
การก่อเกิดของเด็กสายพันธุ์ใหม่
กว่าหนึ่งเดือนที่ประชาชนทุกภาคส่วนต่างรู้สึกเครียดด้วยความห่วงใยอนาคตของประเทศชาติว่าจะเป็นเช่นใดและสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดรัฐประหารหรือไม่ หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยกระดับการชุมนุมทางการเมืองกลายเป็น
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลได้แสดงความห่วงใยอีกระดับหนึ่งว่าความรุนแรงทางการเมืองจะมีผลกระทบต่อต้นทุนชีวิตเด็กไทย ไม่เพียงเพราะต้องกินนอนอยู่กลางถนนท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง จนอาจทำให้ป่วยไข้ได้ง่ายๆ แถมยังถูกนำไปเป็นโล่มนุษย์โดยไม่รู้ตัวแล้ว ยังห่วงใยว่าพฤติกรรมของเด็กอาจเปลี่ยนไปกลายเป็นเด็กสายพันธุ์ใหม่ ที่ก้าวร้าว รุนแรง ไม่ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา เห็นกฎหมู่เป็นเรื่องถูก และไม่เคารพกฎกติกาสังคม
นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลชี้ว่า ผลพวงจากข่าวสารในปัจจุบันรวมทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่เด็กและเยาวชนได้พบเห็นจากประสบการณ์ตรง ถือเป็นความรุนแรงที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจและพฤติกรรมของเด็กโดยตรง ยิ่งกว่าความรุนแรงที่ได้รับจากสื่อทั่วไป ซึ่งปกติแล้วมีการควบคุมไม่ให้นำเสนอภาพความรุนแรงเพื่อไม่ให้เด็กได้รับผลกระทบ
นพ.สุริยเดวแสดงความเป็นห่วงว่าพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลาเพียง 3-6 เดือนเท่านั้น ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตว่าเข้มแข็งเพียงใด ถ้าเป็นเด็กที่มีต้นทุนชีวิตต่ำ มีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเอง จะได้รับผลกระทบมากกว่า โดยจะซึมซับพฤติกรรมและการใช้วาจาที่ก้าวร้าว เร้าอารมณ์ท้าทายหรือการไม่เคารพกฎหมาย ใช้ความรุนแรงต่อกัน ขาดความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ มองโลกในแง่ร้าย คิดจับผิดเพียงอย่างเดียว ไม่รู้จักให้อภัย ฯลฯ
ความห่วงใยว่าความรุนแรงทางการเมืองจะมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กนั้นเป็นเรื่องที่สังคมเข้าใจได้ง่าย เหมือนกับที่เคยห่วงใยว่าศีลธรรมของเด็กไทยรุ่นใหม่จะตกต่ำลงจากการเห็นพฤติกรรมซ้ำซากของนักการเมืองน้ำเน่าที่พยายามสร้างวาทกรรมผิดๆ อาทิ โกงไม่ว่าขอให้มีผลงานก็แล้วกัน ทำให้เด็กรุ่นใหม่แยกแยะไม่ออกระหว่างความดีกับความชั่วว่าต่างกันเช่นไร
เราเชื่อว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น คงจะฉุกคิดได้ว่าพร้อมจะทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กและสังคม อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันไม่ให้สังคมเกิดเด็กสายพันธุ์ใหม่ ที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์และการใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา เหมือนเช่นที่ต้องทนเห็นในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา



