ข่าว

บรรหารเหน็บจิ๋วแค่สั่งแดงถอยทุกอย่างจบ

บรรหารเหน็บจิ๋วแค่สั่งแดงถอยทุกอย่างจบ

20 เม.ย. 2553

กสม.บุกชทพ.หารือบรรหารหาทางออกวิกฤติการเมือง ยันจุดยืนเดิมแก้รธน.2 มาตรา ยุบสภา 6 เดือน ครวญเซ็งไม่มีเสียงตอบรับจากปชป.ทั้งเรื่องต่อสาย “ทักษิณ-แก้รธน."รับมึนการเมืองวิเคราะห์ไม่ออกต้องดูวันต่อวัน บอก“จิ๋ว”ปัญหาการเมืองต้องแก้ที่การเมือง เหน็บแค่สั่งให้แด

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 เม.ย.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)นำโดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้แก่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช นายปริญญา ศิริสารการ นายไพบูลย์ วราหะไพทูรย์ นางวิสา เบ็ญจะมโน และน.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะหารือเพื่อพูดคุยหาทางออกให้กับบ้านเมืองในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองวิกฤต ซึ่งได้ใช้เวลาหารือกว่าหนึ่งชั่วโมง

 จากนั้นนางอมรา แถลงภายหลังการหารือว่า นายบรรหาร เป็นห่วงในสถานการณ์ของบ้านเมืองกลัวว่ากลุ่มต่างๆที่ออกมา กดดันจะสร้างสถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรงและความขัดแย้งจนถึงขั้นรัฐประหาร จึงได้เสนอให้รัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมถอยกันคนละก้าว โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะช่วยประคับประคองรัฐบาลต่อไป ซึ่งถือเป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่

 นอกจากนี้นายบรรหารยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยุบสภาทันทีเพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นคือมาตรา 190 และเขตเลือกตั้งส.ส.ก่อนหลังจากนั้น รัฐบาลก็ประกาศความชัดเจนว่าจะยุบสภาและเลือกตั้งที่แน่นอน โดยอยู่ในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะให้การสนับสนุน นอกจากนี้นายบรรหารยังห่วงว่าการชุมนุมจะรุนแรง เพราะกลุ่มเสื้อแดงได้ขยายวงกว้างขึ้น ดังนั้นจึงเสนอให้ขีดวงไม่ให้ขยายกว้างกว่านี้ เพราะจะกระทบต่อความผู้คนแวดล้อมและประชาชน ดังนั้นจึงอยากให้มีการพูดคุยกันโดยไม่มีการใช้อาวุธ

 จากนั้นนายบรรหาร กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาบ้านเมืองก้าวไปไกลพอสมควรเรื่องความขัดแย้ง และจะถึงจุดระเบิดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราเป็นคนไทยมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯคงต้องทำอะไรอย่างหนึ่ง ทั้งรัฐบาลและนปช.ถ้ายังยืนหยัดและไม่ถอยกันคนละก้าวก็จะหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ถ้าหากเป็นไปได้นปช.ถอยไปหน่อย และรัฐบาลก็ถอยบ้าง แล้วมาเจรจากัน เช่น รัฐบาลยอมยุบสภา 6 เดือนแต่ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ส่วนนปช.ก็ต้องถอยอย่าบอกว่าต้องยุบสภาทันทีไม่ได้ ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน เศรษฐกิจการลงทุนการค้าการขาย ความไม่แน่ใจในต่างประเทศที่มีต่อรัฐบาลก็จะหมดไป กว่าจะเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลได้ใช้เวลา 3-4 เดือนก็จะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ดังนั้นควรจะถอยกันคนละก้าว นอกจากนี้อยากให้กลุ่มนปช.ย้ายจากราชประสงค์มาอยู่ที่บริเวณผ่านฟ้าตามเดิม หรือถ้าอยู่ที่ราชประสงค์ก็อย่าไปที่อื่น สงสารเศรษฐกิจย่านนั้น ถ้าช่วยกันได้คนละไม้คนละมือก็จะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประชาชนทั้งประเทศ อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ตอนนี้ตนก็ไม่รู้จะอยู่เสื้ออะไรแล้ว เสื้อแดง เหลืองก็ไม่ได้ คงไม่ต้องใส่เสื้อดีกว่า

 นายบรรหารกล่าวถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯว่า ตนไม่เห็นด้วยกับพล.อ.ชวลิตเรื่องการเมืองให้แก้ด้วยการเมืองเองดีกว่า ควรบอกพวกตัวเองให้ถอยออกมาเถอะ พล.อ.ชวลิตพูดง่ายนิดเดียว ถอยออกมาเถอะ ปัญหาก็จบ

