ข่าว

นปช.ปัดรับข้อเสนอสันติวิธีย้ำจุดยืนเดิมยุบสภา

นปช.ปัดรับข้อเสนอสันติวิธีย้ำจุดยืนเดิมยุบสภา

19 เม.ย. 2553

“องค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร” ยื่นหนังสือให้ “นายกฯ” วอนทุกฝ่ายใช้สันติวิธี พาชาติออกจากวิกฤติ ระบุกองทัพอย่ารัฐประหาร ชี้ถอยคนละก้าวดีกว่า

(19เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา16.00น. พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าวกลุ่มองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร พร้อมด้วยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกฯสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายปริญญา เทวนฤมิตรกุล กลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นต่างได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง

 นายอดุลย์ เขียวสมบูรณ์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามการเมือง นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน น.ส.วรรัตน์ ชัยชนะ และ น.ส.ณัชฎา คงศรี สถาบัน พระปกเกล้า เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยมีนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ รักษาการโฆษกรัฐบาล พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกรัฐบาล เป็นตัวแทนรับมอบ

 พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า ขอร้องให้ทุกฝ่ายใช้“สันติวิธี”และ“การเจรจา”ช่วยกันพาประเทศไทยออกจากวิกฤติ เนื่องด้วย เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต เลือดเนื้อและชีวิตที่ทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปสู่ วิกฤตการณ์ของความรุนแรงและความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ทางเครือข่ายขอร้องทุกฝ่ายให้ช่วยกันเปลี่ยนเส้นทางของประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าไปสู่ หายนะ โดยใช้ “สันติวิธี” และ “การเจรจา” ในการแก้ปัญหาและนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤต โดยขอเสนอแนวทางดังต่อไปนี้

 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล กลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นต่างได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง กล่าวถึงรายละเอียดของแถลงการณ์กลุ่มองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร ว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมาเราไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก จึงได้มาขอให้รัฐบาลและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. ใช้วิธีทางอื่นในการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยกันเปลี่ยนเส้นทางประเทศไทยให้ใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหา ช่วยหาทางออกในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียชีวิต เราเชื่อว่าหนทางในการแก้ปัญหายังมีอยู่

 นายปริญญา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลสรุปบทเรียนการสลายการชุมนุมว่าไม่มีประเทศใดทำสำเร็จโดยไม่มีการสูญเสีย ขอให้ใช้วิธีการอื่นที่ไม่ใช้การสลายการชุมนุม และขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในสันติวิธี ดูแลไม่ให้มีอาวุธในที่ชุมนุม และขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายถอยคนก้าว โอกาสที่จะมีทางออกโดยสันติวิธีมีอยู่เสมอ ให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้หรือไม่ และผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์ ถ้ากอยู่ที่เดิมก็ขอให้จัดการให้ห้างร้านต่าง ๆ สามารถเปิดดำเนินการได้

  การเจรจาในเรื่องที่เห็นตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย คือการเลือกตั้งครั้งหน้าควรจะเป็นจุดที่นำไปสู่การยุติของปัญหาทั้งหมดในประเทศไทย สิ่งที่แตกต่างกันคือจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร ข้อนี้ควรจะต้องหันหน้าเข้าหากัน คนเสื้อแดงจะต้องประนีประนอมเรื่องเวลาด้วย เพราะประชาชนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาก็มีจำนวนมาก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องรับฟังเสียงเหล่านั้นด้วยดังนั้นต้องหาทางที่หันหาเข้าหากันและเจรจาพาประเทศไทยออกจากวิกฤติโดยไม่ใช้ความรุนแรง

 การให้ข้อมูลด้านเดียวจะยิ่งทำให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้น ขอให้ยุติในการให้ข้อมูลด้านเดียว และสุดท้ายขอทางกองทัพ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอย่ารัฐประหารเพราะจะทำให้เรายิ่งถลำลึกลงไป

 “เราจะเห็นว่าประเทศไทยมาไกลแล้ว เรายังสามารถ ถึงแม้จะเกิดเหตุสูญเสียเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่หากเราดูเป็นบทเรียนและช่วยกันประเทศไทยจะผ่านวิกฤตการณ์ตรงนี้ไปได้ ทุกประเทศที่มีประชาธิปไตยมั่นคงในวันนี้ ต่างก็ต้องผ่านช่วงเวลาเช่นนี้มาทั้งสิ้น เราก็ผ่านไปให้ได้ ขอเพียงอดทนและให้โอกาสกับสินติวิธีในการแก้ปัญหา โดยเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะผ่านไปได้ถ้าเราอดทนเพียงพอ สุดท้ายแล้วประเทศไทยจะชนะ ทุกฝ่ายชนะ เราทุกคนชนะหมด”

