
ศุภชัยปรามบิ๊กจิ๋ว-สมชายควรรู้อะไรควรไม่ควร
ยันพรรคภูมิใจไทยหนุนรัฐบาลแก้ปัญหาบ้านเมือง ชี้ การเมือง ต้องแก้ด้วย การเมือง คู่ขนานรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ วอน พธม. อยู่ในกรอบ กฎหมาย อย่าขีดเส้นตายรัฐบาล 7 วัน
(19เม.ย.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีว่า บุคคลทั้งสองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เคยดำรงตำแหน่งถึงขนาดเป็นนายกรัฐมนตรี ควรรู้อะไรควรไม่ควร
“เวลานี้พรรคเพื่อไทยไม่ควรแม้กระทั่งคิด เพราะได้หลอมเป็นเนื้อเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง การที่กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังกระทำการใดๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดต่อกฎหมายอย่างมากมาย ในการชุมนุมที่ผิดกฎหมายนั่นคือ พรรคเพื่อไทยมีส่วนในการกระทำความผิดนั้นด้วย ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมองว่าปัญหาในวันนี้ การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ในฐานะรัฐบาลได้พบว่ามีการกระทำความผิดกฎหมาย โดยกลุ่มคนบางกลุ่มทำให้กฎหมายไม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ หน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายเพื่อทำให้ประเทศเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง ก็ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำ และพรรคภูมิใจไทยก็เห็นด้วยว่าการเมืองควรคู่ขนานไปกับแก้ปัญหาของบ้านเมือง ทั้งนี้ การรักษาบ้านเมืองไว้โดยไม่ให้ได้รับความเสียหายหรือการสูญเสีย เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดเมื่อถึงจุดที่รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายและทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายนั้น พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องให้การสนับสนุนรัฐบาลในการกระทำเรื่องเหล่านี้” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองสัมผัสได้เหมือนกับนักธุรกิจหรือไม่ ที่มองกรณีกลุ่มพันธมิตรฯออกมาเหมือนพยายามสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิวัติ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจอยู่อย่างว่ากลุ่มพันธมิตรฯอาจเป็นกลุ่มหนึ่งที่ออกมาเรียกร้อง ซึ่งก็เป็นการแสดงออกในทางความคิดเห็น แต่เชื่อว่าที่สุดแล้วพันธมิตรฯก็ควรอยู่ในกรอบของเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าเวลานี้สังคมที่มีความรู้สึกและเห็นว่า สถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ และกรณีที่มีกลุ่มคนหลากสีออกมาร่วมกันแสดงความรู้สึก ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความหลกาหลายมากขึ้น แต่ตนก็ไม่เห็นด้วยที่กลุ่มพันธมิตรฯออกมาขีดเส้นตาย ให้รัฐบาลดำเนินการภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะออกมาเองนั้น ในที่สุดไม่ใช่วิถีทางที่ควรจะเป็น จะกลายเป็นว่ากลุ่มพันธมิตร หรือคนเสื้อแดงมีความเสมอกัน ไม่มีการเคารพกฎหมาย
“พันธมิตรฯก็เป็นเรื่องท่าทีของพันธมิตรฯ เป็นท่าทีที่ต้องการสื่อมายังรัฐบาลและสังคมโดยรวม ว่าพันธมิตรฯเป็นกลุ่มคนที่มีพลังอยู่ แต่การจะเอ็กเซอร์ไซหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อยากเรียกร้องว่าพันธมิตรฯอย่าทำอย่างนั้นเลย ปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รัฐบาลก็รับภาระหนักเกินไปแล้ว การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลยังยึดถือหลักการ สื่งที่หลีกเลี่ยงมากที่สุดคือการไม่ให้เกิดการสูญเสีย แต่การจะตัดสินใจเพื่อเอาใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคงไม่ใช่เป็นวิธีการที่รัฐบาลพึงจะกระทำ รัฐบาลจะดำเนินการบนพื้นฐานข้อมูลประโยชน์ส่วนรวมสาธารณะมากกว่าการจะเอาใจใคร ขอวิงวอนและฝากพันธมิตรฯให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งเข้าใจว่ากลุ่มพันธมิตรฯ รักชาติ บ้านเมือง คงรู้ดีการกดดันและกระทำอย่างที่พูดไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อบ้านเมืองเลย” นายศุภชัย กล่าว



