
ฎีกายืนคุก"สุภรณ์-ธีรชัย"คดีหมิ่น"อภิสิทธิ์"
ศาลฎีกา พิพากษายืนจำคุก 4 กระทง 12 เดือน สุภรณ์ แรมโบ้อีสาน ส่วน ธีรชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.ทรท. โดน 2 กระทง 6 เดือน ตั้งโต๊ะแถลงข่าว หมิ่น มาร์ค ปี 45 อ้างมีเงินเพิ่ม 29 เป็น 50 ล้านสมัยเป็น รมต. สำนักนายก รัฐบาลชวน ขณะที่โทษจำคุกให้รอลงอาญาคนละ 2 ปี
(21เม.ย.) ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย และแกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ฉายา “ แรมโบ้อีสาน” และนายธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อเดือน พ.ค.45 ทั้งสองขณะที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาต่อสื่อมวลชนก่อนการอภิปราย กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ว่าในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายอภิสิทธิ์ หลังจากพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายชวน หลีกภัย แล้วเป็นเวลา 1 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจาก 29 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท น่าจะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ ได้ ชี้แจงแล้วว่าเงินที่เพิ่มประมาณ 20 ล้านบาทเป็นส่วนแบ่งมรดก
โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง ให้จำคุกนายสุภรณ์ จำเลยที่ 1 รวม 4 กระทง ๆ ละ 3 เดือน เป็นเวลา 12 เดือน และปรับ 4 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท ส่วนนายธีระชัย จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทง ๆ ละ 3 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกาขอให้ศาลไม่รอการลงโทษจำเลย ขณะที่จำเลย ยื่นฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา จึงสั่งออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษา แต่ปรากฏว่าวันนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามเวลานัด ศาลจึงอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยทันที
โดยศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น ให้จำคุกนายสุภรณ์ จำเลยที่ 1 รวม 4 กระทงๆ ละ 3 เดือน เป็นเวลา 12 เดือน และปรับ 4 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท ส่วนนายธีระชัย จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทงๆ ละ 3 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี นอกจากนี้ศาลฎีกา มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันลงโฆษณา คำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ และไทยโพสต์เป็นเวลา 3 วันด้วย



