ข่าว

รสนาเสนอนิรโทษกรรมแดงแลกยุติการชุมนุม

รสนาเสนอนิรโทษกรรมแดงแลกยุติการชุมนุม

20 เม.ย. 2553

“รสนา” เสนอนิรโทษกรรมแดงชุมนุมครั้งนี้ แลกยุติการชุมนุม-เจรจาตั้งเป้าปฏิรูปการเมือง “ส.ว.วิชาญ “เสนอลดเงื่อนไข เปิดโต๊ะเจรจา แนะสื่อเสนอข่าว 2 ด้าน นปช.ผวาข้อหา“ล้มสถาบัน”โยนกลับรัฐปลุกโมเดล 6 ตุลา “ล้อมปราบแดง”

(20เม.ย.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า การแก้ไขความขัดแย้งขณะนี้ไม่สามารถใช้ความรุนแรง ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง สงครามประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีต้องการปลุกปั่นให้เกิดขึ้น รัฐบาลและนปช.ต้องเปิดใจให้มาเจรจา ตนเข้าใจแกนนำที่ไม่สามารถหาทางลงได้ เพราะเกรงว่า จะโดนดำเนินคดีมากมาย

ฉะนั้นเป็นได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะนิรโทษกรรมการชุมนุมครั้งนี้ และนปช.ยุติการชุมนุม และมาเจรจากันโดยมุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปประเทศซึ่งมีปัญหาความเหลื่อมล้ำจริงตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง และตอนนี้อยากให้ลองมาประเมินว่า หากเกิดสงครามกลางเมือง หรือการยุบสภาโดยไม่ได้เตรียมตัว หรือการรัฐประหาร จะสูญเสียเท่าไหร่ แทนที่จะประเมินว่า ตอนนี้เสียหายทางเศรษฐกิจเท่าไหร่ เพื่อปรามไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับการชุมนุม และทั้งสองฝ่ายต้องลดการสร้างความเกลียดชังให้แก่กัน อย่ามุ่งแต่เอาชนะคะคานกันจนประเทศล่มสลาย สังคมทั้งสังคมต้องช่วยมาลดอุณหภูมิความรุนแรงของทั้งสองฝ่าย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง มีสมาชิกอภิปรายกว่า 35 คนที่ประชุมได้ปิดอภิปรายในญัตติดังกล่าวและให้นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา อภิปรายปิดท้าย โดยนายวิชาญ กล่าวว่า วุฒิเห็นตรงกันว่า ต้องไม่ใช่ความรุนแรง อย่าให้เกิดการยั่วยุ และขอให้เปิดโต๊ะเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อบรรลุข้อตกลงเพื่อเป็นประโยชน์บ้านเมือง โดยให้ผู้ชุมนุมถอนตัวกลับบ้านพร้อมให้มีการนิรโทษกรรม และรัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

 อย่างไรก็ตามวันนี้เบื้องต้นขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายลดเงื่อนไข ฝ่ายรัฐบาลเองก็อย่าออกมายั่วยุข่มขู่ผู้ชุมนุม ควรยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพ.ร.บ.มั่นคงฯ ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องเลิกยั่วยุ เลิกพูดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถ้าทำเหล่านี้ได้ก็จะเกิดการเจรจาได้ ส่วนภาคประชาสังคมอย่ากระโดดมาเป็นผู้ขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นจะเพิ่มปัญหามากขึ้น ขณะที่สื่อควรเสนอทางออก อย่าเสนอข่าวเพียงด้านเดียว จากนั้นนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ได้แจ้งว่า วันศุกร์ที่ 23 เม.ย.จะมีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 161 เวลา 10.00 น. และสั่งปิดประชุมเวลา 18.30 น.

นปช.ผวาข้อหา“ล้มสถาบัน”โยนกลับรัฐปลุก

 ที่ราชประสงค์ เวลา 17.30 น. - นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช. แถลงขอยืนยันว่านปช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสติ๊กเกอร์สีแดงระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเป็นประธานาธิบดีในรัฐไทยใหม่ การทำเช่นนี้ไม่มีประโยชน์กับการต่อสู้ของนปช. เป็นการทำลายตัวเองมากกว่า รวมทั้งขอตั้งข้อสังเกตว่าสติ๊กเกอร์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ถ.สีลม ซึ่งมีทหารตรึงกำลังพร้อมอาวุธครบมือ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนเสื้อแดงจะไปติดได้ ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่จะทำได้

 "ขอประนามว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอำมหิตกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงจะล้มสถาบัน ใช้โมเดล 6 ต.ค.2519 จัดการกับประชาชน ยืนยันว่าคนเสื้อแดงต้องการประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเท่านั้น" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า  ในวันพรุ่งนี้จะมีการเคลื่อนขบวนเป็นคาราวานเพื่อแจกซีดีเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.เรื่อง "ใครฆ่าประชาชน" แจกจ่ายให้กับประชาชนทั้งในกทม.และต่างจังหวัด จำนวน 10 ล้านแผ่น

 นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวยืนยันว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่ต้องการระบอบประธานาธิบดีหรือประชาธิปไตยที่มีนายทหารนอกราชการบงการการเมืองอยู่ตลอดเวลา แต่เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คล้ายกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ค เบลเยี่ยม ขอให้สมุนอำมาตย์ หยุดการใส่ร้ายป้ายสีได้แล้ว

 นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า การเผยแพร่สติ๊กเกอร์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นประธานาธิบดีนั้นมาจากฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน