
ตลาดสินค้าอาหารยังมีช่องเติบโต เศรษฐกิจทรุดไม่กระทบมาก-ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมาแรง
สถาบันอาหารมองตลาดสินค้าอาหารไม่กระทบมาก เหตุเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น นักวิเคราะห์ชี้ 4 กลุ่มผู้บริโภคมีโอกาสขยายตัวสูง คาดผลิตภัณฑ์กลุ่มเพื่อสุขภาพมาแรง
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า แม้ว่าในปีนี้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ แต่ในส่วนของผลิตภัณฑ์อาหารคาดว่าจะไม่กระทบมากเหมือนธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากอาหารถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบกับปัจจัยด้านจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และความรวดเร็วในการกระจายสินค้า ทำให้นักวิเคราะห์ต่างมองว่าตลาดอาหารโลกยังคงขยายตัวได้ในปีนี้
ทั้งนี้ จากมุมมองของนักวิเคราะห์และผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ได้สรุปแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอนาคตสำหรับปี 2552 ประกอบด้วยกลุ่มผู้บริโภค 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1.ทารกและเด็กเล็ก กลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสสูง โดยเฉพาะการทำตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับทิศทางผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กในปี 2552 จะมีรูปแบบที่สะดวกมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาสูตรโดยการเพิ่มสารที่มีคุณประโยชน์ เข้าไปในสูตรพื้นฐาน
2.กลุ่มผู้ชายรักสุขภาพ มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคเพศชายจะกลับมาให้ความสำคัญต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น 3.กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ตลาดไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นโครงสร้างหลักของประชากรในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว และยังถือได้ว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง และ 4. กลุ่มผู้รักสิ่งแวดล้อม และใส่ใจสังคม ผู้บริโภคกลุ่มนี้กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ทำให้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ชั้นนำของโลกต้องเริ่มตอบสนองความต้องการนี้ด้วยการเพิ่มขอบเขตการคัดเลือกสินค้าเข้าสู่ชั้นวางสินค้า
นอกจากการพิจารณากระแสความต้องการสินค้าแยกตามกลุ่มผู้บริโภคแล้ว แนวโน้มที่น่าสนใจในปี 2552 สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารในตลาดโลกโดยรวม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ชนิดใน 1 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดผลดีหลายๆ ด้านต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์, ส่วนผสมที่มีผลงานวิชาการออกมารองรับ จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
"แม้ว่าแนวโน้มเหล่านี้เป็นภาพรวมในตลาดอาหารโลก ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกันออกไปตามสภาพเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม แต่ก็เป็นประเด็นที่ผู้ผลิตไทยไม่ควรมองข้าม เพราะหลายกระแสที่เกิดในสังคมตะวันตกกำลังนำมาปรับใช้กับตลาดอาหารในบ้านเรา และในปีนี้น่าจะมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเพื่อสุขภาพออกมาสู่ตลาดอีกหลายชนิด ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ จรรยาบรรณของผู้ผลิต ที่ไม่ควรให้ข้อมูลที่เกินจริงในด้านผลต่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด" ผู้อำนวยการสถาบันอาหารกล่าว



