ข่าว

หมายจับกับบรรจง - แก๊งโจรไฮโซ...ทุบกระจกรถ !

หมายจับกับบรรจง - แก๊งโจรไฮโซ...ทุบกระจกรถ !

17 มี.ค. 2552

มีรถยนต์สักคันหนึ่ง นอกจากจะต้องคอยระมัดระวังไม่ให้รถถูกขโมยไปแล้ว ยังต้องคอยระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าภายในรถจะถูกฉกฉวยเอาไปอีก เพราะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สามารถเปลี่ยนคนดีๆ ให้กลายเป็นโจรได้ในชั่วพริบตา

 ดังนั้นอะไรที่คิดว่าไม่เคยต้องระมัดระวังก็ควรเปลี่ยนความคิดซะนะครับ ไม่เช่นนั้นเราจะตกเป็นเหยื่อของความพลั้งเผลอแล้วต้องมาทุกข์ใจภายหลัง

 แก๊งโจรกรรมอีกแก๊งหนึ่งที่สร้างความทุกข์ใจให้บรรดาผู้เสียหาย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคอีสานก็คือแก๊ง “โจรไฮโซ” ที่บอกว่าไฮโซก็เพราะว่าวิธีการลงมือของโจรเหล่านี้ใช้วิธีแบบมาเหนือเมฆ

 โดยก่อนหน้านี้พวกโจรเหล่านี้ตระเวนหาเหยื่อภายในกรุงเทพฯ โดยมีผู้ร่วมแก๊งคือนายเอก โชติวรรธน์ นายกฤชนันท์ อัครวงศ์วิฑูรย์ หรือต้น และนายกฤษณ์ ลิ้มจุฬารัตน์ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ อีกหลายคน ซึ่งพวกนี้ทำงานกันเป็นทีม โดยใช้รถเก๋งเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ มีทั้งคนทำหน้าที่เลือกเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ยุโรป หรือรถญี่ปุ่นที่มีราคาแพง ที่เจ้าของรถวางทรัพย์สินมีค่าไว้ตรงเบาะรถ หากเจอของมีค่าก็จะใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาทุบกระจกให้แตก แล้วกวาดเอาทรัพย์สินในรถไป แต่หากมีเสียงสัญญาณกันขโมยดังขึ้นก็จะหลบหนี

 ในตอนนั้นตำรวจเมืองกรุงโดยกองกำกับการสืบสวนสอบสวน นครบาล 5 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บางส่วน ซึ่งก็ทำให้ข่าวคราวของแก๊งพวกนี้เงียบหายไปพักหนึ่ง แต่แล้วหลังจากนั้นปรากฏว่ากลับไปมีข่าวแก๊งทุบกระจกปรากฏตัวสร้างความเสียหายให้บรรดาเจ้าของรถทางภาคอีสาน สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ตำรวจภูธรภาค 4 มาก 

 ในจุดที่เกิดเหตุส่วนหนึ่งมีกล้องวงจรปิดที่สามารถจับใบหน้าคนร้ายได้ ซึ่งภายหลังจากที่ชุดสบสวนจากนครบาล 5 ได้เห็นภาพวงจรปิดจึงจำได้ว่าเป็นคนร้ายที่เคยจับไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือนายกฤษณ์ ลิ้มจุฬารัตน์ ที่ได้รับการประกันตัวชั่วคราวจากศาล แล้วไม่ยอมกลับเนื้อกลับตัว แต่กลับเปลี่ยนพื้นที่ในการก่อเหตุ

 เมื่อรู้ว่าเป็นใครตำรวจก็ตามไปจับตัวเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งนายกฤษณ์ก็ยอมรับว่าได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้นั่งเครื่องบิน ไปก่อเหตุทางภาคอีสาน ทั้งจ.อุดรธานี และสกลนคร พอไปถึงสนามบิน ก็จะมีรถยนต์ไปจอดรออยู่แล้ว ก็ขับรถตระเวนทุบกระจกไปเรื่อย พอได้เวลาขึ้นเครื่องขากลับ ก็เอารถไปจอดที่เดิม แบ่งทรัพย์สินกันแล้วขึ้นเครื่องกลับมาเสวยสุขที่กรุงเทพฯ !!!  โจรเหนือเมฆจริงๆ แต่ที่สุดก็ไม่พ้นมือตำรวจ

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจสน.วังทองหลาง สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีกหนึ่งคน คือนายพงศักดิ์ หรือ เอ ปิณฑะบุตร พร้อมทั้งของกลางและทรัพย์สินมีค่ารวมจำนวน 117 รายการ โดยตำรวจไปดักซุ่มบริเวณที่พักของคนร้าย ซึ่งขณะนั้นนายเอ เพิ่งจะไปทุบกระจกรถขโมยคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาหมาดๆ 2 เครื่อง

 โดยรับสารภาพว่าส่วนใหญ่จะลงมือในย่านวังทองหลาง เพราะเป็นย่านที่มีคนรวยอาศัยอยู่เยอะ โดยจะแบ่งหน้าที่กันมีคนขับรถ คนดูต้นทาง คนลงมือ พอได้ทรัพย์สินมาแล้วก็จะเอาไปขายแล้วหาซื้อยาไอซ์เสพ ส่วนเครื่องประดับบางชิ้นที่ไม่ได้ขายก็เอาไปให้แฟนสวมใส่ โดยการลงมือแต่ละคัน ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที !!!

 แม้จะไม่ได้เป็นอภิมหาโจร แต่ก็นับเป็นแก๊งโจรที่สร้างความเดือดร้อนเป็นผลกระทบกับผู้คนในวงกว้างทีเดียว และเชื่อว่าคงจะยังไม่หมดไปได้ง่ายๆ
ดังนั้นก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ก็เพิ่มความระมัดระวังกับทรัพย์สินในรถให้มากๆ เถอะครับ !!

 แจ้งเบาะแสทีมงานหมายจับกับบรรจง 0-2751-5409 อีเมล [email protected]