
กกต.มีมติส่งยุบพรรคปชป.ตรงสู่ศาลรธน.ชี้ขาด
กกต. มีมติ ส่งยุบ ปชป.ตรงสู่ศาล รธน. กรณีเงินกองทุนพรรคการเมือง ก่อน 26 เม.ย.นี้ พร้อมเตรียมดำเนินคดีอาญา
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 เม.ย.นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือก แถลงข่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า การประชุมกกต.วันนี้มีเพียง 4 คน ขาดนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ที่ไม่เข้าประชุมเนื่องจากได้ลาป่วย ทั้งนี้ในการประชุมได้มีการหยิบยกประเด็นเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการเพิ่มเติมจากการลงมติไปเมื่อวันที่ 12 เ.ม.ย.ที่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเสียงเอกฉันท์
และที่ประชุมกกต.เสียงข้างมาก ได้มีมติให้แจ้งต่ออัยการสูงสุด พร้อมกับหลักฐาน เพื่อให้อัยการสูงสุดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคต่อไปพร้อมกัน โดยที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาในประเด็นข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วพบว่า เป็นประเด็นความผิดตามมาตรา 93 วรรคสองของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบกับมาตรา 62 , 65 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ. 41 และมาตรา 82 และ 93 ของกฎหมายพ.ร.บ.พรรคการเมืองพ.ศ.53 ซึ่งในที่ประชุมกกต.ได้มีมติเอกฉันท์ให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ยื่นกรณีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้นายทะเบียนจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ดังนั้นจะครบกำหนดในวันที่ 26 เม.ย.นี้
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำหรับประเด็น 29 ล้านบาทนี้เราก็ยังคงต้องทำส่งให้กับอัยการสูงสุดไปพร้อมกับประเด็นเงินบริจาค 258 ล้านบาท ตามมาตรา 95 ตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง ส่วนร่างสำนวนจะส่งถึงอัยการเมื่อไหร่นั้นก็ยังตอบไม่ได้ เพราะไม่มีเงื่อนของกรอบเวลามากำหนด แต่ทางสำนักงานกกต.จะเร่งดำเนินการส่งให้กับอัยการสูงสุดโดยเร็วที่สุด
นายสุทธิพล ยังได้กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือทวงถามการดำเนินการกรณี 29 ล้านบาท และให้ดำเนินคดีอาญา
กับผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิด ว่า ตนได้ทำสำเนาแจกจ่ายให้กับที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมก็ได้มีความเห็นให้ตั้ง คณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาในการดำเนินคดีอาญากับผู้ที่กระทำผิดโดยเร็วด้วยเช่นกัน เพราะมีความผิดเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ แต่ทั้งนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะต้องดำเนินคดีอาญากับใครบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องดำเนินการอยู่แล้ว



