ข่าว

แรงงานราชประสงค์โอดถูกเลิกจ้างกรมตั้งตั้งศูนย์ช่วย

แรงงานราชประสงค์โอดถูกเลิกจ้างกรมตั้งตั้งศูนย์ช่วย

19 เม.ย. 2553

กรมการจัดหางานเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากผลกระทบการชุมนุมทางการเมืองบริเวณแยกราชประสงค์ และสีลม พร้อมส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปให้บริการถึงที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้าน สปส.แจ้งทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 10 เม.ย. ขอรับประโยชน์ทดแทนภาย

(19เม.ย.) นายจีรศักดิ์  สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง(ศชจ.) เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการในพื้นที่การชุมนุมโดยรอบตั้งแต่บริเวณแยกราชประสงค์ไปจนถึงย่านถนนสีลม ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งหน่วยดังกล่าวจะเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วสามารถลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ ลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนได้ทันที

            ทั้งนี้ ศชจ.ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและรับลงทะเบียนผู้ถูกเลิกจ้างจากการชุมนุม ตลอดจนกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น สิทธิประกันการว่างงาน  และสิทธิ์การรักษาพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม นอกจากนี้ยังรับลงทะเบียนการหางานให้กับแรงงานที่เดือดร้อนอีกด้วย

            “เมื่อมีการเลิกจ้างกันจำนวนมากๆ เราก็จะจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปให้บริการ ในการให้สิทธิประกันการว่างงงาน 6 เดือน และในขณะเดียวกันหากใครสนในที่จะทำงานเราก็สามารถดึงข้อมูลจากศูนย์ อีจ๊อบ เซ็นเตอร์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศค้นหางานได้ และเปลี่ยนงานได้ทันที หากใครไม่พร้อมที่จะทำงานก็เข้าสู่การพัฒนาฝีมือแรงงาน กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานปกติของกรมอยู่แล้ว” นายจีรศักดิ์ กล่าว

            สำหรับกลุ่มแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นธุรกิจห้างร้านในบริเวณที่มีการชุมนุม ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของทั่วไป ซึ่งประเมินตัวเลขแรงงานและประเภทธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมเสื้อแดงครั้งนี้ แบ่งเป็นกลุ่มแรงงานประมาณ 13,800 คน สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น โรงแรม 13 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 5 แห่ง ร้านค้าย่อยที่เช่าสถานที่ในห้างฯอีกกว่า 400 ร้านค้า

            ด้านนางสาวส่งศรี  บุญบา รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวย้ำว่า  ศชจ.เป็นช่องทางพิเศษของการแก้ปัญหาการเลิกจ้างที่มีความคล่องตัวมากกว่าช่องทางปกติ ซึ่งจะมีการจัดเจ้าหน้าไว้เฉพาะ ซึ่งเบื้องต้นได้จัดชุดหน่วยเคลื่อนที่เร็วไว้ 2 จุด คือที่บริเวณราชประสงค์ และ ถนนสีสม หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถเข้ามาติดต่อที่กระทรวงแรงงานได้ 

 ขณะที่นางสมทรง ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิประโยชน์ทดแทน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมาว่า สปส.ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า มีผู้ประกันตนเสียชีวิตทั้งหมด 7 คนประกอบด้วย  นายสวาท วางาม ,นายทศชัย เมฆงามฟ้า ,นายจรูญ ฉายแม้น, นายเกรียงไกร คำน้อย, นายสิงหา อ่อนทรง ,นายบุญธรรม  ทองผุย และ พลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 58  คน

           โดยในส่วนของผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตนอกเวลาทำงาน ทายาทมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือค่าทำศพ เป็นเงิน 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาเป็นเงิน 1.5 เท่าของรายได้เฉลี่ย 6 เดือนหลังสุด หากส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 36  เดือน และเพิ่มเป็น 5 เท่า หากส่งเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 10 ปี

           นอกจากนี้ยังได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ เท่ากับจำนวนที่ส่งพร้อมดอกผล โดยขอให้ทายาทรีบนำหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยใบมรณะบัตร หลักฐานการฌาปณกิจที่วัดหรือมัสยิด และบัตรประชาชน ขอรับเงินทดแทนได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือเขตพื้นที่ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี

          ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 58 คน ค่าใช้จ่ายจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนกรณีฉุกเฉิน ภายใน 72 ชั่วโมง สปส.จะเป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นญาติ ต้องต้องติดต่อโรงพยาบาลตามบัตร เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่าย