 เมื่อถามว่าทั้งรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดงต่างยืนยันที่จะไม่ถอย โดยเฉพาะรัฐบาลที่บอกว่าจะสลายการชุมนุม นายบรรหารกล่าวว่า ทหารไม่ได้บอกว่าจะสลายเพียงแต่จะขีดวงพื้นที่ไม่ให้ขยายไปมากกว่านี้ คราวที่แล้วทหารก็เจ็บเยอะคงจะบอกว่าถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ก็คงต้องใช้กระสุนจริง

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯเตรียมเคลื่อนไหว โดยออกมาขีดเส้น 7 วันให้รัฐบาลดำเนินการกับกลุ่มคนเสื้อแดง นายบรรหารกล่าวว่า เอาอีกแล้ว พันธมิตรฯออกมาอีกแล้ว มาให้เวลา 7 วันหากรัฐบาลไม่ทำอะไรจะเคลื่อนพล ถ้าจัดการเองแล้วจะจัดการแบบไหน แม้แต่ทหารเองยังไม่สามารถจัดการได้เลย แล้วพันธมิตรฯจะจัดการอย่างไร ตนไม่เข้าใจ ถ้าเหลืองแดงปะทะกันแล้วอะไรจะเกิดขึ้น หวังว่าพันธมิตรฯคงไม่ออกมา

 เมื่อถามว่าคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนจนทำให้เกิดการรัฐประหารหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ตอนนี้มี 3 ฝ่าย และยังมีหลากสีเกิดขึ้นมาอีก ส่วนเรื่องรัฐประหารตนไม่มีคำตอบให้มันต้องดูเหตุการณ์วันต่อวัน ตอนนี้ก็น่าเห็นใจรัฐบาล นายกฯก็พยายามแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา แก้จนกระทั่งท่านไม่สามารถตอนที่บ้านได้ พยายามให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ไม่อยากให้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายต้องให้เวลาท่านหน่อยว่าท่านจะแก้อย่างไร

 ถามว่ายังยืนยันจุดยืนเดิมที่ว่าให้พรรคประชาธิปัตย์ไปคุยกันเองให้เกิดความชัดเจนแล้วตนจะต่อสายคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้ นายบรรหารกล่าวว่า ตนพูดเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.ถึงวันนี้ก็ 10 วันเข้าไปแล้ว ถึงวันนี้เสียงสะท้อนกลับก็ยังไม่มีมา ตนบอกได้เลยว่าถ้าไม่มีเสียงสะท้อนกลับตนก็จะอยู่เฉย ๆ ถ้ามีการสะท้อนกลับอย่างใดอย่างหนึ่ง ตนก็ยังมีความคิดที่จะยกหูคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณในฐานะเพื่อนฝูงกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าท้อหรือไม่ เพราะเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว 2 ครั้งแต่ไม่มีเสียงสะท้อนกลับ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ท้อ เดินหน้าต่อไป เหมือนกับนายกฯยังไม่ท้อเลย นายบรรหารก็ไม่ท้อเหมือนกัน

 เมื่อถามต่อว่าจะคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่คุย  

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ายกหูคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือยัง นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ตนที่จะยกหูไปคุย

 เมื่อถามต่อว่าแนวโน้มพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบรรหารกล่าวว่า โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะแก้ไขเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและเรื่องก่อการร้ายให้จบก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้ แต่ตนไม่เอาแล้ว เซ็งแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า โฆษกศอฉ.ระบุว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดจะทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ตนวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไม่ออกแล้ว มึนไปหมด ไม่รู้จะวิเคราะห์ไปทางไหน เมื่อก่อนการเมืองยังวิเคราะห์ได้ เดี๋ยวนี้การเมืองไม่รู้จะวิเคราะห์กันอย่างไร เพราะการเมืองตอนนี้ต้องวิเคราะห์วันต่อวัน พรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้นตอบไม่ได้ สงสารประเทศไทย ตอนนี้เห็นทีวีออกข่าวต้องมาร้องเพลงความฝันอันสูงสุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามองการที่รัฐบาลส่งทหารไปประจำที่ตึกสูงอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า คงเป็นการป้องกัน เพราะมีเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัว มีบางกลุ่มขึ้นไปอาศัยทางตึก 2-3 จึงได้ไปตรวจตราก็ได้ คอยควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น หากมองในแง่ดีไปก่อน

 เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการนำสติกเกอร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานาธิบดี นำไปติดที่บริเวณสีลม นายบรรหาร กล่าวว่า มีจริงเหรอ ที่ไหน มีตัวอย่างไหมขอดูหน่อย ประธานาธิบดีทักษิณ ประมุขรัฐไทยใหม่ นายบรรหารย้อนถามว่าใครทำ