขอให้ทุกฝ่ายยึดและเคารพในการตัดสินใจของประชาชนโดยร่วมมือรณรงค์ให้สังคมเห็นว่าหลังการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่แล้วความขัดแย้งแบบที่เป็นอยู่ขณะนี้จะต้องยุติลง และ 5.ขอให้คนไทยทุกคนอย่ามองบุคคลที่มีความเห็นแตกต่างเป็นศัตรูและหาทางทำลายล้างในทุกรูปแบบ ต้องมองผู้ชุมนุมทุกกลุ่มว่าเขามีความขับข้องใจไม่ว่าเขาจะเข้าใจถูกหรือผิด ต้องมองทุกคนเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน มีวัฒนธรรมของความรัก ความเอื้ออาทรเข้าใจกันได้อภัยกันได้ เหตุใดเราจึงไม่ใช้แนวทางยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้กับผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้
เมื่อถามว่าที่เรียกร้องให้นายกฯเสียสละและใช้สันติวิธีหมายถึงอย่างไร นายโภคิน กล่าว่า เป็นเรื่องที่นายกฯในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและผู้ถืออำนาจรัฐจะพิจารณาว่าจะต้องเสียสละอย่างไร รวมถึงกำหนดเวลาที่เหมาะจะต้องยุบสภา



