
จะตอบลูกหลานว่าอย่างไร
อาจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย แห่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นคนที่ติดตามเศรษฐกิจไทยมาอย่างใกล้ชิด บอกเมื่อวานนี้ว่า เศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่ดีมีโอกาสเสี่ยงเพราะว่าภาวะวิกฤติการเมืองปัจจุบัน ถ้าเสี่ยงอย่างนั้นอาจารย์ธนวรรธน์บอกว่า อาจจะต้องเข้าห้องไอซียูรักษานาน
เท่าที่ทุกคนติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจารย์ธนวรรธน์พูดนั้นมีสูงอย่างยิ่ง เพราะว่าต่างฝ่ายต่างต้องการเอาชนะคะคานกัน และดูเหมือนว่าบ้านเมืองไร้ขือไร้แป ใครอยากจะทำอะไรก็ทำเพียงเพื่อต้องการจะเอาชนะเท่านั้น
แรงกดดันที่มาสู่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทั้งจากคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง คนเสื้อเขียวซึ่งหมายถึงทหารก็กดดันนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาลก็พยายามจะกดดันนายกฯ ฉวยจังหวะเหล่านี้ เพื่อที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพียงบางประเด็นที่ตัวเองจะได้ประโยชน์ในการเลือกตั้งคราวหน้าเท่านั้น
ความเสี่ยงของประเทศไทยที่จะเข้าไอซียูรักษานานถึง 3 ปี ที่ อาจารย์ธนวรรธน์ พูดนั้น อาจจะยาวนานกว่านั้น แน่นอนประเทศคงไม่ตาย แต่ประชาชนถ้าหากเข้าห้องไอซียูนานถึง 3 ปี ก็แปลว่าจะไม่สามารถมีเรี่ยวมีแรงลุกขึ้นมาสร้างชาติบ้านเมืองใหม่ได้อีกแล้ว
ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าขณะนี้จึงต้องสำนึกว่า เพียงแต่ว่าสิ่งที่พวกเขาทำกำลังจะทำลายอนาคตของตัวเองเท่านั้น แต่กำลังจะทำลายประเทศชาติรวมไปถึงอนาคตของลูกหลาน
ลูกหลานไทยปัจจุบันนั้นถ้าหากรู้ว่าคนรุ่นนี้ทำอะไรกับบ้านเมือง เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะไม่มีทางให้อภัยกับคนรุ่นนี้เป็นอันขาด
เหมือนกับที่เคยได้ยินตอนที่เราโตขึ้นมาใหม่ๆ เคยถามคุณพ่อคุณแม่ ว่าตอนที่บ้านเมืองย่ำแย่ที่สุด คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรอยู่ครับ
ทำไม "อภิสิทธิ์" จึง "เซ็ง"?
ดูรูปนี้ก็คงเข้าใจว่าทำไม นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หายหน้าหายตาไป "ปลีกวิเวก" หลายวันจนปรากฏตัวอีกครั้งทางโทรทัศน์เมื่อคืนนี้ให้ "แทนคุณ" สัมภาษณ์พิเศษเพื่อยืนยัน "ผมไม่มีสิทธิ์ท้อ"
แต่มีสิทธิ์ "เซ็ง" ใช่ไหม?
สุทธิชัย หยุ่น



