ข่าว

อิเหนา-พม่าถกปัญหาโรฮิงญา

อิเหนา-พม่าถกปัญหาโรฮิงญา

17 มี.ค. 2552

จาการ์ตา-นายกฯ พม่าเผยพร้อมรับตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญา แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นชาวพม่าจริง

 สำนักข่าวดีพีเอรายงานเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่านายพลเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีของพม่า ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนอินโดนีเซีย ได้พบปะกับประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน แห่งแดนอิเหนา เพื่อเจรจากันในหลายๆ ประเด็น รวมถึงเรื่องผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่กำลังสร้างปัญหาให้แก่หลายประเทศ รวมถึงไทย อยู่ในขณะนี้
 นายพลเต็ง เส่ง กล่าวว่า พม่ากำลังเตรียมการรับผู้อพยพทางเรือชาวโรฮิงญาโดยมีเงื่อนไขว่า พวกเขาเหล่านั้นจะต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองเป็นชาวพม่า เพราะมีชาวโรฮิงญาบางส่วนที่มาจากบังกลาเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าวย้ำว่าเรื่องผู้อพยพชาวโรฮิงญานี้ควรจะแก้ปัญหาโดยให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาทิ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และองค์การอพยพระหว่างประเทศ (ไอโอเอ็ม)
 ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าวว่า มีคนหลายคนที่มาจากพม่า แต่นับถึงขณะนี้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นชาวพม่าหรือมีหลักแหล่งอยู่ในพม่า พร้อมเสริมด้วยว่าเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์จะเดินทางไปพม่าในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการระบุตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญา
 ทั้งนี้ ชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ ถูกรัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธว่าไม่ใช่พลเมืองของประเทศ โดยอ้างว่าคนเหล่านี้อพยพมาจากบังกลาเทศ ขณะที่ทางบังกลาเทศก็ปฏิเสธสัญชาติของชาวโรฮิงญาเช่นกัน เลยส่งผลให้ชนกลุ่มนี้ต้องกลายเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และไม่มีงานทำจนต้องอพยพมาทางเรือเพื่อไปหางานทำที่ประเทศอื่น อย่างเช่นในไทย และมาเลเซีย ที่พยายามผลักดันผู้อพยพเหล่านี้ออกไปจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
 นอกจากเรื่องนี้แล้ว นายกฯ พม่ายังได้ชี้แจงเรื่องความคืบหน้าล่าสุดในการปฏิบัติตามแผนแม่บท 7 ขั้นเพื่อนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตย โดยนายพลเต็ง เส่ง อ้างว่าการปฏิรูปนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งกำหนดมีขึ้นในปีหน้า ขณะที่ผู้นำอินโดนีเซียย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่พม่าจะต้องพิสูจน์ให้อาเซียนและโลกได้เห็นว่าแผนแม่บทนี้สามารถดำเนินไปได้ พร้อมเสริมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือกระบวนการนี้จะต้องน่าเชื่อถือ โปร่งใส ยุติธรรม และเกิดขึ้นอย่างครอบคลุม
 นายยุดโดโยโนยังกล่าวย้ำด้วยว่า รัฐบาลพม่าจำเป็นต้องปล่อยนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังเอาไว้ แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อของนางอองซาน ซูจี แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งถูกกักบริเวณไว้ในบ้านพักมาเป็นเวลานานออกมาแต่อย่างใด