ข่าว

คลังหาช่องใช้ภาษีหนุนคาร์บอนเครดิต

คลังหาช่องใช้ภาษีหนุนคาร์บอนเครดิต

17 มี.ค. 2552

หนุนไทยพัฒนาการค้าคาร์บอนเครดิต ชี้ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเรื่องนโยบายภาครัฐและการปล่อยสินเชื่อของแบงก์ คลังพร้อมหาช่องหนุนด้านภาษี

เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ ”การเตรียมความพร้อมระบบการเงินของไทย เพื่อรองรับการค้าคาร์บอนเครดิต” โดยในเวทีสัมมนาระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจคาร์บอนเครดิตในไทยเติบโตในวงจำกัด เมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดหลายด้านทั้งการขาดนโยบายและมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนระหว่างประเทศ  รวมถึงภาคธนาคารในการปล่อยสินเชื่อสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิต (ซีดีเอ็ม) ซึ่งจากปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอยที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ ทำให้ปัญหาโลกร้อนได้รับความสำคัญน้อยลง
 อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่า มีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เช่น สหรัฐให้ความสำคัญเกี่ยวกับโลกร้อนมากขึ้น ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ออกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกจนกระทบต่อการส่งสินค้าออกไปอียู
 นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า บทบาทของกระทรวงการคลังในการสนับสนุนตลาดคาร์บอนเครดิต มีทั้งมาตรการภาษีที่ช่วยส่งเสริมโครงการผลิตที่สะอาดด้วยการอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล อีกทั้งเมื่อมีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ไม่มีการผลิตในประเทศจะลดอัตราภาษีให้เหลือ 0% โดยมาตรการภาษีจะช่วยลดภาระให้ภาคเอกชนจากการค้าคาร์บอนเครดิต
 ปัจจุบันมาตรการภาษียังไม่มีกรอบชัดเจนในการสนับสนุนการค้าคาร์บอนเครดิต แต่เป็นมาตรการสนับสนุนทางอ้อมเกี่ยวกับการใช้มาตรการภาษีสนับสนุนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ในส่วนการซื้อขายคาร์บอนเครดิต กำลังมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาในเร็วๆ นี้ เพื่อหาแนวทางลดภาระการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และแม้จะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ก็ต้องดำเนินการ