
รายงาน-จนตรอก
การโฟนอินอันถี่ยิบในช่วงนี้ของ"ทักษิณ ชินวัตร" บนเวทีพรรคเพื่อไทยและ นปช.นั้น
มันสะท้อนนัยบางประการที่สื่อให้รู้ว่าเจ้าของวรรคทองที่ว่าสุนัขตัวนี้เชื่องแล้วนั้น แท้จริงแล้ว เชื่องจริงหรือไม่
ถ้อยแถลงที่"ทักษิณ" ส่งสัญญาณข้ามน้ำข้ามทะเลมาเร้าอารมณ์มวลชนคนเสื้อแดงและคนรักทักษิณหลายครั้งหลายคราว
พอที่จะถอดรหัสได้ว่ามันคือสัญญาณ "รบแตกหัก" ที่ต้องเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่ผ่านมา"ทักษิณ" ยังคงใช้ความพยายามแบบเดิมๆ อ้างกับมวลชนคือ ตัวเองไม่ผิด โดนกลั่นแกล้งจากเรื่องการเมืองและระบบยุติธรรม จนก่อให้เกิดปัญหาบ้านเมืองเกิดขึ้นมากมายและไม่มีทางสมานฉันท์ลงได้
วิธีเดียวที่จะยุติความขัดแย้งของคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองนั่นคือขอให้พลังมวลชนช่วยนำอดีตนายกฯ คนที่ 23 กลับแผ่นดินเกิด แถม "ทักษิณ" ยังขันอาสาจะช่วยแก้วิกฤติเศรษฐกิจให้อีกด้วย
คำหวานเหล่านี้มันอาจจะเยียวยา"คนรักแม้ว" ให้คลายความกังวลและมีแรงพอที่จะสู้ต่อไป
แต่ดูเหมือนเกมนี้มันตื้นเกินไปเสียแล้ว!!!
เพราะโพลล์ที่สำนักวิจัยเอแบคออกสำรวจสะท้อนออกมาชัดแล้วว่ากว่าร้อยละ 50 ไม่เชื่อในน้ำคำของ "ทักษิณ"
หากสังคมยังจดจำท่วงทำนองและลีลาของคนไกลบ้านได้จะเห็นถึงความสับสนและขัดแย้งในตัวเองเสมอไปในยามที่โฟนอินหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ
"ทักษิณ" ยังคงเป็นคนเดิมที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมรับชะตากรรมในบาปที่ตัวเองก่อขึ้น
แถมยังโยนความผิดไปให้หลายฝ่ายว่าเป็นผู้จุดชนวนความแตกแยกในสังคมไทยวันนี้
คนการเมืองบางส่วนมองว่าหาก "ทักษิณ" นิ่งกว่านี้และรอเวลาที่จะเรียกหาเจ้าตัวให้มากู้สถานการณ์นั้น มันน่าจะดีกว่าสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่
หากวันนี้เปิดโอกาสให้"คนหน้าเหลี่ยม" กลับเข้าประเทศได้โดยที่มิต้องไปรับใช้โทษทัณฑ์หรือหากเจ้าตัวยินยอมเดินเข้าเรือนจำ แต่มีมวลชนมารุมเร้าขอให้ปล่อยตัว
คิดหรือไม่ว่าความวุ่นวายทางการเมืองมันจะเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่าตัว!!!
แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนเพราะการดิ้นรนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ต้องการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกมาโดยอ้างเพื่อสร้างสันติในบ้านเมือง
แท้จริงนั้นมันคือความพยายามปลอดล็อกมิให้"นายใหญ่" เดินเข้าซังเต และกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง ปัจจัยในข้างต้นมันสื่อว่าการเร่งเครื่องแบบเต็มแรงในยามนี้อาจทำให้ความต้องการของทักษิณต้องสลายไปกับสายลมก็เป็นได้
อย่าลืมว่าสังคมไทยไม่อยากเห็นความขัดแย้งในบ้านเมืองเกิดขึ้นซ้ำซากดั่งที่เป็นอยู่ในยามนี้แล้วเพราะมันไม่มีอะไรที่ดีขึ้นมาเลย
ขณะที่"ทักษิณ" อาจมองเพียงว่าคนรากหญ้าคือฐานเสียงที่สำคัญและอาจมีพลังพอเพียงที่จะช่วยเจ้าตัวได้ บวกกับกระแสสังคมบางส่วนก็เห็นใจว่า ทักษิณคือผู้รับกรรมที่บางฝ่ายรุมกระหน่ำจนมันเกินไปหน่อย
แต่โดยพื้นฐานแล้ว"ทักษิณ" คือผู้ที่กระทำกรรมนั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยมิยอมรับแถมยังท้าทายแบบกวนอารมณ์จนเจ้าตัวต้องรับวิบากกรรมนั้นทันทีทันตา
ฉะนั้นสถานการณ์วันนี้พอจะอ่านแนวคิดของ"ทักษิณ" ได้ว่าหวังผลอะไรจากการชิงพื้นที่ข่าวที่มันมิได้ทำให้บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้นมาเลย หนำซ้ำยังเป็นการถล่มความเชื่อมั่นของสังคมไทยให้เลวร้ายลงไปอีก
อย่าลืมว่ายามนี้รัฐบาลพรรคสะตอก็ใช่ว่าจะมีความมั่นคงทางการเมืองมากนัก เพราะแกนนำคนเสื้อเหลืองเริ่มออกมาฟัดและรุมถล่มขุนพลและแม่ทัพรัฐบาลกันแล้ว
อีกทั้งเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลในยามนี้แว่วมาว่าเริ่มมีปมขัดแย้งเกิดขึ้น
เมื่อนำปัจจัยในข้างต้นทั้งสองเรื่องมาประจบกันมันก็เพียงพอที่จะรับรู้ได้แล้วว่า สถานการณ์บ้านเมืองในอนาคตจะดีขึ้นหรือแย่ลง
ด้วยเหตุเหล่านี้เองที่ทำให้"คนหน้าเหลี่ยม" พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงประกาศชัดแล้วว่า ศึกซักฟอกหนนี้คือ การทุบหม้อข้าว-บุกชิงเมืองแบบไม่ชนะไม่เลิกรา
ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อวิเคราะห์ญัตติการถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกฯ และ 5 รัฐมนตรีประกอบด้วย มันก็คือชนวนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นศึกครั้งนี้อย่างเป็นทางการนั่นเอง
ลองไล่เรียงญัตติซักฟอกนี้ให้ดีๆมันพอเพียงที่จะแปลความได้ว่า ญัตติดังกล่าวไม่น่าจะมีน้ำหนักที่จะขย่มบังลังก์ ครม.ชุดนี้ลงไปได้เลย
แต่นัยที่คนเสื้อแดงและเพื่อไทยต้องการนั้นเรื่องนี้มันเป็นเพียงเกมเขี่ยบอลที่เตรียมส่งลูกให้ "นปช." รับไปใช้เกมการเมืองข้างถนนเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นตามสถานการณ์และคำสั่งของ "นายใหญ่" ที่จะประเมินความเคลื่อนไหวแบบวันต่อวัน
เพราะกำหนดการนี้คีย์เเมนบนอาคารใหญ่ริมถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพระราม 4 ฟันธงไว้แล้วว่า หลังการโหวตไว้หรือไม่ไว้วางใจเสนาบดีแล้วนั้น
คนเสื้อแเดงต้องล้อมทำเนียบให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยช่วงเวลาดังกล่าว"ทักษิณ" จะโฟนอินเข้ามาย้ำ และเร้าความรู้สึกมวลชนให้พร้อมปะทะและแตกหักกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยามนั้นไม่อาจพยากรณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมไทยหากบางส่วนยังดำเนินการสนองความต้องการของฮีโร่หน้าเหลี่ยม เพื่อเปิดทางให้ "นายใหญ่" เข้ามาคลี่คลายวิกฤติเเละกลับมาเป็นอัศวินควายดำรอบสอง
ถึงตอนนั้นคนไทยส่วนใหญ่จะยอมให้บ้านเมืองต้องแหลกลงไปเพียงเพราะความต้องการส่วนตัวของ "ทักษิณ" ที่กำลังดิ้นเหมือนหมาจนตรอกอย่างนั้นหรือ
โต๊ะข่าวการเมือง



