
ต้องใช้ทหารแก้เกมทหาร
20 เม.ย. 2553
หลังจากที่ตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ได้สั่งการใช้กำลังตามรูปแบบของภารกิจ
โดยมีแผนงานปฏิบัติภารกิจของ (ศอฉ.) ยกระดับสถานการณ์การชุมนุมให้เป็นการชุมนุมที่มี "กลุ่มก่อการร้าย"
เพราะต่างก็เห็นพ้องกันว่า จะปล่อยให้กลุ่มก่อการร้ายมาแฝงตัวในผู้ชุมนุมไม่ได้แล้ว
งานนี้ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมวางแผนบัญชาการของแต่ละกองทัพจะดูแลส่วนไหนบ้าง
ไล่เรียงตั้งแต่ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ทั้งหมดลงความเห็นว่า ใช้มาตรการสากล ในการสลายการชุมนุม บาดเจ็บให้น้อยที่สุด
โดยมีกฎกติกากำหนดแต่ละพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำการทำความเข้าใจกันใน 3 ประเด็น
1.การปฏิบัติงานจะใช้หลักมาตรการสากลจากเบาไปหาหนัก 7 ขั้น มาตรการแต่ละขั้นตามความเหมาะสมที่จะสามารถหยุดยั้งการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามทำผิดกฎหมายให้ได้
2.ต้องเป็นการดำเนินการสมควรแก่เหตุ
3.ต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะทำร้ายเอาชีวิตผู้ชุมนุม
ในการหารือร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพ ได้นำแผนการของกลุ่มเสื้อแดงมาประเมินและวิเคราะห์ทั้งหมด
ได้ข้อสรุปว่า กลุ่มเสื้อแดงใช้ "ยุทธวิธีรบแบบทหารม้า" โดยเฉพาะในเรื่องการวางกำลังพล ใช้สูตร "รุก, รับ, ร่อน และถอย" ในพื้นที่ราชประสงค์ จะใช้ "จรยุทธ์" แบบเคลื่อนเร็วโดยในหน่วยกำบังเป็นมนุษย์ อาทิ ผู้หญิง คนชราและเด็ก มาเป็นโล่ เป็นกำแพงให้แก่แกนนำเสื้อแดง
ส่วนการขอเข้ายึดตึกสูง หลังจากได้บทเรียนเมื่อวันที่ 10 เมษายนมาแล้ว ก็กำชับให้ทางโรงแรมแจ้งชื่อแขกที่เข้าพักทุกวัน ขอให้จด ตรวจสอบรายละเอียดมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการยิงจากห้องพักลงมายังพื้นที่ของกลุ่มทหารที่อารักขา
ซึ่งจากเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน นั้น ไม่เพียงแต่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต แม้แต่ผู้ชุมนุมก็บาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย
แผนของกลุ่มเสื้อแดงตอนนี้ถูกแบ่งออกมาหมดแล้ว มี 4 เหตุการณ์คือ
เริ่มแรก คือ ใช้วิธีการแบบการเมือง คือให้ ส.ส.เพื่อไทย เดินเกมกดดันนายกรัฐมนตรีในสภา
สอง เล่นงานทหารเหมือนเหตุการณ์ วันที่ 10 เมษายน
สาม ปิดพื้นที่ทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ราชประสงค์
สี่ การใช้จิตวิทยากับมวลชนในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
ทั้งนี้ มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจอย่างละเอียดแก่ผู้บังคับหน่วยทุกระดับชั้นจนถึงระดับผู้บังคับกองพัน
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองพลที่รับผิดชอบร่วมกับตำรวจ ได้รายงานที่ประชุมว่าได้นำกำลังเข้าไปพื้นที่เพื่อตั้งจุดตรวจ สกัดกั้นการทำผิดกฎหมาย และเตรียมพร้อมการป้องกันการก่อการร้ายที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ต้องใช้ "ทหารแก้เกมทหาร" เพราะเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน เป็นบทเรียนราคาแพง
จึงมีการระดมฝ่ายเสนาธิการ ที่ไม่ใช่ "ทหารแตงโม" มาช่วยกันอย่างเต็มที่
ส่วนยุทโธปกรณ์นั้น งานนี้นอกจากจะติดอาวุธประจำกายเต็มอัตราศึกแล้ว ยานพาหนะยังพร้อมทั้งทางบก ทางอากาศ เพื่อรับมือกับกลุ่มก่อการร้ายโดยเฉพาะ
ที่สำคัญรัฐบาลได้แจ้งให้นานาประเทศรับทราบถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ และความจำเป็นในการจัดการของรัฐบาลไทยไปเรียยร้อยแล้ว
ที่เหลือก็แค่ วัน ว. เวลา น. เท่านั้น !
ทีมข่าวความมั่นคง



