ข่าว

เพื่อบ้านเพื่อเมืองแล้วหรือ ?

เพื่อบ้านเพื่อเมืองแล้วหรือ ?

20 เม.ย. 2553

การออกมาของอดีต 2 นายกรัฐมนตรี อย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่สังกัดพรรคเพื่อไทยออกมาเสนอข้อเรียกร้องเมื่อวันที่ 19 เมษายน ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามการอยู่นิ่งๆ ไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ไม่ให้การสนับสนุนคนเสื้อแดง น่า

 คนหนึ่งทำราวกับเป็นแกนนำคนเสื้อแดงเสียเอง อุตส่าห์ยกข้อเรียกร้อง 5 ข้อ สรุปได้ใจความก็คือให้รัฐบาลยุบสภา พร้อมยัดเยียดข้อหาฆ่าประชาชนอีกกระทง

 ขณะที่อีกคนเป็นอดีตนายทหารระดับสูง ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นสูง แต่กลับพยายามขอเข้าเฝ้าฯ อ้างว่า ในวันสองวันนี้จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

 และยังมีข้อความอีกหลายประการที่คอลัมน์นี้ไม่อาจนำมาแสดงนำมาเสนอ เพราะเกรงว่าจะมีการเข้าใจไปในทิศทางที่ พล.อ.ชวลิต พยายามนำเสนอ หรืออาจเข้าไปถูกใจตามที่ พล.อ.ชวลิตพูดก็อาจเกิดเหตุได้เหมือนกัน

 เพราะสิ่งที่ พล.อ.ชวลิต กำลังทำ กำลังเรียกร้องอยู่นั้น สุ่มเสี่ยง และแหลมคมอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

 จริงอยู่ วิกฤติที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ก็คือสถานการณ์การชุมนุม เสื้อแดงบอก 2 วันจบ เสื้อหลายสีให้เวลา 7 วัน

 ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพได้ยกระดับการชุมนุมเสื้อแดงเป็นการชุมนุมที่มีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ โดยเน้นไปที่กลุ่มชายเสื้อดำผ้าพันคอแดงที่มุ่งสังหารนายทหาร และคนเสื้อแดงในค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน และเตรียมขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์

 สถานการณ์เช่นนี้มีผลต่อผู้ชุมนุมโดยตรง เพราะเป็นเหตุให้กองทัพติดอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย เสื้อแดงไม่อาจเข้าถนนสีลม และน่าเชื่อว่าไม่สามารถเคลื่อนไหวออกจากสี่แยกราชประสงค์ด้วยเช่นกัน

 ขณะเดียวกันก็รับรู้ด้วยว่า เมื่อท่าทีของกองทัพที่จัดกำลังพร้อมอาวุธไว้บนตึกสูงรายรอบผู้ชุมนุม รวมทั้งวางกำลังทหารติดอาวุธที่ถนนสีลมก็รับรู้ว่างานนี้ "ทหารเอาจริง"

 "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" ที่ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง ที่เคยประกาศว่า จะมาช่วยคนเสื้อแดงชนกับทหารนั้น น่าเชื่อว่า เมื่อแสงแดดสาดส่องเห็นหน้าค่าตากันชัดเจนก็คงจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

 หรือหากมาอีกคราวนี้ คงจะยิงได้ยิงเอาอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว !

 เสื้อแดงกำลังเข้าตาจน

 สมชายบอกว่า สถานการณ์มาถึงวันนี้ถ้าหากตนเป็นนายกฯ ก็คงจะตัดสินใจลาออก หรือยุบสภาไปแล้ว ขณะที่ในความเป็นจริง เมื่อครั้งพันธมิตรยึดสนามบิน สมชายก็สั่ง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.สลายการชุมนุม แต่ขอคำสั่งที่ชัดเจน สมชายกลับให้ตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณา แต่แนวโน้มของคณะกรรมการกลับปฏิเสธซ้ำยังไปบีบสมชาย จนขณะนั้น สมชายเดินทางไปเปรู ต้องบินกลับมาด้วยการให้เครื่องไปลงที่ จ.เชียงใหม่

 ไม่มีการยุบสภา หรือลาออก !

 เหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนมีคนเจ็บคนตาย ก็เช่นกัน สมชาย ยืนยันต่อ ป.ป.ช.ว่าไม่ได้สั่ง พล.อ.ชวลิตก็บอกว่า ไม่ได้สั่งแบบนั้น สุดท้าย พล.ต.ท.สุชาติ ในฐานะคุมตำรวจก็โดนไปตามระเบียบ

 แล้ววันนี้ ทั้งสองอดีตนายกฯ กลับมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา...จะไปขอเข้าเฝ้าฯ เหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

 ทั้งที่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้น ใครก็รู้ว่า พล.อ.ชวลิต มีส่วนมากน้อยเพียงใด

 ขณะเดียวกันใครก็รู้ว่า แนวคิด "สภาเปรซิเดียม" ที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร แฉกลางสภานั้นเป็นแนวคิดฝังใจของ พล.อ.ชวลิต

 นี่ยังไม่นับข้อเคลือบแคลงสงสัยเหตุปะทะกันระหว่างเสื้อแดงกับทหารเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่หลายคนข้องใจว่า นั่นเป็นฝีมือทหารพราน หรืออดีตทหารพราน ที่ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ก่อตั้งหน่วยและจนทุกวันนี้ เหล่านักรบดำก็ยังเทิดทูน พล.อ.ชวลิตอยู่ใช่หรือไม่

 ทั้งสองถึงจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งสองก็น่าจะรู้ดีว่า ก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่สังคมไทยให้ความเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ภูมิหลังที่ถูกบันทึกเอาไว้นั้น ควรแล้วหรือที่ดึงดันเดินหมากนี้

 ทั้งคู่ต่างก็ขึ้นเวทีเสื้อแดง ชื่นชมการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ครั้นเมื่อถึงวันหนึ่งที่รัฐบาลกับกองทัพผนึกแน่น และเตรียมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ก็อาจจะมองว่า หนทางนี้เป็นหาทางเดียวที่จะรอด

 แต่แนวทางที่ พล.อ.ชวลิต ที่จะไปขอเข้าเฝ้าฯ โดยที่ตนและสมชายก็ยังสามารถแก้ปัญหาเองได้ ด้วยการเรียกร้องให้คนเสื้อแดงปฏิบัติตามกฎหมาย คำนึงถึงความเสียหายของชาติบ้านเมือง แต่กลับเลือกเดินตามแนวทางเสื้อแดง

 หนักข้อก็คือว่า หากไม่มีข้อยุติก็อ้างว่าจะเกิดความเสียหาย สูญเสียเลือดเนื้อ

 เสื้อแดงเอาเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวประกัน

 แต่ บิ๊กจิ๋ว กลับกล้าพูดว่า ถ้าคำร้องขอถูกเพิกเฉย ก็จะเกิดความสูญเสีย ราวกับว่าชีวิตพี่น้องที่ชุมนุมไล่รัฐบาลเป็นตัวประกัน

 จะว่าไปหากนับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬแล้วจนถึงวันนี้ พล.อ.ชวลิตผ่านเหตุการณ์นองเลือดในบ้านเรา 3 ครั้งแล้ว (อีก 2 คือ 7 ตุลาคม 2551 และ 10 เมษายน 2553)

 ส่วน สมชาย แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ผ่านเหตุนองเลือดมาแล้ว 2 ครั้ง แม้ครั้งหลังจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก็อยู่ในฐานะผู้สนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 แทนที่วันนี้ทั้งสองคนจะได้คิด ปลงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หันหน้าเข้าวัด อยู่กับบ้านเลี้ยงหลานเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่กลับออกมาเคลื่อนไหวในแนวทางที่ไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองสงบเลยแม้แน่น้อย

 เอาเถอะ ! ถึงจะไม่สงสัยในเบื้องหลัง แต่ก็ยังอยากถามว่า ที่ทำอยู่นั่นเรียกว่าเพื่อบ้านเพื่อเมืองแล้วหรือ ?

สมถวิล เทพสวัสดิ์ / ณยา ใจกาวัง