นปช.ปัดรับข้อเสนอสันติวิธีย้ำจุดยืนเดิมยุบสภา

 เมื่อเวลา 17.30 น. ตัวแทนกลุ่มองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร นำโดย พล.อ.เอกชัย พร้อมคณะได้ เดินทางไปยังเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานนปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. เพื่อขอร้องให้ นปช.และคนเสื้อแดงใช้ สันติวิธี และการเจรจา พาประเทศออกจากวิกฤต เนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 24 คน และมีผู้บาดเจ็บกว่า 800 คนนั้น เป็นการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตที่ทำให้ประเทศไทยยิ่งถลำลึกลงไปสู่วิกฤตการณ์ของความรุนแรงและความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ประเทศไทยจะถลำลึกยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มองค์กรภาคประชาชนจำนวน 16 องค์กร ดังรายนามข้างท้าย ขอร้องทุกฝ่ายให้ช่วยกันเปลี่ยนเส้นทางของประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าไปสู่หายนะ โดยใช้สันติวิธี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการหารือเกือบ 1 ชม.บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่องเครียด โดยนายปริญญาได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมดเรียกร้องให้คืนพื้นที่แยกราชประสงค์ ขณะที่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ธุรกิจในย่านดังกล่าวเปิดทำการได้เพราะกระทบต่อประชาชนทุกระดับเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการถอยคนละก้าวและนำสู่การเจรจาและเสนอให้โทรทัศน์ทุกช่องเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาร่วมกัน ทั้งนี้ระหว่างการเจรจานายจตุพร ได้นำผลสรุปการประชุมของศอฉ. เมื่อวันที่ 18 เม.ย. เวลา 19.00 น.มาให้เครือข่ายดู ซึ่งมีมติว่าให้มีการสลายการชุมนุมและทุกอย่างต้องจบภายใน 7 วัน ซึ่งผลการประชุมได้มีการบันทึกทุกมติที่ประชุมว่าหากต้องมีคนเสียชีวิต 500 คนก็ต้องยอม

 นายจตุพร กล่าวว่า ทางแก้ทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบเพราะขณะนี้มีพี่น้องเสื้อแดงล้มตายจำนวนมากและเราก็ถอยไม่ได้ วันนี้แม้แกนนำจะถอยแต่ชาวเสื้อแดงที่มาชุมนุมก็จะไม่ถอย เพราะพี่น้องเขาตายแล้ว คนที่จะถอยก็คือรัฐบาลด้วยการยุบสภา

 “วันนี้ มีชาวเสื้อแดงตายในการสลายการชุมนุม แต่เครือข่ายมาให้นปช.ถอย โดยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังนั่งเป็นนายกฯ โดยไม่รับผิดชอบกับคำสั่งที่ผิดพลาด เราจะตอบกับพี่น้องเสื้อแดงได้อย่างไร คนฆ่าต้องเป็นฝ่ายถอย ไม่ใช่คนที่ถูกฆ่าถอย“ นายจตุพร กล่าว

 นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะให้ถอยตอนนี้ไม่ทันแล้ว เพราะนายอภิสิทธิ์ได้สั่งการฆ่าประชาชนไปแล้วและทราบว่า ในคืนนี้ประมาณตีสองหรือตีสาม จะมีการสลายการชุมนุมสั่งฆ่าประชาชนอีก ทหารที่มาประจำการบริเวณสีสมที่มีการพกอาวุธสงคราม ไม่ได้มาเพื่อป้องกันสีลม แต่เพื่อรอคำสั่งให้ชาร์ตสลายการชุมนุม เพราะฉะนั้นนปช.มีข้อเรียกร้องเดียวคือยุบสภา ซึ่งการที่นายอภิสิทธิ์ยุบสภาก็ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลแพ้คนเสื้อแดง แต่เป็นการยุบสภาเพื่อรับผิดชอบคำสั่งที่ผิดพลาดทำให้มีความคนตายและคนเสื้อแดงก็จะไม่ประกาศชัยชนะ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเจรจาบรรยากาศดุเดือดโดยแกนนำแย่งกันอภิปราย โดยนพ.เหวง โตจิราการ ได้โชว์ภาพทหารพกอาวุดซุ่มยิงแบบสไนซ์เปอร์เพื่อรอซุ่มยิงแกนนำ แต่ทางกลุ่มสันติวิธินำโดยนายปริญา ยังพยายามเจรจาขอร้องให้แกนนำรับข้อเสนอในการคืนพื้นที่ราชประสงค์เพื่อบรรเทาความเสียหายของธุรกิจ เพราะขณะนี้เริ่มมีกลุ่มหลากสีออกมาสนับสนุนมาตรการของรัฐบาล ขณะที่แกนนำเสื้อแดงยังยืนยันจุดเดิมคือไม่ถอยแต่ให้นายกฯยุบสภาเท่านั้นเพื่อรับผิดชอบการตายของคนเสื้อแดงจากการสั่งการสลายการชุมนุมจนมีคนเสียชีวิต การเจรจาจึงไม่มีข้อยุติ

 นายปริญญา กล่าวว่า นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี วันนี้มารับฟังแนวคิดของกลุ่มเสื้อแดง หลังจากนี้จะเสนอแนวคิดนี้ไปยังรัฐบาลต่อไป