ข่าว

ปชป.ชี้นปช.ทำลายโครงสร้างชาติล่มศก.ประเทศ

ปชป.ชี้นปช.ทำลายโครงสร้างชาติล่มศก.ประเทศ

19 เม.ย. 2553

“ปชป.”ชี้“นปช.”ทำลายโครงสร้างชาติ ล่มเศรษฐกิจประเทศ ปลุกทุกภาคส่วนร่วมปกป้อง ลั่นปิดสีลมไม่ได้ พร้อมเผยสื่อเทศ แฉมีรายงานความเคลื่อนไหว ชายแดนเพื่อนบ้าน มีอาวุธสงครามทลัก แถมยังใช้“ตชด.-ทหารพราน”ฝึกหน่วยจรยุทธ์ “จัดตั้งกองกำลัง” จี้ “รบ.” ยกระดับหมายจับผ

(19เม.ย.)  ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้ประเมินยุทธศาสตร์ในการยกระดับความวุ่นวายทางการเมือง ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เพื่อล้มรัฐบาล และสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศ โดยมีเจตนาชัดเจนที่จะล้มรัฐบาล

 ด้วยการทำลายโครงสร้างที่สำคัญของประเทศ 2 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศลดลง และทำให้รัฐบาลไม่สามารถดูแลรักษาความสงบให้กับสังคมได้ โดยจงใจทำลายโครงสร้างหลักทางเศรษฐกิจ 3 ด้าน 1. ด้านการท่างเที่ยว 2 .ด้านการเงิน โดยการสร้างภาวะปิดกั้นการทำธุรกรรมศูนย์กลางทางการเงิน ที่ถนนสีลม และ 3 .สร้างความไม่มั่นใจให้นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคครัวเรือน โดยทั้งหมดสอดรับกับแนวทางที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา โจมตีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้งที่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตามเป้า

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนปิดถนนสีลม พรรคเห็นว่าส่วนนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่พรรคจะยอมไม่ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องออกมาร่วมกันปกป้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะดังกล่าว ไม่ให้สัมฤทธิ์ผล โดยพรรคของเชิญชวนภาคประชาชน ธุรกิจ ประชาสังคม และชาวสังคมออนไลน์ ออกมาเคลื่อนไหวแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาล ป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนการชุมนุมมายังถนนสีลม โดยต้องระวังไม่ให้มีการปะทะกัน ซึ่งอาจทำให้ลักษณะออกแถลงการณ์ก็ได้ เพื่อให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว

 “นอกจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ยังมีผลกระทบด้านความมั่นคง ซึ่งขณะนี้มีการรายงานจากสื่อต่างประเทศมากกว่า 2 แขนง โดยย้อนเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ทั้งการลำเลียงอาวุธที่ชายแดนไทยประเทศเพื่อบ้าน การฝึกจรยุทธ์ของกลุ่มต่างๆ ในลักษณะจัดตั้งกองกำลัง โดยมีการระบุที่มาของผู้ฝึกที่เป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และทหารพราน ซึ่งยึดโยงกับผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองหลักในขณะนี้ พรรคจึงขอเรียกร้องให้ศูนย์อำนวนการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และรัฐบาล ขยายผลการสอบสวนคดีความเหล่านี้ ที่ถือเป็นพฤติการณ์การก่อการร้าย และขอให้ยกระดับหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องและแกนนำที่รู้เห็นเป็นความผิดของก่อการร้ายด้วย รวมถึงบุคคลที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่และให้ที่พักพิงบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขอให้รัฐบาลป้องกันการสร้างชนวนเหตุรุนแรงอีกรอบหนึ่ง เพราะขณะนี้มีรายงานว่ามีการตรวจพบอาวุธบริเวณใกล้เคียงกับที่ชุมนุมบริเวณถนนพระราม 4 โดยเบื้องต้นทราบว่า อาวุธดังกล่าว คือ ไม้แหลมที่อาจใช้สร้างความรุนแรงในการเตรียมเคลื่อนย้ายการชุมนุมได้ จึงอยากให้รัฐบาลแยกผู้ก่อความรุนแรงออกจากผู้ชุมนุมโดยสันติ ก่อนที่การเคลื่อนย้ายการชุมนุมจะสร้างความรุนแรงอีกครั้งในวันที่ 20 เม.ย.นี้” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคมองอย่างไรกับการที่กลุ่มพันธมิตรฯ ขีดเส้นให้รัฐบาลแก้ปัญหาภายใน 7 วันไม่เช่นนั้นจะออกมาเคลื่อนไหวเอง นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรควิตก แต่รัฐบาลได้ใช้ความอดทนในการหลีกเลี่ยงในการปะทะกันมาโดยตลอด โดยแนวทางการแก้ปัญหารัฐบาลต้องมีวิธีการดำเนินการ เช่น การปรับโครงสร้าง การยกระดับคดีไปสู่ดีเอสไอ ดังนั้น เรื่องระยะเวลาจึงไม่สำคัญเท่ากับภารกิจต่างๆ ที่รัฐบาลได้วางโครงสร้างเอาไว้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงกดดันที่เกิดขึ้นระหว่างเสื้อสองสี ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ถอดใจจากการเป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล ตระหนักในหน้าที่และภารกิจที่สังคมมอบหมายให้รักษากฎหมายและดำเนินการโดยเด็ดขาด ต่อผู้ใช้ความรุนแรง ซึ่งจะต้องไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ดังนั้น จึงถือเป็นความรับผิดชอบ โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะถอดใจ