ข่าว

ผงะพบสูตรรักษาตาผีบอกใช้เนื้อสดแปะดวงตา

ผงะพบสูตรรักษาตาผีบอกใช้เนื้อสดแปะดวงตา

21 เม.ย. 2553

พบสูตรรักษาตา ”ผีบอก” ของคุณยายวัย 66 ปี ใช้เนื้อสดแปะที่ดวงตา พร้อมท่องคาคาเขมรกำกับ อ้างรักษาได้สารพัด ทั้งต้อเนื้อ ต้อกระจก ม่านตาเบาหวาน ชาวบ้านแห่รักษาเพียบ วันพระและวันดับมีคนมาเป็นพัน เผยร่ำเรียนมาจากหมอเขมรตั้งแต่อายุ 13 ปี และใช้รักษาตาคนมาทุกระด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านทั้ง จ.พิษณุโลกและต่างจังหวัดจำนวนมากแห่มารักษาโรคตากับ ”หมอติ๊ก” หรือนางทิน จันทร์โต อายุ 66 ปี ที่ใช้สูตรผีบอก นำเนื้อสดๆ คือ เนื้อวัวและเนื้อควาย ฝานเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วแปะไปที่ดวงตาของผู้ที่มารักษา ใช้เวลารายละประมาณ 2 นาที ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพิสูจน์ที่บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ 2 ต.ท่าทอง ของหมอติ๊ก โดยพบว่ามีผู้ป่วยเดินทางมาให้หมอติ๊กรักษาไม่ขาดสาย บางรายมาแล้ว 2-3 รอบ

 นางทิน หรือหมอติ๊ก เปิดเผยว่า ปกติแล้วในวันธรรมดาจะมีคนมารักษาเรื่อย ๆ วันละ 20-30 ราย แต่ถ้าเป็นวันพระ หรือวันดับ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ หรือ 14 ค่ำ จะมีคนมารักษากับตนร่วม 1,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งตนคิดค่ารักษาเป็นค่าครู ตามแต่ศรัทธา รายละ 20-30 บาท หรือ 100 บาทบ้าง

 ทั้งนี้ ได้เรียนสูตรรักษาตานี้มาจากพ่อหมวก คนต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่มาอาศัยอยู่กับแม่ตนที่ ต.งิ้วงาม อ.เมือง โดยเรียนมาตั้งแต่อายุ 13 ปี พ่อหมวก มีคาถาผีบอก เป็นภาษาเขมร ใช้เวลาเรียนมานาน กว่าจะเก่งกล้าก็อายุ 30 ปี และได้เริ่มใช้วิชานี้รักษามาเรื่อย ใช้รักษาต้อเนื้อ ต้อกระจก ม่านตาเบาหวาน ส่วนต้อหินรักษาไม่ได้ เพราะเป็นหินแล้ว ต้อกระจกที่ปูนแล้วเราทำให้ยุบได้

 สำหรับการรักษาตาสูตรผีบอกนั้น ใช้เนื้อสด ๆ ที่ฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ความยาวชิ้นละประมาณ 3- 5 เซนติเมตร เป็นเนื้อวัว หรือเนื้อควายก็ได้ ตนจะออกไปซื้อเนื้อสันที่ตลาดมาใช้วันละ 1 กิโลกรัม ซึ่งจะเรียกเนื้อที่ใช้ว่า ”ยา” เมื่อซื้อมาแล้ว นำมาเข้าห้องฟิตตู้เย็น ห่อผ้าขาวให้สะอาด มีการอาราธนาก่อนนำมาใช้ แล้วนำมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใช้เสร็จแล้วก็ทิ้งไป ไม่ได้นำมาใช้ซ้ำ โดยค่อยๆหยิบเนื้อมาใส่กระติกน้ำแข็งไว้ เมื่อมีคนมารักษาก็จะหยิบทีละชิ้น นำเนื้อมาแปะในดวงตา จุดที่ตนเชื่อว่าเป็นโรคต้อ แล้วท่องถาขาเขมรกำกับ ใช้เวลารักษารายละประมาณ 2 นาที

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแพทย์ หรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขมาตรวจสอบบ้างหรือไม่ หมอติ๊ก กล่าวว่า เคยมีแพทย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งพยาบาลมานั่งดูตนรักษา ก็ไม่ว่าอะไร บอกว่าให้ทำให้สุก ให้สะอาด ใช้วันต่อวัน

 “วันปกติแล้วจะใช้เนื้อวันละ 1 กิโลกรัม แต่วันพระใช้วันละ 3 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นวันดับจะใช้เนื้อวันละ 5 กิโลกรัม ใน 1 กิโลกรัมก็หั่นเนื้อได้ประมาณ 300 ชิ้น มีคนมารักษาจากทั่วทิศ ลักษณะปากต่อปาก“นางทิน กล่าว

 ส่วนรายได้จากการรักษานั้น นางทิน ไม่ยอมเปิดเผยแต่บอกเพียงว่า แล้วแต่จิตศรัธราของแต่ละคนที่จะจ่ายเป็นค่าครู บางคนก็ไม่มีเงินก็ไม่ต้องจ่าย บางคนก็จ่ายแค่ 20 บาท ที่ได้มากที่สุดคือวันดับที่คนมาเป็นพันคน มีค่ารักษาร่วม 10,000 บาท

 นอกจากนี้ หมอติ๊ก กล่าวว่า ได้ถ่ายทอดสูตรรักษาให้"หมอน้อย "หลานสาววัย 13 ปี  คือ ด.ญ.สุพรรษา เมธางค์สุเมธ หรือน้องสตางค์ นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก ใช้รักษาต้อกระจกแล้ว เป็นวิธีการรักษาที่แตกต่างจากการใช้เนื้อสดรักษาต้อลม

 โดยสูตรรักษาต้อกระจกของหมอน้อยนั้น ใช้อุปกรณ์ประกอบด้วย กะลาตาเดียว ข้าวสารและครกไม้โบราณ โดยตั้งครกไม้อยู่กลางแดด นอกชายคา ให้ผู้รักษาหยิบข้าวสารโรยบนครกตำข้าวและให้หยิบข้าวสารขึ้นมา 3 เม็ด จากนั้นให้ผู้รักษานั่งบนครก หันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ ใช้กะลาตาเดียวปิดที่หน้าและใช้ตาส่องดวงอาทิตย์ทีละข้าง ระหว่างนั้น หมอน้อย จะหยิบเมล็ดข้าวสารขึ้นมาทาบบนกะลา แล้วใช้มีดตัดเมล็ดข้าวสารออกเป็นสองท่อน พร้อมท่องคาถาตลอดเวลา ทำจนครบ 3 เม็ด ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีเป็นอันเสร็จพิธี

 หมอน้อย หรือน้องสตางค์ เปิดเผยว่า ย่าได้ถ่ายทอดสูตรรักษาตาให้กับตน ทั้งสูตรใช้เนื้อรักษาและใช้กะลาตาเดียว โดยตนท่องคาถาเขมร แต่ยังไม่ชำนาญ ช่วงนี้จึงทำเฉพาะการรักษาต้อกระจก โดยใช้กะละลาตาเดียว ในแต่ละวันมีผู้มารักษาวันละ 20-30 ราย

 นายปรีชา นุชจรัต ที่ได้ทดสอบการรักษาทั้งสองวิธี กล่าวว่า การรักษาโดยใช้เนื้อ มีความรู้สึกเย็น ๆ ที่ตา ไม่แสบตา เหมือนโดนของนุ่ม ๆ มาลูกที่ตา

 ส่วนผู้ที่มารักษาต้อเนื้อรายหนึ่ง กล่าวว่า ทำแล้วรู้สึกตาดีขึ้น ไม่ระเคืองตา วันนี้จึงเดินทางมารักษาเป็นครั้งที่สอง